ฝรั่งเศสสยบโครเอเชีย4-2คว้าแชมป์บอลโลกสมัยที่2

20 ปีที่รอคอย ! ฝรั่งเศส เอาชนะ โครเอเชีย ไปได้ 4-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ไปครองได้สำเร็จ

ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบชิงชนะเลิศ ที่ สนาม ลุซนิกิ สเตเดี้ยม ที่จุคนดูได้กว่า 78,000 คน ถือเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดในแถบยุโรปตะวันออก ของประเทศรัสเซีย ระหว่าง ฝรั่งเศส พบ โครเอเชีย

ฝรั่งเศสยังคงจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ฮูโก้ โยริส, เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาเอล วาราน, ซามูเอล อุมติตี้, ลูคัส แอร็กนองเดซ, พอล ป็อกบา, เอ็นโกโล ก็องเต้, คิลิยัน เอ็มบัปเป้, อองตวน กรีซมันน์, แบลส มาตุยดี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ขณะที่โครเอเชียมาในระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน ประกอบด้วย ดานิเยล ซูบาซิช, ซิเม เวอร์ซัลโก้, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วิด้า, อิวาน สตรินิช, มาร์เซโล โบรโซวิช, อิวาน ราคิติช, อันเต เรบิช, ลูก้า โมดริช, อิวาน เปริซิช และ มาริโอ มานด์ซูคิช

ครึ่งแรก นาที 18 “อ็องตวน กรีซมันน์” เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษ บอลไปโดนหัวของ “มานด์ซูคิช” ผู้เล่นโครเอเชียอย่างจัง เข้าประตูไปเต็มๆ ทำให้ ฝรั่งเศส ขึ้นนำ โครเอเชีย 1-0

จากนั้นแค่ 10 นาทีต่อมา “อีวาน เปริซิช” พาบอลหนีผู้เล่นฝรั่งเศส ก่อนซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาไกลตุงตาข่าย โครเอเชีย ตีเสมอ ฝรั่งเศส 1-1

นาที 38 “อ็องตวน กรีซมันน์” ยิงจุดโทษให้ ฝรั่งเศส กลับมาขึ้นนำ โครเอเชีย 2-1 จากจังหวะแฮนด์บอลล์ของ “เปริซิช” ในเขตโทษ

หมดครึ่งแรก ฝรั่งเศส นำ โครเอเชีย 2-1

เริ่มครึ่งหลัง นาที 59 “ป็อกบา” ยิงจังหวะแรกติดบล็อก ก่อนบอลจะไหลมาเข้าซ้ายแปเน้นๆ ซ้ำเข้าไป ฝรั่งเศส นำ โครเอเชีย ห่างออกไป 3-1

จากนั้น “เอ็มบัปเป้” ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยขวาเสียบเสาไกล ฝรั่งเศส หนีห่าง โครเอเชีย ออกไปอีก 4-1 ในนาที 65

ต่อมาแค่ 4 นาที “อูโก้ โยริส” ผู้รักษาประตูฝรั่งเศสได้บอลมาแล้ว จะเตะสวนแต่พลาดอย่างจัง บอลดันไปติดขา “มานด์ซูคิช” เข้าประตูไป โครเอเชีย ไล่ตามมาเป็น 2-4

หลังจากนั้นโครเอเชียสู้ตายหวังพลิกสถานการณ์กลับมาอย่างที่เคยทำมาตลอดในรอบน็อคเอาท์ แต่ครั้งนี้ฝรั่งเศสไม่พลาดให้เหมือนทีมอื่น ๆ

หมดเวลาการแข่งขัน ฝรั่งเศส ชนะ โครเอเชีย 4-2 ผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไปครอง ส่วนโครเอเชียได้รองแชมป์ ความสำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ

ด้าน เอ็มบัปเป ทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดที่ยิงได้ในรอบชิงดำเวิลด์ คัพ ในวัย 19 ปี 207 วัน เป็นรองแค่ “ไข่มุกดำ” เปเล่ ที่ยิงได้ในวัย 17 ปี 249 วัน ในเวิลด์ คัพ 1958

ขณะที่ ลูก้า โมดริช เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งทีมชาติโครเอเชีย ขึ้นแท่นรับรางวัล “โกลเด้น บอล” นักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลกตามคาด

ด้าน คีเลียน เอ็มบัปเป ที่แจ้งเกิดเต็มตัวกับทีมชาติฝรั่งเศส ซิวรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมไร้ข้อกังขา

ส่วนรางวัล “โกลเด้น บูท” ดาวซัลโวสูงสุด ไม่ใช่ของใครที่ไหน แฮร์รี่ เคน ยอดศูนย์หน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ ที่ทำไป 6 ประตู

สรุป รางวัลยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ มีดังต่อไปนี้

นักเตะยอดเยี่ยม รางวัลลูกฟุตบอลทองคำ – ลูกา โมดริช (โครเอเชีย)

ลูกฟุตบอลเงิน – เอแด็ง อาซาร์ (เบลเยียม)

ลูกฟุตบอลทองแดง – อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)

ดาวซัลโว รางวัลรองเท้าทองคำ – แฮร์รี เคน (อังกฤษ) 6 ประตู

ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ถุงมือทองคำ – ธิโบต์ กูร์ตัวส์ (เบลเยียม)

นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม – คิเลียน เอ็มบัปเป (ฝรั่งเศส)

รางวัลฟีฟ่า แฟร์ เพลย์ อวอร์ด – ทีมชาติสเปน

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close