อำลา-อาลัย“โพสต์ ทูเดย์”ด้วย“All the President’s Men”

โดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

อำลา-อาลัย “โพสต์ ทูเดย์”ด้วย “All the President’s Men”
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา…เห็นข่าวหนังสือพิมพ์ “โพสต์ ทูเดย์”ปิดตัวลงไปอีกราย
เล่นเอารู้สึกโหวงๆเหวงๆ ใจหาย ใจแป้ว ไปพอสมควรเหมือนกัน
คือถึงจะห่างจากแวดวงนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ร่วมๆหลายทศวรรษมาแล้ว
ล้างมือใน “อ่างพลาสติค”มากว่า 20 ปีเห็นจะได้ แต่ในแง่อารมณ์ ความรู้สึก
สายใยแห่งความผูกพันของการเป็นผู้ร่วมวิชาชีพ มันยังคงรึงรัดให้ต้องรู้สึกใจหายใจแป้ว อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้…
แต่ทำไงได้…ในเมื่อโดย “สภาพความเป็นจริง” โดย“ข้อเท็จจริง”มันคงต้องเป็นไปตามนี้นั่นแหละทั่น ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ “บ้านเมือง” นิตยสาร“สกุลไทย” “ขวัญเรือน” ฯลฯ และอีกหลายต่อหลาย “ศพ” มีแต่ต้องร่วงผลอยๆจนแทบจำชื่อ นับจำนวน แทบไม่ได้ ด้วยเหตุเพราะโลกมันเปลี่ยนเทคโนโลยีมันเปลี่ยน และสังคมก็พลอยต้องเปลี่ยนตามไปด้วย วิชาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ซึ่งเคยเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร พอสมควร มาถึง ณ ขณะนี้…ออกจะเหี่ยวๆแห้งๆ น่าเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้ากันไปตามสภาพ…
ด้วยเหตุนี้…สัปดาห์นี้ คงต้องหันไป “จัดให้” ไปคว้าเอาหนังเก่าตั้งแต่เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว มาลองแนะนำเพื่อให้พอได้ย้อนรำลึกถึงความหลัง ความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ของวิชาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ คือหนังปีค.ศ.1976 เรื่อง “All the President’s Men” ที่มีพระเอกสุดหล่อยุคหนุ่มๆ (แต่ช่วงหลังๆนี้ออกจะ
“เหี่ยวฟ้า” ไปทั้งเนื้อ ทั้งตัว) อย่าง “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” (Robert Redford)เป็นดารานำ แสดงเป็นตัวนักหนังสือพิมพ์ผู้มีนามกรว่า “บ๊อบ วู้ดเวิร์ด” (Bob Woodward) และอภิมหาดาราเจ้าบทบาท อย่าง “ดัสติน ฮอฟแมน” (Dustin Hoffman)เล่นเป็นเพื่อนคู่หู หรือเป็นนักหนังสือพิมพ์ค่ายเดียวกัน ผู้มีนามกรว่า “คาร์ล เบิร์นสตีน” (Carl Bernstein) ผู้ร่วมกันสร้างวีรกรรมในเรื่องจริง ชีวิตจริง นั่นก็คือการเปิดโปง แฉโพย คดี
“วอเตอร์เกต”จนส่งผลให้ประธานาธิบดีอเมริกัน นาย “ริชาร์ด นิกสัน” ถึงขั้นต้องลาออกไปในท้ายที่สุด…
หนังเรื่องนี้…ว่าไปแล้วออกจะเป็นเรื่องค่อนข้างยากเอามากๆ ในการคิดจะเอามาทำเป็นหนัง เพราะโดยพื้นฐาน-ที่มามันมาจากเรื่องจริงล้วนๆไม่ได้เป็นอะไรที่มีสีสัน หวือๆหวาๆ แบบประเภทจินตนาการ หรือนวนิยายแต่อย่างใด

ตลอดโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง และรายละเอียดต่างๆต้องเอามาจากงานเขียนของนักหนังสือพิมพ์ทั้งสอง
ที่ว่าด้วยเบื้องหลังของการเปิดโปงคดีการเมืองดังกล่าว ที่แทบไม่ต่างอะไรไปจาก “สารคดี”อะไรประมาณนั้น พูดง่ายๆว่า…ถ้าหาก “มือไม่ถึง”จริงๆ โอกาสที่จะกลายเป็น “หนังสารคดี”แทนที่จะเป็นหนังฮอลลีวู้ดตามปกติ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ
แต่ก็ด้วยฝีไม้ลายมือการกำกับ ของ “อลัน พากูลา” (Alan J. Pakula) ผู้กำกับรุ่นเก๋าของฮอลลีวู้ด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝีมือการ “เขียนบท” ของนักเขียนบทชาวยิว อย่าง “วิลเลียม โกลด์แมน” (William Goldman) ที่เคยเขียนบทหนังดังๆ อย่างเรื่อง “Butch Cassidy and the Sundance Kid” หรือเรื่อง “Marathon Man” ฯลฯ การทำให้ “เรื่องจริงที่ไม่ได้อิงนิยาย”เรื่องนี้ กลายมาเป็นหนังที่มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจและสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ของ “วิชาชีพนักข่าว-นักหนังสือพิมพ์”
ผู้ยึดมั่นในอุดมคติ อุดมการณ์ ในคตินิยม อันว่าด้วย “สัจจัง อมตา วาจา” ก็จึงเป็นไปได้แบบลื่นไหล น่าชื่นชม น่าประทับใจ เอามากๆ…
เผอิญช่วงที่หนังเรื่องนี้เข้ามาฉายในเมืองไทย…อันตัวข้าพเจ้าเองก็ยังอยู่ในวัยหนุ่มวัยฉะกัน (ฉกรรจ์) และยังว่ายเวียนอยู่ในวิชาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แบบชนิดถึงเลือด-ถึงเนื้ออยู่พอดี จำได้รางๆว่า…คงประมาณช่วงหลังๆเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ปีพ.ศ. 2519 นั่นแหละ และมีโอกาสได้ดู ได้ชม
หนังเรื่องนี้ร่วมกับเพื่อนนักหนังสือพิมพ์อีกราย ผู้มีนามกรว่า “ทวีป แก่นทับทิม” อดีตเหยี่ยวข่าวผู้โด่งดัง ที่เคยสร้างความสั่นสะเทือน เลื่อนลั่น ให้กับค่ายไทยรัฐ เดลินิวส์ จนสุดท้ายย้ายมาอยู่ค่ายเดียวกัน ที่หนังสือพิมพ์ “มาตุภูมิ”ในฐานะบรรณาธิการข่าว แล้วก็ดัน “หายสาบสูญ”ไปในระหว่างการติดตามข่าวปฏิบัติการโค่นเจ้าพ่อยาเสพติด อย่าง “ขุนส่า”ที่จังหวัดเชียงราย ชนิดหาร่างกาย หาศพ ยังไม่เจอจนตราบเท่าทุกวันนี้…
และเพราะหนังเรื่องนี้นี่เอง…ที่ทำให้หลังจากดูเสร็จแล้วประมาณ 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม ทั้งอันตัวข้าพเจ้าเองและเพื่อนร่วมวิชาชีพ อย่าง “ทวีป แก่นทับทิม” ซึ่งอาจเป็นซะยิ่งกว่าเพื่อนสนิทมิตรสหายธรรมดาๆโดยทั่วไป คือประมาณพี่ๆ-น้องๆที่ดันเกิดมาคนละท้องพ่อ-ท้องแม่ อะไรทำนองนั้น เลยต้องมานั่ง “เมาท์”กันต่อ
ตั้งแต่ 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม ไปจน “ฟ้าสาง”ชนิดแทบไม่รู้เนื้อ รู้ตัว โดยเฉพาะความพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนว่า ตัวพระเอกในเรื่อง อย่าง“โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” หรือ “บ๊อบ วู้ดเวิร์ด” น่าจะบุคคลิกลักษณะคล้ายคลึงกับใครกันแน่ ???

ระหว่างตัวของข้าพเจ้ากับตัวของทวีป แก่นทับทิม พูดง่ายๆว่า…เถียงกันว่า “ใครจะหล่อกว่าใคร”นั่นแหละ เพราะแม้ว่าวีรกรรมของนักหนังสือพิมพ์อย่าง “คาร์ล เบิร์นสตีน”จะเฉียบขาด เฉียบคม ไม่น้อยไปกว่า “บ๊อบ
วู้ดเวิร์ด” แต่ด้วยเหตุเพราะต้องไปคว้าเอา “ดัสติน ฮอฟแมน” มาเป็นตัวแสดง ทั้งตัวข้าพเจ้าและเพื่อนทวีป ก็เลยพยายามบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธไม่ยอมเอาตัวเองไปเทียบกับ “คาร์ล เบิร์นสตีน” กะจะเป็น “บ๊อบ วู้ดเวิร์ด” หรือ “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด”กันท่าเดียว…
จนกระทั่งเมื่อฟ้าสาง แสงแดดแยงเข้ามาในลูกตาเรียบร้อยแล้ว คุณพี่ทวีปท่านได้อุทานตัดบทออกมาว่า
“ฉิบหายแล้ว!!!…นัดสัมภาษณ์เสธ.ทวีเอาไว้ตอนแปดโมงเช้า ไม่รู้ว่าจะไปทันหรือไม่”
เสธ.ทวีที่ว่าก็คือ พลอากาศเอก“ทวี จุลละทรัพย์”อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศนั่นแหละ ว่าแล้ว…โรเบิร์ต แก่นทับทิม ก็เลยผลุนผลันออกจากห้อง ทั้งๆที่ไม่ได้อาบน้ำ แปรงฟัน ก็เลยกลายเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณพี่ทวีปท่านต้องยอมยกตำแหน่ง “บ๊อบ วู้ดเวิร์ด”ให้กับตัวข้าพเจ้าเองไปโดยปริยาย
เนื่องมาจากอย่างน้อย…ก็ได้ผ่านการอาบน้ำและแปรงฟันก่อนไปสัมภาษณ์แหล่งข่าว ไม่ได้ออกไปทาง “ซ๊กม๊ก” คล้ายๆกับบุคลิกของ “ดัสติน ฮอฟแมน” เอาเลยแม้แต่น้อย…
แม้ว่าปัจจุบัน…อันตัวข้าพเจ้าเองจะแก่แล้ว ห่างเหินจากวงการจากวิชาชีพนักข่าวมานานแล้ว และคงไม่มีโอกาสที่จะได้เจอเพื่อนรัก เพื่อนใคร่ เพื่อนนักหนังสือพิมพ์อย่าง “ทวีป แก่นทับทิม”ต่อไปอีกแล้ว
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ดันไปคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา ก็อดน้ำตารื้น น้ำตาซึม ขึ้นมาไม่ได้ คล้ายๆกับที่ได้ข่าวคราวการร่วงผลอยๆ การจากไปของหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ในแต่ละฉบับนั่นแหละ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที แต่อดใจหาย ใจแป้ว อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้
แต่ทำไงได้…ในเมื่อโดยสภาพความเป็นจริง โดยข้อเท็จจริง ไม่ว่าอะไรก็ตามในโลกใบนี้ หรือตลอดไปทั่วทั้งจักรวาลก็แล้วแต่ เมื่อมี “เกิดขึ้น” และ “ตั้งอยู่”ก็หนีไม่พ้นที่จะต้อง “ดับไป” หรือต้องเปลี่ยนแปลงไป ตาม “กฏเหล็กแห่งธรรมชาติ” หรือ “กฏอิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท” อันว่าด้วย…
“ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้…สิ่งนี้จึงเป็นไป” นั่นแล…

———————————————————

ข่าวน่าสนใจ

Close