Cross of Iron-การเมืองที่หลั่งเลือด!!!

โดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

สัปดาห์นี้…ลองเปลี่ยนแนว ไปว่ากันถึงหนังประเภท “สงคราม” ดูมั่ง เพราะเท่าที่หยิบหนังเรื่องโน้น เรื่องนี้ มาแนะนำ ก็หนักไปทางประเภทดรามา ทริลเลอร์ บู๊แอคชั่น ไปจนถึงประเภทตลกโปกฮา ฯลฯ ซะเป็นหลัก ส่วนหนังสงครามที่ออกจะเป็นหนังยอดนิยมสำหรับผู้ดู ผู้ชม จำนวนมิใช่น้อย เพราะมันพอได้สนุกสนาน ตื่นเต้น กับ “ความรุนแรง” ประเภทระเบิดกันชนิดฉิบหาย วายวอด หรือยิงกันชนิดเลือดท่วมจอ ซึ่งอาจไม่ได้ตรงกับ “รสนิยม” ผู้เขียน ผู้แนะนำ มากมายซักเท่าไหร่…

แต่ก็พอมีอยู่เรื่องหนึ่ง…ที่นอกจากจะได้เอามันซ์ซ์ซ์ เอาตื่นเต้น กับบรรดา “ความรุนแรง”ทั้งหลาย ของสิ่งที่เรียกว่า “สงคราม” ก็ยังพอได้ข้อคิดสะกิดใจอยู่บ้างตามสมควร อีกทั้งไม่ใช่หนังสงครามประเภท “ทหารอเมริกัน” “ทหารอังกฤษ” หรือบรรดาพวกกองทัพสัมพันธมิตร จะต้องเป็น “พระเอก” ไปในทุกเรื่อง ทุกราว อันออกจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อ น่าเอียน อยู่พอสมควร คล้ายๆประเภท “หนังคาวบอย” ที่ “ฝรั่ง” จะต้องเป็นพระเอก และ “อินเดียนแดง” หรือ “เม็กซิกัน” จะต้องเป็นดาวร้าย เป็นตัวโกง ไปในทุกบท ทุกตอน อะไรประมาณนั้น เลยทำให้ “หนังสงคราม” ในแต่ละเรื่อง ออกจะเป็นอะไรที่ซ้ำๆซากๆ ไม่ค่อยก่อให้เกิดแรงกระตุ้น แรงจูงใจ ในการดู การชม มากมายซักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะระเบิดกันชนิดฉิบหายไปถึงขั้นไหน หรือยิงกันชนิดจอตุงไปตลอดเรื่อง ก็ตาม…

แต่สำหรับหนังที่จะเอามาแนะนำในสัปดาห์นี้…แม้เป็นหนังสงครามที่ “กองทัพเยอรมัน” ยังไงๆ…ย่อมต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ “กองทัพสัมพันธมิตร” ตาม “ข้อเท็จจริง” ของ

“สงครามโลก” ที่อุบัติขึ้นมานับแต่อดีตก็แล้วแต่ แต่ก็ไม่ถึงกับต้องทำให้ “ทหารเยอรมัน” กลายเป็น “ตัวโกง” หรือ “ตัวร้าย” เหมือนบรรดาหนังสงครามเรื่องอื่นๆ แต่พยายามสะท้อนให้เห็นถึง “ความเป็นมนุษย์” ที่ไม่ว่าชาติใด ต่อชาติใด ก็แล้วแต่…ย่อมเป็นอะไรที่ “เหมือนๆ” ไปด้วยกันทั้งนั้น หนังเรื่องนี้มีชื่อภาษาปะกิตว่า “Cross of Iron” ตอนเข้ามาฉายในบ้านเรา ดูเหมือนจะใช้ชื่อว่า “ยุทธภูมิกางเขนเหล็ก” อะไรทำนองนั้น คือเป็นเรื่องราวที่ออกจะเฉพาะเจาะจงถึงความเป็นไปในกองทัพเยอรมัน เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือเมื่อครั้งต้องเผชิญหน้ากับกองทัพ “โซเวียตรัสเซีย” ในแนวรบด้านตะวันออก โดยแทบไม่ต้องไปสนใจว่าใครชนะ-ใครแพ้ ใครเป็นพระเอก-เป็นตัวโกง แต่มุ่งที่จะให้ความสนใจ ให้ข้อคิด สะกิดใจ ต่อความเป็นมนุษย์มนาของบรรดา “นักรบ” หรือบรรดา “ทหาร” ทั้งหลาย นั่นแหละเป็นสำคัญ…

หนังเรื่องนี้…นอกจากจะเกิดขึ้นจากความร่วมมือของบริษัทหนังอเมริกันกับบริษัทหนังเยอรมันแล้ว ยังเป็นหนังที่ถูกดัดแปลงมาจาก “นวนิยาย” ของนักเขียนเยอรมัน ชื่อว่านาย “วิลลี เฮนริช” (Willie Heinrich) ที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกเกณฑ์เป็นทหารและถูกส่งให้ไปประจำแนวรบด้านตะวันออกของเยอรมัน อันเป็นแนวรบที่ทำให้กองทัพเยอรมัน ต้องประสบความสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของทหารเยอรมันไปไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะตัวของนาย “วิลลี เฮนริช” เอง ต้องได้รับบาดเจ็บจากการสู้กับกองทัพโซเวียตรัสเซีย ถึง 5 ครั้งด้วยกัน และด้วยประสบการณ์จากความเจ็บปวด รวดร้าว ในชีวิตจริงนั่นเอง ที่ทำให้หลังปลดประจำการ หลังจากเลิกเป็นทหาร นาย “วิลลี เฮนริช” รายนี้ จึงหันมาเอาดีในการเป็นนักเขียนนวนิยาย โดยนำเอาประสบการณ์จากความเป็นจริง จากชีวิตจริง มาถ่ายทอดเป็นนิยายเรื่อง “Das Geduldige Fleisch” ในปีค.ศ. 1955 และได้รับการแปล ตีพิมพ์เผยแพร่ เป็นภาษาอังกฤษ ในชื่อ “The Willing Flesh” จนกลายมาเป็นพล็อต เป็นโครงเรื่อง ของหนังเรื่อง “Cross of Iron” หรือ “ยุทธภูมิกางเขนเหล็ก”ในเวลาต่อมา หรือในปีค.ศ. 1977 นั่นแล…

หนังเรื่อง“Cross of Iron” หรือ “ยุทธภูมิกางเขนเหล็ก” จึงเป็นหนังที่ออกจะ “เข้าทางเท้า-เข้าทางตีน” ของอภิมหาผู้กำกับซาดิสต์ชาวอเมริกัน ผู้มีนามกรว่า “แซม เพคคินพาห์” (Sam Peckinpah)ที่โดดเข้ามากำกับหนังเรื่องนี้ แบบชนิดเน้นๆเนื้อๆ คือผู้กำกับอย่าง“แซม เพคคินพาห์” นั้น…นอกจากจะได้ชื่อ ฉายา ว่า “Bloody Sam” ด้วยเหตุเพราะสามารถเอา“เลือด”มาละเลงจอได้อย่างมีศิลปะ อย่างประณีตและนิ่มนวลเป็นอย่างยิ่ง คือประเภทเลือดกระจายออกมาแบบสโลว์ โมชั่น กันในแทบทุกเรื่องที่เกิดจากฝีไม้ ลายมือ ของผู้กำกับรายนี้ แต่ด้วยลักษณะของความเป็น “ขบถ” ตามแบบฉบับของ “คนยุคซิกส์ตี้” ที่มีอยู่ในตัว ยังทำให้ผู้กำกับรายนี้ ถือเป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษในการถ่ายทอด เปิดโปง ให้เห็นถึงความฉ้อฉล ความคดในข้องอในกระดูก และ “ความรุนแรง” ตามสัญชาติญาน หรือตามสันดานดิบ ของ “มนุษย์” อีกด้วยต่างหาก…

ดังนั้น… “ความรุนแรง” ที่จำต้องปรากฏอยู่ในฉากต่างๆของหนังสงครามตามปกติ จึงไม่ถึงกับปกติ หรือ “ไม่ธรรมดา”สำหรับหนังสงครามอย่าง “Cross of Iron” เรื่องนี้ คือเป็นความรุนแรงที่ไม่ได้มุ่งจะให้เกิดความสนุกสนาน ตื่นเต้น หรือประเภทเอามันซ์ซ์ซ์เข้าว่า แต่เป็น “ความรุนแรง” ที่มุ่งจะสะท้อนให้ถึงทั้ง “สันดานดิบของมนุษย์” และ “คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์” ไปในตัว โดยเฉพาะในฉากบางฉาก ระหว่างที่ “ทหารเยอรมัน” ต้องปะทะกับ “ทหารโซเวียตรัสเซีย” กลางทุ่งหญ้าอันสวยสดงดงาม แต่กระสุนปืนที่พุ่งเข้าเจาะทะลุ สังหารชีวิตของทหารฝ่ายตรงกันข้าม จนเลือดพุ่ง เลือดกระจาย ในแบบสโลว์ โมชั่นนั้น ก็คือเลือดของบรรดาพวก “เด็กๆ” หรือเด็กที่ถูกเกณฑ์มาเป็นทหารในกองทัพโซเวียตรัสเซีย ซึ่งมีอายุ อานาม แค่ไม่กี่สิบขวบเท่านั้นเอง…

ความน่าเกลียด น่ากลัว น่าทุเรศ ของสิ่งที่เรียกว่า “สงคราม” นี่แหละ…ที่ถูกนำไปเปรียบเทียบ นำไปวางไว้ใกล้ๆกับเรื่องราวของความปรารถนา ความทะเยอทะยาน ต่อสิ่งที่เรียกว่า “เกียรติยศ-ชื่อเสียง-และอำนาจ” หรือความเป็น “วีระบุรุษ” ทั้งหลาย อันเป็นสิ่งซึ่งสามารถหาได้ไม่ยากจาก “สงคราม” ในแต่ละครั้ง แต่ละคราว และทำให้นายทหารหนุ่มเยอรมัน ประเภทออกไปทาง “คนรุ่นใหม่” อย่าง “ร้อยเอก วอน สแตรนสกี้” (Captain Von Stransky)ที่มีดาราอย่าง “แมกซิมิเลียน เชลล์” (Maximilian Schell)เป็นผู้รับบท อยากคว้า อยากได้ สัญญลักษณ์ความเป็นวีระบุรุษ อย่าง “กางเขนเหล็ก” มาเป็นของตัวเองซะเหลือเกิน ขณะที่นายทหารเยอรมันแก่ๆ ประเภท “คนรุ่นเก่า” ผู้ผ่านศึก ผ่านสงคราม ระดับจรดเหนือ จรดใต้ ชื่อว่า “จ่า รอล์ฟ สไตเนอร์” (Sergeant Rolf Steiner)ที่ดาราเจ้าบทบาทอย่าง “เจมส์ โคเบิร์น” (James Coburn)เป็นผู้รับบท ไม่เพียงแต่ชืดชากับบรรดา “เศษเหล็ก” เหล่านี้ แต่กลับมองเห็นถึงสิ่งที่มีคุณค่า มีราคา ซะยิ่งกว่าบรรดาเกียรติยศ-ชื่อเสียง-และอำนาจใดๆในโลกนี้ นั่นก็คือ “ชีวิต” หรือ “คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์” นั่นเอง…

ด้วยเหตุนี้…สำหรับใครก็ตามที่กำลังต้อง “ชั่งน้ำหนัก” ระหว่าง “เกียรติยศ-ชื่อเสียง-และอำนาจ” กับ “คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์” น่าจะลองไปหาหนังเรื่องนี้มาดู เพราะไม่ใช่แต่เรื่อง “สงคราม” เท่านั้น ที่จะช่วยให้เกิดข้อคิด สะกิดใจ ในสิ่งเหล่านี้ แม้แต่เรื่องของ “การเมือง” ที่ใครต่อใครในบ้านเราไม่ว่า “รุ่นใหม่” หรือ “รุ่นเก่า” กำลังฟาดฟันกันอยู่ในทุกวันนี้ ก็คงไม่ต่างไปจากกัน อย่างที่ใครก็ไม่รู้เคยพูดๆไว้นั่นแหละว่า “การเมืองคือสงครามที่ไม่หลั่งเลือด…ส่วนสงครามคือการเมืองที่หลั่งเลือด” ดังนั้น…ไม่ว่าหลั่งเลือด ไม่หลั่งเลือด น่าจะลองไปหยิบอุทาหรณ์ สอนใจ จาก “แซมเลือด” หรือ “Bloody Sam” มาทบทวนกันดู…

————————————————————-

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close