ถอด“สมการ”หลังลต.62“ลุงตู่”ไปต่อ!

ลุงคนข่าว...ลับกว่าที่เห็นลึกกว่าที่เป็น

กราบคารวะมิตรรักแฟนเพลงไอ.เอ็น.เอ็น.ทุกท่านครับ ก่อนหน้าคณะรัฐประหารเข้าควบคุมอำนาจรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ผมเคยเจรจาสาธยายร่ายยาวกันมานานโขอยู่ครับ ว่าแต่สถานการณ์เปลี่ยนผ่านมาก็ต้องปรับลับมือไว้รับกับการเมืองประวัติศาสตร์หน้าใหม่ สมการใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ตัวเลขขยับใหม่ เพียงแต่ “ตัวเล่นเก่า” ก่อนจะสูญเสียจากกันไปบ้างก็เพราะอายุขัยทนบาดเจ็บข้ามไม่พ้น 4 ขวบปีที่ รัฐบาล คสช. ของ “พล.อ.ประยุทธ์” ดำรงสถานภาพอยู่ก็เท่านั้น…

เกาะติดบริบทการเมืองกันมานาน…ก่อน-หลังรัฐประหารก็ไม่ต้องไปพูดถึงอดีตกาลให้มันปวดกระดองใจ เอาเป็นว่า อนาคตหลังเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 ใครจะมานั่ง “นายกรัฐมนตรี” ต่อจากลุงตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ก็เป็นพอครับ…

ตอบกันตามตรรกะไม่ต้องส่องกล้องจับยามตามหมอดู เอาเป็นว่า เขียน คำตอบ” ไว้ล่วงหน้า แล้วค่อยไปเขียนโจทย์และวิธีทำกันทีหลัง…ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นี่แหละเป็น “คำตอบสุดท้าย”  ซึ่งนาทีนี้เขียนบรรจงแปะฝาบ้านขีด 2 เส้นใต้ ไว้ได้ก่อนเลยคือตัว “นายกคนต่อไป” หากไม่มีเหตุผลกลลวงใดรุนแรงจนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป จนเป็น “ข้ออ้าง” ให้ผู้มีอำนาจบิดเบี้ยวไป…

เริ่มต้นตั้งแต่การผูกโยง “เขียนโจทย์” และร้อยเรียง “วิธีทำ” มารองรับโดย “มือกฎหมายมหาชนระดับอ๋อง” อย่าง ดร.มีชัย ฤชุพันธุ์” ทำหน้าที่เขียนโจทย์ในนาม “ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” หรือ กรธ. กำหนดขึ้นเป็น “สมการ” ให้บรรดา “ตัวละคร” แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไปจัดการถอดตัวเลขให้ได้ “ผลการเลือกตั้ง” ในวาระต้นปีหน้าเป็นไปตามคำตอบ…

ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งเพียงแค่ “คลายล็อกพรรคการเมือง” ของ คสช. คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ถูก “เซตซีโร่” ใหม่ยามที่กรรมการบางคนเล่นกันคนละบท งานมหาดไทยของ “พล.อ.อนุพงษ์” ซึ่งจะเป็นไปไม้เป็นมือในวันที่หย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่นับรวมกำลังพลใน-นอกเครื่องแบบที่ทำงานด้านความมั่นคงอยู่ในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร…

ภายใต้ “ตัวเลขเก่า” แต่ปรับสูตรตาม “รัฐธรรมนูญใหม่” กำหนดให้จำนวน “ส.ส.ระบบเขต” ลดลงเหลือ 350 จากเดิม 400 คน แบบบัญชีรายชื่อเพิ่มเป็น 150 จากเดิม 100 คนรวมเป็นสภา 500 ดั่งเดิม เพียงแต่หัวใจสำคัญสนับสนุนคำตอบแบบขีดเส้นใต้สองเส้น ประยุทธ์ จันทร์โอชา” คือการได้มาซึ่ง “สมาชิกสภาสูง” จำนวน 250 ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งและสรรหาภายใต้ความเห็นชอบของ คสช. ที่สามารถโหวต “ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี” ได้ด้วยเพียงใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภาหรือรัฐสภา หรือ 351 ของทั้งหมด 700 ที่นั่ง

และชัดเจนยิ่งกว่าเมื่อความในรัฐธรรมนูญเปิดทางให้พรรคการเมืองเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯได้ไม่เกิน 3 คนต่อพรรค แม้จะมีข้อห้าม “นายกฯประยุทธ์” และ ครม. ลงสมัครรับเลือกตั้ง หากแต่เป็น นายกฯ และดำรงตำแหน่งใน ครม. ชุดหลังเลือกตั้งใหม่ได้ มันก็ทำให้ดูดีเหมือนอุ้มแบบนอนมา

และนอกเหนืออจาก “ตัวละคร” ที่ว่ามาข้างต้น “ตัวละคร” ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอนาคต ขอให้จับตา คุณพี่นิพนธ์ พร้อมพันธุ์” อดีตนักเรียนเมืองผู้ดีและอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรียามนี้กว้างขวางมาก บารมีมาดนุ่มสุขุมลุ่มลึก นอกจากจะเป็น “พี่ชายภรรยา” ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แห่ง กปปส. และ “เพื่อนซี้ปึ๊ก” เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกุล แห่ง พรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ “ผลลัพธ์” ที่ถูกต้องออกมาตรงกับคำตอบ…พลพรรคอย่าง “เสี่ยหนู-สุเทพเทือก-สมศักดิ์ เทพสุทิน-เนวิน ชิดชอบ” และ “แรงหนุน” ด้าน “ทุนสนับสนุน” อย่าง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และพวก การันตี “น้ำเลี้ยง” ซึ่งยังไม่นับ “กลุ่มทุนเก่า” ระดับท็อปของชาติ  “กลุ่มสามมิตร” ที่กำกับโดย “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เดินเกมด้วย “สมศักดิ์” และ “สุริยะ” ขับเคลื่อนอย่างไม่หวั่นเกรง “ข้อห้าม” ความสงสัยในข้อกฎหมาย หาเสียงหมายมั่นจะทำให้ “พรรคพลังประชารัฐ” เป้าหมายเกิน 150 ที่นั่งเป็นอย่างต่ำ ด้วยการแยกกันตีกับ พรรคพลังชาติไทย ของ “พล.อ.ทรงกลด” เพื่อนซื้ “ประยุทธ์” และรวมเป็นพรรคเดียวกัน แม้กระทั่ง “ภูมิใจไทย” หรือพรรคอื่นในขั้วเดียวกันก็จะต้องส่งกำลังไปร่วมกับ “พลังประชารัฐ” ให้เป็นพรรคอันดับ 1 โดยเสนอชื่อ “ประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อความสง่างามเพียงแต่ยังจะตัดสินใจจะเสนอชื่อ “สมคิด” คู่ไปด้วยแล้วใครอีกคนระหว่าง “ประวิตร” หรือ “อนุพงษ์”

แน่นอนที่สุดตามเกม ของฝ่ายอำนาจ คสช. หมายมั่นให้ พรรคเพื่อไทย เป็น พรรคอัน เพื่อเป็น “ฝ่ายค้าน” พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ3 เป็น “พรรคอะไหล่” รัฐบาลประยุทธ์ชุดใหม่ครับ!

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close