Touch of Evil-กับการปฏิรูปตำรวจ

โดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

วันสองวันก่อน…มีโอกาสเข้าไปในเว็บไซต์ “nungsub.com” ที่พรรคพวกให้คำแนะนำ ว่าเขามีหนังดังๆดีๆให้ดูฟรี โหลดฟรี อะไรประมาณนั้น เลยไปเจอเอาหนังเรื่องที่ตัวเองไม่เคยดูมาก่อน คือเป็นหนังประเภท “เก๋ากึ๊กส์ส์ส์” ที่ยังถ่ายทำแบบเป็นฟิล์มขาว-ดำ แต่ก็ถูกเอามาทำให้ภาพและเสียงคม-ชัด-ลึก จนดูเก๋ ดูเท่ ไปอีกแบบ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Touch of Evil” ส่วนภาษาไทยคงไม่น่าจะมีใครคิดตั้งชื่อให้ เพราะเป็นหนังระดับย้อนยุคไปตั้งเมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว แต่เมื่อดูมา-ดูไป กลับทำให้อดคิดไปถึงเรื่องราวในปัจจุบันขึ้นมามิได้…

โดยเฉพาะเรื่องที่กลายเป็นข่าว เป็นคราว ในบ้านเราหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าเรื่อง “คุณพ่อ” ที่เคร่งเครียด คับแค้น ชนิดอดรนทนไม่ได้ ต้องตัดสินใจกระโดดตึกศาลลงมาตาย เพราะคดีความที่ลูกชายตัวเองถูกฆ่าต่อหน้า ต่อตา มันเกิดพลิกไป-พลิกมาแบบ 360 องศา ด้วยเหตุเพราะหลักฐาน ข้อพิสูจน์ ของ “ตำรวจ”และ “อัยการ” อ่อนจนเกินไป เลยทำให้ศาลท่านต้องตัดสินยกฟ้องจำเลยที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตรกรซะเฉยๆ รวมทั้งคดีความอีกไม่รู้กี่เรื่อง ต่อกี่เรื่อง ที่กำลังท้าทายต่อความผิด-ความถูก ความเป็นไปตามกฏหมาย ซึ่งล้วนอยู่ภายใต้การบริหาร จัดการ ของผู้ที่ได้ชื่อว่า “ตำรวจ” ทั้งหลาย ไปจนถึงเรื่องความพยายามที่จะกระทำสิ่งที่เรียกว่า “การปฏิรูปตำรวจ” ตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหายังใส่กางเกงหูรูด มาจนถึงตราบเท่าทุกวันนี้ ก็ยังทำท่าว่าอาจจะไม่แล้วเสร็จ หรืออาจออกไปทาง “เสร็จตำรวจ” หรือเสร็จใครต่อใครหรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้…

ด้วยเหตุนี้…เลยอดไม่ได้ที่จะเอามาเล่าสู่ เอามาแนะนำ ให้ลองไปหาๆมาดู โดยเฉพาะสำหรับใครก็ตามที่กำลังมีอารมณ์ ความรู้สึกทำนองนี้อยู่บ้าง น่าจะลองคว้าเอาหนังเรื่อง “Touch of Evil” มาดูแก้กลุ้ม แก้เซ็ง กันไปพลางๆ คือแม้จะเป็นหนังยุคประมาณปี ค.ศ.1958 โน่นเลย แต่ก็มีอะไรที่เฉียบขาด เฉียบคม ระดับพอดูได้ เพราะเป็นหนังที่อภิมหาดาราฝรั่ง ที่เป็นทั้งผู้สร้าง ผู้กำกับ เป็นทั้งนักเขียน นักแสดง นักจัดรายการวิทยุ โทรทัศน์ ละครเวที ผู้มีนามกรว่า “ออร์สัน เวลส์” (George Orson Welles) ลงทุนกำกับ และเล่นเป็นตัวเอก ร่วมกับอภิมหาดาราเจ้าบทบาทอย่างคุณปู่ “ชาร์ลตัน เฮสตัน” (Charlton Heston)แบบชนิดทุ่มทุน ทุ่มเท ทั้งหน้าตัก เอาเลยถึงขั้นนั้น…

โดยไปนำเอาโครงเรื่อง พล๊อตเรื่อง มาจากนวนิยายของ 2 นักเขียนอเมริกัน คือ “โรเบิร์ต อัลลิสัน เวด” (Robert Allison Wade)และ “เอช. บิล มิลเลอร์” (H. Bill Miller) ที่ร่วมกันเขียน ร่วมกันใช้นามปากกาว่า “Wade Miller” ในการเขียนนิยายต่างๆมาไม่ต่ำกว่า 30 เรื่อง และส่วนใหญ่…ก็มักถูกนำไปสร้างเป็นหนัง เป็นละครโทรทัศน์ มาโดยตลอด ส่วนเรื่องที่ “ออร์สันเวลส์” นำมาสร้างเป็นหนังเรื่อง “Touch of Evil” ก็นำมาจากนิยายเรื่อง “Badge of Evil” หรือ “เหรียญตราแห่งความชั่วร้าย” ของสองนักเขียนรายที่ว่านี้นี่เอง…

ซึ่งโดยพล็อต โดยโครงเรื่อง ก็ออกจะ “เข้าท่า” อยู่แล้วภายในตัวของมันเอง…คือเป็นเรื่องที่มีฉากเหตุการณ์ของพื้นที่ 2 พื้นที่ ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในด้านการเมือง-เศรษฐกิจ-วัฒนธรรม ไปจนถึงการปกครองและตัวกฏหมาย นั่นคือพื้นที่บริเวณด้านที่ติดกับชายแดน พรมแดน ระหว่างประเทศอเมริกากับประเทศเม็กซิโก นั่นแหละ เป็นจุดเริ่มต้น ขณะที่พื้นที่ฟากอเมริกานั้น เป็นพื้นที่เขตรับผิดชอบของนายตำรวจผู้มีฝีมือความสามารถระดับเป็นที่โจษจัน ได้รับการยกย่อง สรรเสริญ ระดับเป็น “ตำนาน” ของแวดวงเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฏหมาย ผู้มีชื่อว่า “แฮงค์ กินลาน” (Hank Quinlan)ที่ “ออร์สัน เวลส์” โดดมารับบทแสดงด้วยตัวของตัวเอง…

ส่วนอีกฟากหนึ่ง…คือฟากเม็กซิโก อยู่ในเขตรับผิดชอบ ของนายตำรวจอีกรายหนึ่ง ที่ออกจะหัวใหม่ หัวก้าวหน้า ยึดถือหลักวิชากระบวนการสืบสวน สอบสวน และหลักของตัวบทกฏหมายแบบตรงไป-ตรงมา ไม่ได้คิดจะใช้ “สัญชาติญานความเป็นตำรวจ” แบบตำรวจรุ่นเก่าๆอย่าง “แฮงค์ กินลาน” มากมายซักเท่าไหร่นัก ผู้มีนามกรว่า “ไมค์ วาร์กัส” (Mike Vargas) รับบทโดยคุณปู่ “ชาร์ลตัน เฮสตัน” ของเรานั่นเอง แต่เผอิญว่า…พื้นที่ทั้งสองฝั่งฟากนั้น ต่างตกอยู่ใต้อิทธิพลของพวก “นอกกฏหมาย” รายเดียวกัน ที่ย่อมไม่ได้สนใจว่าฝั่งไหน ต่อฝั่งไหน จะมีกฏหมาย การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เป็นไปในรูปไหน อย่างไร เนื่องจาก “กฏของอาชญากรรม” ย่อมถือเป็นกฏที่อยู่เหนือไปจากพรมแดน เขตแดนใดๆก็ตาม พร้อมที่จะลอดรัฐ ลอดพรมแดน อยู่แล้วนั่นแหละ นั่นก็คืออิทธิพลของกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดแห่งตระกูล “แกรนดี้” (Grandi) ที่ตัวหัวหน้ากลุ่มในฝั่งเม็กซิโก ถูกนายตำรวจอย่าง “ไมค์ วาร์กัส” รวบตัวเข้าห้องขังไปจนได้ เหลือแต่ตัวพี่ชาย คือ “ลุงโจ” หรือ “Uncle Joe Grandi” ที่ปักหลักอยู่ในฝั่งอเมริกา อาศัยธุรกิจบังหน้าแบบถูกกฏหมาย เอาตัวรอดจากกฏหมายอเมริกาไปได้ตามสภาพ…
จุดที่ถือเป็นไฮไลท์ของเรื่อง ของเหตุการณ์…ก็จึงเริ่มต้นตรงที่เมื่อ ตำรวจเม็กซิโก อย่าง “ไมค์ วาร์กัส” ข้ามพรมแดนมาแต่งงานกับเจ้าสาวชาวอเมริกัน ในฝั่งอเมริกา แล้วเผอิญไปเจอกับเหตุการณ์การวางระเบิด ลอบสังหารนักธุรกิจชื่อดังในฝั่งอเมริกาแบบพอดิบ พอดี หรือแบบต่อหน้า ต่อตา ด้วย “ความเป็นตำรวจ” นั่นเอง ที่ทำให้เหตุการณ์ที่ว่า จึงทำให้เกิดทัศนะ มุมมอง ที่แตกต่างกันระหว่าง นายตำรวจหัวก้าวหน้า อย่าง “ไมค์ วาร์กัส” กับนายตำรวจผู้มี “สัญชาติญานแห่งความเป็นตำรวจ” อย่าง “แฮงค์ กินลาน” ในคดีที่ว่านี้ แม้ว่าจะเป็นคดีที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบของตำรวจอเมริกาก็ตาม แต่จะด้วยเพราะความเป็น “ตำรวจอาชีพ” ที่มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ กฏหมาย หรือวัฒนธรรมใดๆก็แล้วแต่ หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่จะคิดๆกันเอาเอง ความแตกต่างเหล่านี้นี่เอง…ที่มันทำให้เกิดเรื่อง เกิดราว เกิดการเชือดเฉือน การเอาชนะคะคาน จนบานปลาย ปลายบาน ไปสู่โศกนาฏกรรม อาชญากรรม การจองเวร-จองกรรม ไปจนกระทั่งต้องอาศัย “กฏแห่งกรรม” เข้ามาเป็นตัววัด ตัดสิน ไปจนได้…

แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นอะไรที่ “เก่า” หรือ “เก๋ากึกส์ส์ส์” จนอุปกรณ์ เครื่องมือ-เครื่องใช้ ที่ถูกนำเอามาใช้ในการดำเนินเรื่อง เช่น “เครื่องติดตามการดักฟัง” นั้น แทบไม่ต่างอะไรไปจากเครื่องมือในยุคหินเอาเลยก็ตาม ต้องให้พระเอกอย่าง “ชาร์ลตัน เฮสตัน” เดินลุยน้ำเพื่อหาสัญญานการดักฟังให้ถนัดๆ แต่ถ้ามองข้ามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ มุ่งไปที่ “จุดมุ่งหมาย” ของเรื่อง ก็คงไม่ถึงกับต้องเสียอารมณ์มากมายซักเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายแล้ว…สิ่งที่น่าคิด น่าสะกิดใจ ชนิดที่สามารถเก็บมาใช้เป็นอุทาหรณ์สอนใจได้เสมอๆ ไม่ว่ายุคสมัย เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง หรือตัวบทกฏหมายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นั่นก็คือเรื่อง “ความดี” และ “ความชั่ว” นั่นเอง ก็เหมือนกับ “การปฏิรูปตำรวจ” ในบ้านเรานั่นแหละ เอาไป-เอามาแล้ว…ไม่ว่ารายละเอียดของตัวบทกฏหมาย ของกรรมวิธีในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง มันจะเป็นไปเช่นไร สุดท้ายแล้ว…มันคงหนีไม่พ้นต้องไปวัดตัดสินกันที่ การที่จะทำอย่างไรถึงจะให้เกิด “ตำรวจดี” มากไปกว่า “ตำรวจชั่ว” นั่นแล….

ข่าวน่าสนใจ

Close