Canadian Bacon-กับความบ้าของ “ทรัมป์บ้า”

โดย คุณชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

บรรดาหนังๆทั้งหลายที่หยิบเอามาแนะนำในช่วงหลังๆนั้น…แม้ว่าอาจไม่ถึงขั้น “หนังโดนใจ” หรือสุดแสนจะคลาสสิค ระดับจัดอยู่ในทำเนียบอภิมหาอมตะนิรันดรกาลใดๆก็ตาม แต่ด้วยเหตุเพราะมันอาจสอดคล้องกับความเป็นไปของสถานการณ์ ในแต่ละห้วงแต่ละระยะ ที่อาจช่วยให้เกิดการ “ดูหนัง-ดูละคอน…แล้วกลับมาย้อนดูตัวได้บ้าง” ดังนั้น…แม้ว่าอาจไม่ถึงขั้นสนุกสนาน ตื่นเต้น ซาบซึ้ง ดื่มด่ำ ประทับใจ อะไรกันมากมาย แต่ถ้าหากมันพอช่วยให้เกิดข้อคิด เกิดอุทาหรณ์ สอนใจ สำหรับการใคร่ครวญ พิจารณา ฉากสถานการณ์ ปรากฏการณ์ต่างๆ ก็น่าจะถือเป็น “ประโยชน์” ได้บ้างแล้ว…

เหมือนกับสัปดาห์นี้นั่นแหละ…ระหว่างสถานการณ์โลก นับวันจะออกอาการสับสน อลหม่าน หนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าในแง่การเมือง เศรษฐกิจ การทหาร อันเนื่องมาจากประเทศผู้นำโลก อย่างคุณพ่ออเมริกา ดันเลือกเอาประธานาธิบดี ผู้มีชื่อฉายาเรียกขานกันในนาม “ทรัมป์บ้า” ขึ้นมาเป็นผู้บริหาร จัดการ จนทำให้เกิดการทะเลาะ เบาะแว้ง กับใครต่อใครเขาไปทั่ว ไม่ว่าแซงชั่นรัสเซีย เปิดฉากสงครามการค้ากับจีน กับยุโรป กับแคนาดา เม็กซิโก ที่เป็นเพื่อนบ้านมีพรมแดน ชายแดน ติดกับประเทศตัวเองแท้ๆ หรือห่างไกลไปถึงตะวันออกกลาง ไล่ทุบ ไล่บี้ ประเทศซีเรีย จนลามมาถึงอิหร่าน ก่อนโผลงไปจิกไก่งวงตุรกี เล่นเอาสับสน อลหม่าน ระส่ำระสายกันไปทั่ว…

ด้วยเหตุนี้…เลยต้องไปคว้าเอาหนังปีค.ศ. 1995 หรือเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ที่ต้องเรียกว่า…สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิก ตัวตน ของความเป็นประเทศอเมริกา หรือผู้นำอเมริกัน เอาเปิดเผย ตีแผ่ แยกแยะ ชำแหละ ด้วยกรรมวิธีการ “ตลกเสียดสี” แบบชนิดดูไป ฮาไป แต่กลับได้ข้อคิด สะกิดใจ ที่พอเอามาใช้เป็นคำตอบ คำอธิบาย ถึง “ความบ้า” ของประเทศอเมริกา หรือผู้นำอเมริกัน ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าในช่วงนั้น หรือช่วงนี้ก็ตามแต่ โดยหนังเรื่องที่ว่านั้น ใช้ชื่อว่า “Canadian Bacon” และดูเหมือนว่าโทรทัศน์ทรูวิชั่นส์ บ้านเรา กำลังนำกลับมาฉายวนไป-วนมา อยู่ในช่วงระหว่างนี้พอดิบ พอดี เป็นหนังที่ระดมเอา “ดาวตลก” จำนวนมากมายมหาศาล มารับบทเป็นตัวเอก พระเอก ดาวร้าย ตัวโกง ตัวประกอบ ชนิดล้นจอ โดยเฉพาะนักแสดงที่มีสัญชาติเป็นชาวแคนาดา ให้เกียรติมาร่วมปรากฏตัวตั้งแต่ฉาก-สองฉาก ไปจนถึงรับบทเป็นตัวเอก หรือพระเอก นั่นก็คือดาราผู้วายชนม์ไปแล้วอย่าง “จอห์น แฟรงคลิน แคนดี้” (John Franklin Candy) ผู้มีรูปร่างอ้วนท้วนปานประดุจกุมารตราเด็กอ้วนพี ที่โดดมารับบทเป็น นายอำเภอเมือง “Niagara County” เมืองชายแดนอเมริกา ที่อยู่ติดกับพรมแดนแคนาดา อันเป็นจุดเริ่มต้นของฉากเหตุการณ์ในเรื่องแทบทั้งเรื่องนั่นแล…

โดยพล็อตเรื่อง โครงเรื่องนั้น…อาศัย “จินตนาการ” ล้วนๆ คือจินตนาการไปว่า หลังจากที่ “ยุคสงครามเย็น” สิ้นสุดลงไปแล้ว ไม่มี “ศัตรู” ให้ประเทศอเมริกา ผู้นำอเมริกา และชาวอเมริกันต้องอกสั่น ขวัญแขวน อีกต่อไป แม้แต่ศัตรูตัวหลัก อย่างอดีตประเทศสหภาพโซเวียต ก็แตกฉานซ่านกระเซ็น ออกไปเป็นชิ้นๆ เหลือเพียงแค่รัสเซียที่เลิกเป็นคอมมิวนิสต์หันมาเป็นทุนนิยมกันไปแทนที่ จนทำให้ประธานาธิบดีอเมริกันที่คะแนนเสียง คะแนนนิยมกำลังตกแล้ว ตกอีก รวมไปถึง “พ่อค้าอาวุธ” หรือนักอุตสาหกรรมอาวุธชาวอเมริกัน ที่มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังประธานาธิบดี หรือมีที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดีเป็นลูกน้องมาตั้งแต่แรก ที่ไม่รู้จะขายอะไรต่อไปได้อีก เลยต้องหาทาง “ทำอะไรซักอย่าง” เพื่อที่จะช่วยกระตุ้นคะแนนนิยมของตัวประธานาธิบดี รวมทั้งเพื่อให้มีโอกาสผลิตอาวุธ ขายอาวุธ ทำกำไรจากอุตสาหกรรมอาวุธได้ตามปกติ…

แต่ไม่ว่าจะไปชวนผู้นำรัสเซีย หลอกให้มากิน “ไก่เคนตั๊กกี้” เพื่อโน้มน้าวให้ช่วยก่อ “สงครามเย็น” ขึ้นมาใหม่ แต่ผู้นำรัสเซียก็ไม่เอาแล้ว ไม่คิดสนุกด้วยอีกแล้ว อีกทั้งศัตรูเก่าๆ ที่เอาไว้ใช้กระตุ้น “ความกลัว” ความหวาดระแวงของชาวอเมริกัน ถ้าหากไม่เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึงกันไปหมดแล้ว ก็อาจติดคุก หมดอำนาจ ไม่เหลือใครพอที่จะหยิบมาใช้เป็น “ศัตรู” หรือเป็น “เครื่องมือ” ในการกระตุ้นคะแนนนิยมของประธานาธิบดีอเมริกัน รวมทั้งกระตุ้นยอดขายการผลิตอาวุธ ของอุตสาหกรรมอาวุธอเมริกันได้อีกต่อไป…

เผอิญว่า…ระหว่างกำลังประชุมหน่วยงานทางทหารและที่ปรึกษาความมั่นคง ได้เกิดเหตุการณ์เรื่องหนึ่ง คือทีมฮอคกี้อเมริกันที่ไปแข่งขันกับทีมฮอคกี้แคนาดา เกิดตีกันในสนามกีฬา ด้วยเหตุเพราะกองเชียร์อเมริกันดันไปกล่าวหาว่า “เบียร์แคนาดา” รสชาติห่วยแตก อะไรประมาณนั้น ที่ปรึกษาความมั่นคงประธานาธิบดีอย่าง “สจ๊วต สไมลีย์” (Stuart Smiley) รับบทโดย “เควิน พอลแลค” (Kevin Pollak)เลยได้จังหวะหยิบเอามาเสกสรรค์ ปั้นแต่ง ให้แคนาดาต้องกลายเป็น “ศัตรูหลัก” ของอเมริกา ได้แบบชนิด “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ” ทำนองนั้น ซึ่งก็ไม่ได้ถึงกับยากเย็น แสนเข็ญ อะไรมากมาย เพราะด้วยเหตุผลที่ที่ปรึกษาความมั่นคงอย่าง “สจ๊วต สไมลีย์” พูดเอาไว้กับประธานาธิบดีในสคริปท์หนังเรื่องนี้ ก็คือ… “ท่านประธานาธิบดีก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า ชาวอเมริกันของเรานั้น พร้อมเสมอที่จะเชื่ออะไรก็ตาม ที่เราพูดออกมา…”

จากจินตนาการที่ว่านี้นี่เอง…ก็เลยนำไปสู่เรื่องราวว่าด้วย “ปฏิบัติการแคนาเดียน เบคอน” หรือการเปิดฉากสงครามระหว่างอเมริกากับแคนาดา ที่เต็มไปด้วยมุกตลก ระดับพอได้ “ฮา” กันชนิดขากรรไกรค้าง ส่วนจะมีรายละเอียดเป็นเช่นใด จบลงไปในแบบไหน อันนั้น…คงต้องไปดูกันเอาเอง แต่คงไม่ใช่แค่หนังตลกแบบเรื่อยๆ เจื้อยๆอยู่แล้วแน่ๆ เพราะผู้ที่โดดมากำกับหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ก็คือศิลปิน นักเขียน นักแสดง นักทำสารคดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ฯลฯ และนักอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย ผู้มีนามกรว่า นาย “ไมค์ มัวร์” (Michael Moore)นั่นเอง ที่เคย “เขย่าสังคมอเมริกัน” ให้สั่นสะเทือนมาชนิดครั้งแล้ว ครั้งเล่า ไม่ว่าด้วยข้อเขียนในหนังสือเรื่อง “Stupid White Man” ด้วยหนังสารคดีเรื่อง “Blowing for Columbine” เรื่อง “Fahrenheit 9/11” เรื่อง “Capitalism: A Love story” ฯลฯ ถึงขั้นเคยรับรางวัลนักสร้างหนังสารคดียอดเยี่ยมมาแล้ว โดยที่สารคดีแต่ละเรื่อง หวิดๆจะทำให้ “การเมืองอเมริกัน” ล้มคว่ำ คะมำหงาย มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนนิตยสาร “Time Magazine” ปีค.ศ.2005 อดไม่ได้ที่จะต้อง จัดอันดับให้นาย “ไมค์ มัวร์” รายนี้นี่แหละ ถือเป็น 1 ใน 100 ของบรรดาผู้มีอิทธิพลในระดับโลก เอาเลยถึงขั้นนั้น…

“Canadian Bacon” จึงถือเป็นหนังตลก เสียดสี ที่เอาเรื่อง-เอาราว อยู่ตามสมควร ไม่ใช่แค่จะคิด “เอาฮา”แบบเฉยๆ หรือแบบเรื่อยๆเจื้อยๆ แม้จะเป็นหนังเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว แต่ยังสามารถนำมาใช้เป็น “คำตอบ-คำอธิบาย” ได้ว่า ทำไมถึงผู้นำอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” ถึงได้ “บ้า” ชนิดก่อให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย กับใครต่อใครเขาไปทั่ว และถึงทำให้ “ประชาชนชาวอเมริกา” จึงได้ “บ้า…ก็…บ้าวะ” ถึงขั้นพร้อมเลือกเอา “คนบ้า” ขึ้นมาเป็นผู้นำ เป็นประธานาธิบดีของตัวเอง หรือถ้าหากจะให้สรุปแบบไทยๆ คงต้องขออนุญาตไปนำเอาข้อสรุปของอภิมหานักคิด นักวิชาการ นักปราชญ์ และนักกลอน อย่างอาจารย์ด๊อกเตอร์ “ปราโมทย์ นาครทรรพ” ที่เคยร่ายบทกลอนเอาไว้ตั้งแต่ครั้งเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกันเพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ นั่นแหละว่า… “ด้วยเหตุเพราะประเทศนี้…มันมีกรรม จึงได้…ทรัมป์…มาเป็นนายขายหน้าเอย” เรียกว่า…ตรงกับจุดมุ่งหมายและแก่นสาระของเรื่อง “Canadian Bacon” แบบเป๊ะๆๆ…

ข่าวน่าสนใจ

Close