กับดักทางออก”ลุง”

@ยังพอยิ้มออกได้บ้าง เมื่อได้ยินเสียงเชียร์จากกองหนุน”ลุงตู่สู้ๆ”อย่าลาออก ขณะไปทำบุญทอดกฐินวันนี้ ท่ามกลางแรงเสียดทานรอบด้านที่กดดันมาที่”ลุง”คล้ายหลายช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ถึงขนาดบ่นเปรยกรายๆ ทำนองถูกเล็งเป้าเป็นศูนย์กลาง”ตำบลกระสุนตก”อยู่คนเดียวในขณะที่อีก”2ลุง”ใน3ป.ไม่โดน แม้จะยอมถอยคนละก้าวให้”ม็อบเด็ก”ไปแล้ว ทั้งเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ทั้งเปิดสภาวิสามัญ 26-27 ต.ค. ที่ถูกมองแต่แรกจากการตั้งธงแล้วว่าจะไม่มีอะไรในกอไผ่ กระทั่งมาสู่ข้อเสนอ”คณะกรรมการสมานฉันท์7ฝ่าย”ที่”ฝ่ายค้าน”ไม่เอาด้วย เพราะมองว่าเป็นการประวิงเวลาออกไปของรัฐบาล โดยยังยืนยันตาม”ม็อบเด็ก”คือให้”ลุง”เสียสละลาออก เพื่อเปิดทางไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

@ที่แม้ว่า”อ.วิษณุ”จะออกมา”ตีกันในที”ถึงข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญ60 ที่ออกแบบมาเพื่อ”ความยาก”ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ”ฝ่ายอำนาจปัจจุบัน” ที่มี ”ลุง” เป็นนายกฯ มีพรรค ”สว.250” เป็นกำลังสนับสนุนทางการเมือง รวมถึง”เงื่อนเวลา” ในกระบวนการทั้งพรบ.ประชามติ และกระบวนการของสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่หากไปดู”ไส้ใน”หากเป็นไปตามที่ว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง ที่ถึงเวลานั้นบรรดา”ผู้ใหญ่” ประเมินว่า ”ม็อบเด็ก” อาจจะฝ่อไปในที่สุดกับแรงเสียดทานจาก”ฝ่ายเห็นต่าง”

@ที่แม้จะมีภาพของการ ”จัดตั้ง” โดยชูประเด็นการปกป้องสถาบันกับ ”ม็อบเสื้อเหลือง” ที่กำลังทำให้หลายฝ่าย ”กังวล” สถานการณ์การไหลไปสู่ ”กับดัก” ใน ”ลูปเดิม” แบบอดีตที่เกิดความขัดแย้ง จากโต้แย้งกันทาง ”ความคิด” ทัศนะ ปัญญา สู่ อารมณ์ จาก”การด่าทอ”เกลียดชังและสู่การกระทบกระทั่งลงไม้ลงมือสู่สภาพเลือดตกยางออกดัง”สัญญาน”ผ่านเหตุการณ์ในม.ราม ที่กำลังลามขยาย แบบกรณีที่สถานีรถไฟอยุธยา

@ที่หากเป็นไปดังนั้นแบบ ”คู่ขนาน” ไปกับการขยายลุกลามของ ”เงื่อนไข” จากอีกฝั่งฟากของ ”เด็ก” จากการ ”ทะลุเพดาน” จากสามย่านสู่สถานทูตเยอรมนี ที่ตอนนี้ไม่แต่มีเพียงปรากฏการณ์โลกจริงที่จับต้องได้กับ ”ม็อบเด็ก” บนถนนที่ยังเคลื่อนต่อโดยวันนี้ไป 3 จุดคือ สีลม สกายวอล์คMBK และตึกเนชั่นบางนา หากแต่ในโลกเสมือนจริง ในโลกโซเชียลก็กำลังลุกลามขยาย จากทวิตเตอร์สู่”TikTok”ที่ด้วยสภาพของโลกยุคใหม่ที่ระบบเศรษฐกิจผูดติดเชื่อมเข้ากับ ”เทคโนโลยี” ทำให้ยากที่ฝ่ายเกี่ยวข้องจะเข้าไปแตะรื้อหรือหยุดระบบที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ”สื่อสาร” ที่คาบเกี่ยวประเด็น ”ความมั่นคง” ได้ถนัดแบบในอดีต

@ที่หากสถานการณ์ในโลกเสมือนจริงบรรจบกับโลกจริง แบบที่เป็นอยู่และขยายตัวมากขึ้นจนเกิดปฏิกิริยาที่ยากควบคุมจนเป็น”ความวุ่นวาย”ถึงเวลานั้น ย่อมหมายถึงความจำเป็นที่ฝ่ายเกี่ยวข้องที่มี”หน้าที่”ดูแลความสงบไล่ตั้งแต่”ลุง”ไปจนถึง”ฝ่ายปฏิบัติ”ตำรวจ ทหาร จะออกมาจัดการสถานการณ์ ส่วนปลายทางของ”ทางออก” จะสรุปลงเอยแบบไหน จะเป็นแบบที่”สนธิ ลิ้มทองกุล”ออกมาประเมินทำนองอาจมีการรัฐประหาร หรือแบบที่”ลุง”ลาออกเปิดทาง หรือจบลงแบบการเข้าสู่”กับดัก”วิธีการแบบ”อำนาจนิยม”ที่เสี่ยงต่อความรุนแรง ที่ทุกฝ่ายไม่อยากให้เป็นยังต้องติดตามจากท่าทีถัดไปของ”ลุง”และ”2พรรคร่วมรัฐบาล”รวมถึงการเคลื่อนไหวของ”ม็อบเด็ก”จากนี้

ข่าวน่าสนใจ

Close