“มุกข์ลดา-ปิยวัฒน์”คว้าแชมป์บิดนานาชาติ“ซูซูกะ4ชั่วโมง”

“มุกข์ลดา-ปิยวัฒน์” กระหึ่มสนามระดับโลก! พาทีมไทย100% จารึกประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่คว้าแชมป์บิดมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหด “ซูซูกะ4 ชั่วโมง” นำธงไตรรงค์โบกสะบัดที่ญี่ปุ่น

“มุกข์” มุกข์ลดา สารพืชยอดนักบิดสาวแกร่งชาวไทยควงคู่ “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ ทีมเมทดาวรุ่งผนึกกำลังทีมงานคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์จากเอ.พี.ฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์สร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่คว้าแชมป์ในศึกเอ็นดูรานซ์นานาชาติสุดโหดรายการ“ซูซูกะ 4 ชั่วโมงเอ็นดูรานซ์เรซ 2019” ส่งเพลงชาติไทยดังกระหึ่มสนามระดับโลกซูซูกะเซอร์กิตประเทศญี่ปุ่น

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหดรายการซูซูกะ 4 ชั่วโมงเอ็นดูรานซ์เรซ 2019 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมาที่สนามซูซูกะอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีระยะทางต่อรอบ 5.821 กิโลเมตร

 

 

ยอดทีมแข่งไทยอย่างเอ.พี.ฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ที่นำโดย “มุกข์” มุกข์ลดาสารพืชนักบิดสาวแกร่งและ “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ประทุมยศพร้อมด้วยทีมช่างไทยรอยเปอร์เซ็นต์ลงแข่งขันเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันและสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่การซ้อมครั้งแรกโดยสามารถคว้ากริดสตาร์ทอันดับที่ 2 มาครอง

เกมในรอบชิงชนะเลิศออกสตาร์ทในช่วงเช้าวันเสาร์ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนของประเทศญี่ปุ่นโดยมุกข์ลดารับหน้าที่เป็นนักบิดไม้แรกและออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะร่วงลงไปอยู่ในอันดับ 3 ได้ก็สามารถกลับมาเป็นผู้นำได้ในรอบที่4 และที่รักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่นทิ้งห่างอันดับ 2 ไปถึง 8.2 วินาทีในช่วง 55 นาทีแรกก่อนจะนำรถเข้ามาเติมน้ำมันและเปลี่ยนตัวนักบิดส่งไม้ต่อให้ปิยวัฒน์ลงไปทำหน้าที่ต่อในชั่วโมงที่ 2 ของการแข่งขัน

ขณะที่สภาพอากาศยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องปิยวัฒน์ออกมาทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติทิ้งระยะห่างจากทีมอันดับ 2 อย่างยามาฮ่าอินโดนีเซีย& อิโตเรซซิ่งออกไปถึง 21.8 วินาทีโดยดาวรุ่งจากโครงการ “เรซทูเดอะดรีม” ของ เอ.พี.ฮอนด้าทิ้งห่างคู่แข่งออกไปร่วม 1 นาทีกับการแข่งขันชั่วโมงที่ 2

จากนั้นเอ.พี.ฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ทำการเปลี่ยนตัวนักบิดอีกครั้งเพื่อให้มุกข์ลดาลงมาทำหน้าที่ต่อโดยหลังจากเติมน้ำมันและเปลี่ยนตัวทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ลงสู่สนามอีกครั้งด้วยการเป็นผู้นำและทิ้งห่างคู่แข่งออกไปถึง 2 รอบสนาม

ในช่วง 2 ชั่วโมง 40 นาทีของการแข่งขันมีรถแข่งพลาดล้มอย่างรุนแรงกรรมการต้องตัดสินใจตีธงแดงเพื่อยุตติการแข่งขันชั่วคราวรถทุกคันต้องกลับเข้าพิตโดยมุกข์ลดายังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น

อย่างไรก็ดีจากสภาพอากาศที่มีฝนตกลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กรรมการประกาศยุตติการแข่งขันส่งผลให้เอ.พี.ฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์ภายใต้รถแข่งHonda CBR600RR หมายเลข 149 คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์จากผลงานของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นทีมแรกด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 62 รอบสนามคิดเป็นระยะทาง 360.902 กิโลเมตร

ข่าวน่าสนใจ

Close