เปาบุ้นจิ้น…ละครโดนใจ

โดย ชัชรินทร์ไชยวัฒน์

หยิบเอา “หนังฝรั่ง” หนังฮอลลีวู้ดมาว่าซะจนน่าจะ “เลี่ยน” ไปพอสมควร…สัปดาห์นี้เลยขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศหันไปหยิบเอาหนัง หรือ “ละครจีน” มาแก้ขัด แก้เลี่ยน ดูซักนิด และเผลอๆ…อาจสามารถโยงเข้ากับบรรยากาศบ้านเมืองในช่วงนี้ได้มั่ง ไม่มากก็น้อย นั่นก็คือหนังหรือละครใต้หวัน ที่เคยโด่งดังปานพลุแตกในบ้านเราตั้งแต่เกือบ 30 ปีที่แล้ว ดังระดับ “ผงซักฟอก” ต้องเอาชื่อ เอายี่ห้อ ไปทำเป็น “เทรดมาร์ค” กลายเป็นผงซักฟอก “เปาบุ้นจิ้น” ที่อาจล้างคราบสกปรกคราบแห่งความเลอะๆเทอะๆได้ดีกว่าผงซักฟอกยี่ห้อใดๆเอาเลยถึงปานนั้น…
คือคงต้องสารภาพก่อนว่า…หนังหรือละครเรื่อง “เปาบุ้นจิ้น” ที่ถูกสร้างขึ้นมาชนิดยืดยาวอีเหลนเป๋นถึง 236 ตอนด้วยกัน ว่าด้วยคดีความจำนวนประมาณ 41 คดี โดยทีมผู้สร้างชาวใต้หวัน แห่งบริษัท “หัวซื่อ”เพื่อป้อนให้กับโทรทัศน์ไต้หวัน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2536 และเอามาฉายในบ้านเราหลังจากนั้นประมาณ 2 ปี คือปีพ.ศ.2538 นั้น ตั้งแต่มีโอกาสได้ดูครั้งแรกทางช่อง 3 ก็เกิดอาการงอมๆแงมๆ ต้องแปรสภาพตัวเองเป็น “แจ๋ว ริมจอ” ตามรัก ตามลุ้น ละครเรื่องนี้ไม่ต่างอะไรไปจากคนไทยโดยส่วนใหญ่ในช่วงนั้น หรือถือเป็นละครโดนใจ หนังโดนใจของตัวเอง ไม่น้อยไปกว่าหนังฝรั่ง หนังฮอลลีวู้ด เรื่องไหนๆและแม้ว่าจะดูจบไปนานแล้ว ละครจบไปนานแล้ว แต่เมื่อไหร่ที่เหตุการณ์บ้านเมือง เป็นไปในทางที่ไม่เข้าท่า เข้าทาง ขึ้นมาในตอนไหน เมื่อไหร่ ก็มักอดไม่ได้ที่จะต้องย้อนรำลึกไปถึงละครเรื่องนี้แทบทุกครั้ง…

จนสุดท้าย…เลยต้องไปโหลดเอามาจาก “ยูทูป” มาเก็บไว้เป็นกระตักๆ เหนื่อยเมื่อไหร่ เซ็งเมื่อไหร่ ก็ไปหยิบเอามาดูใหม่ เอามาเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ เป็นกำลังขวัญ กำลังใจ จนแต่ละตอน และคดี แทบจำได้ขึ้นใจ เพราะดูเป็นเที่ยวที่ร้อย หรือเที่ยวที่สองร้อย ไปแล้วก็ว่าได้ คือแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่นำเสนอแบบเรียบๆง่ายๆ ไม่ต้องคว้านล้ง คว้านลึก สอดแทรกศิลปะลีลาอะไรเอาไว้มากมายแบบหนังฝรั่งทั้งหลาย เผลอๆ…ออกไปทางคล้ายๆ “งิ้ว” คล้ายๆ “หนังกำลังภายใน” ซะอีกต่างหากแต่โดยเนื้อหา สาระ ของบทละคร ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศจีนเขา ในช่วงยุคราชวงศ์ซ้อง ที่ตัวละครต่างๆล้วนเป็น “ของจริง”ที่จับต้องได้ ด้วย “ความจริง” แบบเรียบๆง่ายๆนี่แหละ มันเลยสามารถนำเอามาเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ เป็นขวัญ เป็นกำลังใจ ได้ไม่น้อยไปกว่าหนัง วรรณกรรม ปรัชญา โดยทั่วไป…

ตัวตนของ “เปาบุ้นจิ้น” ก็ยังได้รับการยืนยันอยู่ในประวัติศาสตร์จีนจนตราบเท่าทุกวันนี้ มีอนุสาวรีย์ มีรูปป้ง รูปปั้น ให้ใครต่อใครไปสักการะบูชา จนกลายเป็นประมาณ “เทพ” หรือ “เทวดา” ไปโน่นเลย แม้ว่าเป็นธรรมดาของประวัติศาสตร์ พงศาวดารที่จะต้อง “ใส่สี-ตีไข่”กันไปตามสภาพ แต่สีและไข่ที่เอามาละเลงให้กลายมาเป็น “ละคร” เรื่อง “เปาบุ้นจิ้น”นั้น ก็ไม่ได้ทำให้อะไรออกไปในทางเลอะเทะ เละเทอะ แต่ประการใด ตรงกันข้าม…กลับช่วยให้เกิดความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ เกิดความสนุกสนาน น่าคิด น่าติดตาม ชนิด “คดี” แต่ละคดีที่ถูกนำมาสร้างเป็นเรื่อง เป็นละคร เป็นหนังต่างๆทั้งหลาย แทบไม่ต่างอะไรไปจากหนัง หรือวรรณกรรมฝรั่ง เรื่อง “เชอร์ล๊อคโฮล์ม” อะไรประมาณนั้น แถมยังมีคติที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม กับเรื่องบ้าน เรื่องเมือง ระดับอาจถือเป็นตำราทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ไปด้วยก็ว่าได้ ไม่ใช่แต่เฉพาะเอาสนุกเอามันซ์ซ์แบบอักษรศาสตร์ วรรณกรรมศาสตร์ แต่เพียงเท่านั้น…
แต่เฉพาะ “เวอร์ชั่น” ปีพ.ศ. 2536 เท่านั้น…ที่เป็นอะไรที่เพอร์เฟคสเปคตรัมอย่างที่ว่าเอาไว้ เพราะเมื่อลองนำไปสร้างใหม่ ผลิตเวอร์ชั่นใหม่ๆออกมาในช่วงหลังๆ ดูจะไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ ไม่ “ลงตัว”เท่ากับเวอร์ชั่นที่ว่า คือเวอร์ชั่นที่ “จินเชาฉวิน” เล่นเป็น “เปาบุ้นจิ้น”และ “เหอเจียจิง”เล่นเป็น “จั่นเจา” ส่วนใครจะเป็น “กงซุน”เป็น “หวังเฉา-หม่าฮั่น” ก็จำไม่ได้ซะแล้ว เอาเป็นว่าถ้าหากอยากไปหามาดู ก็ให้นึกถึงช่วงเวลาปีพ.ศ. 2536 นั่นแหละเป็นหลัก ไปโหลดมาให้ครบ 200 กว่าตอนเอามานอนดู รับรองว่ามีโอกาสหายเหนื่อย หายเซ็ง หายเบื่อกับบ้านเมืองได้แบบปลิดทิ้ง เกิดความสะอก สะใจ ความเมามันซ์ซ์ไปกับเรื่องราวใน“ละคร”แต่ละตอน ที่แม้จะไม่ได้เป็น “เรื่องจริง”ก็ตามที…
ตอนที่ถือว่าดังๆและเป็นที่นิยมของผู้คนจำนวนไม่น้อย ก็เช่น ตอน “สับเปลี่ยนองค์ชาย” ตอน “ประหารท่านอ๋อง” หรือตอน “ประหารเปาเหมี่ยน” ฯลฯ เป็นต้น แต่สำหรับอันตัวข้าพเจ้าเองแล้ว ค่อนข้างจะถูกอก ถูกใจ กับตอน “ตระกูลข้าใครอย่าแตะ”อย่างเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่แค่การนำเสนอถึงเรื่องราวของเหตุบ้านการเมืองโดยทั่วไป แต่ยังพยายามสะท้อนลึกลงไปถึงสิ่งที่เรียกว่า “ความยุติธรรม”หรือ “กระบวนการยุติธรรม”ที่มีความเกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกกับ “มนุษยธรรม” “คุณธรรม” หรือแม้กระทั่ง “เมตตาธรรม”อีกด้วยต่างหาก ว่าจะต้องสอดคล้อง ต้องกัน เกี่ยวพันระหว่างกันและกันมากหรือน้อยขนาดไหน คล้ายๆเรื่อง “เวนิส-วานิช”ที่เคยเป็นตัวตั้ง “ปุจฉา”ไว้ให้กับสิ่งที่เรียกว่า “ความยุติธรรม”ด้วยถ้อยคำภาษาซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ท่านถ่ายทอดออกมาเป็นบทกลอน บทกวีแบบไทยๆนั่นแหละว่า“ภายใต้กระแสแห่งยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ”อะไรประมาณนั้น…
คือความยุติธรรม หรือกระบวนการยุติธรรม ที่เหมาะสม ลงตัว ถูกต้องชนิดครบถ้วน สมบูรณ์แบบ อันที่จริงในแต่ละสังคมสิ่งเหล่านี้มักเป็นสิ่งที่เคยถูกหยิบยกมาเถียงๆกันมาโดยตลอด เรียกว่า…ตั้งแต่ยุคโสเกรตีส ยุคเพลโต ของพวกกรีกโน่นเลยเพราะมันคือ “รากฐาน”ที่จะต้องเอาไว้รองรับระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ของแต่ละสังคม ไม่ว่าจะปกครองกันด้วยระบบไหน ระบอบไหน กฎของส่วนรวม ของประเทศ หรือสิ่งที่เรียกว่า“กฎหมาย”ใดๆ จะมีความสอดคล้องกลมกลืน หรือแปลกแยก ขัดแย้ง กับ “กฎแห่งธรรมชาติ” “กฎของพระเจ้า” หรือไม่ เพียงใด มากหรือน้อยขนาดไหน อันนี้นี่แหละ ที่ถือเป็นตัววัด ตัดสิน เป็นตัวชี้ขาดถึงคำว่า “ความยุติธรรม” หรือ “ความเป็นธรรม”ทั้งหลาย…

ละครเรื่อง “เปาบุ้นจิ้น”ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของความยุติธรรม กระบวนยุติธรรม ในทุกๆเรื่องทุกๆตอน จึงมีเรื่องราวทำนองนี้สอดแทรกเอาไว้ให้พอได้คิด ได้ใช้เป็นอุทาหรณ์ อยู่พอสมควรเหมือนกัน คือจะดูกันแบบเรียบๆง่ายๆ เอาแค่เอาสนุก เอามันซ์ซ์ซ์ สนุกสนาน ตื่นเต้น โศกเศร้าเคล้าน้ำตาไปตามประสาก็ย่อมได้ หรือจะดูไปด้วย คิดไปด้วย นำเอาแต่ละเรื่องแต่ละฉาก แต่ละตอน มาเทียบเคียงกับสังคมในปัจจุบัน มาเทียบกับบ้านเมืองของใครต่อใครก็ยิ่งดีไปใหญ่ แต่สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้น…ที่ต้องสวดมนต์ ภาวนา ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ “พระเจ้า”หรือ “เทพเจ้า”องค์ใด องค์หนึ่ง ได้กรุณาส่งดาวบางดวง ให้จุติลงมาเกิดเป็น “เปาบุ้นจิ้น”ให้กับสังคมตัวเองเอาไว้บ้างนั่นแหละ…

เพราะบ้านใด เมืองใด ถ้าลองพอมี “เปาบุ้นจิ้น”เอาไว้ซักคน…อะไรต่อมิอะไรมันน่าจะโล่งๆ หายห่วง หายกังวล ไปได้มิใช่น้อย เพราะเท่าที่เห็นๆโดยส่วนใหญ่ มันมักออกไปทาง “เปาปล้อนปลิ้น”เป็นหลักซะมากกว่า สิ่งที่เรียกว่า…ความยุติธรรม ความเป็นธรรม หรือกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย มันเลยมักดิ้นไป ดิ้นมา ลื่นไป ลื่นมา หาหลัก หามาตรฐานที่แน่นอนแทบไม่ได้ จนทำให้ไม่ว่าจะปกครองกันด้วยระบบอะไร ระบอบอะไร เผด็จการหรือประชาธิปไตยก็แล้วแต่ มันเลยปลิ้นไป ปลิ้นมา น่าเหนื่อย น่าเบื่อ และน่าเซ็ง อยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้…นั่นแล…

———————————————————

 

ข่าวน่าสนใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Close