“แผนกรกฎ52”ปราบ”ม็อบเด็ก”?

@ยืนยันแล้วจากฝั่งตำรวจโดย”น.1”พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา” ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลวันนี้(16ก.ย.) ว่า จะใช้ ”แผนกรกฎ52” ในการรับมือกับ ”ม็อบเด็กธรรมศาสตร์” วันที่ 19 ก.ย. หลังจากที่วีคที่แล้ว “บิ๊กแป๊ะ” ผบ.ตร.ปฏิเสธว่าจะไม่จริงจังดุดันถึงขนาดใช้แผนที่ตำรวจเคยใช้กับม็อบผู้ใหญ่แดงเหลือง เพราะในม็อบหนนี้อาจมีเด็กเล็ก ”มัธยม” หรืออาจถึง ”ประถม” มาร่วมด้วย ที่ก็สอดรับกับ ”ลุง” ที่ย้ำหลายหนว่าคงไม่ไปทำอะไรลูกหลานแม้ว่าหลังจากนั้นจะมีการดำเนินคดีกับเด็กนักเรียนราชบุรีก็ตาม

@โดยการใช้ ”แผนกรกฎ52” หนนี้”น.1”บอกว่ามุ่งไปที่ดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ได้จัดกำลังมาเพื่อจับกุมหรือปราบปรามผู้ทำกิจกรรม โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บชน. ได้มีการระดมกวาดล้างอาวุธปืน และอาวุธต่างๆ ระเบิด นอกจากนี้ยังมีการปิดล้อมตรวจค้นในสถานที่ต้องสงสัยเนื่องจากเกรงว่าจะมีบุคคลอื่น มาก่อเหตุ ป่วนในพื้นที่ชุมนุม ส่วนที่ใช้ “แผนกรกฎ 52” เพราะจะนำมาใช้ เป็นกรอบในการปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีที่มีสถานการณ์ต่างๆเพราะไม่ใช่นำมาใช้ในการชุมนุมประท้วง เพียงอย่างเดียว แต่เป็นกรอบกำหนดให้ ”ตำรวจ”จะต้องปฏิบัติอย่างไร ไม่มีอะไรพิเศษ  เพราะต้องมีการ กำหนดขั้นตอน  ทั้งก่อนเตรียมการ ขั้นปฏิบัติ และหลังปฏิบัติ และยอมรับว่ามีการขอกำลังจาก กองบัญชาการตำรวจภูธร ใกล้เคียงมาช่วยเหลือในการดูแล กลุ่มผู้ชุมนุม แต่จะมากหรือน้อย  ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ชุมนุม โดยเน้นสถานที่หลักๆ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ท้องสนามหลวง และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  ที่จะต้องมีการ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพื้นที่การชุมนุม

@น่าสนใจว่าแนวของ”ตำรวจ”จะเป็นไปตามที่”2ลุง””ใน3ป.”บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม”ว่าไว้คือเน้นที่การใช้กำลังตำรวจ ทหารเป็นส่วนเสริม และจับตาไปที่”ผู้อยู่เบื้องหลัง”และ”ระวัง”มือที่3” ที่จะสร้างสถานการณ์ให้นำไปสู่ความรุนแรงระหว่างมีการชุมนุม ดังที่”อดีตนายทหารการข่าว” เคยเตือนว่ามีสัญญานว่าอาจมีการสร้างสถานการณ์กับเด็ก

@กระนั้นในไส้ในของ “แผนกรกฎ 52” ก็น่าสนใจกับ ขั้นตอนกระบวนการปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก ที่ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลักคือ 1 ขั้นเตรียมการ 2 การเผชิญเหตุ 3 เมื่อสถานการณ์วิกฤต และจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ และ  4 การฟื้นฟู-โดยในรายละเอียดการปฏิบัติมีการระบุกรณีต้องยับยั้งวิกฤต ควบคุมสุานการณ์ชุมนุม  ดำเนินการตาม “กฎการใช้กำลัง” นั้น การใช้กำลังเข้าแก้ไขสถานการณ์ให้เป็นไปตามสมควรแก่เหตุ ดำเนินการ ตามลำดับ คือ 1.การแสดงกำลังของตำรวจ 2.การใช้คำสั่งเตือน 3.การใช้มือเปล่าจับกุม

4.การใช้มือเปล่าจับล็อกบังคับ 5.การใช้เครื่องพันธนาการ ปืนยิงตาข่าย 6.การใช้คลื่นเสียง

7.การใช้น้ำฉีด 8.อุปกรณ์เคมี เช่น แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย 9.กระบองหรืออุปกรณ์ที่ใช้ตี

และ10.อาวุธที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น กระสุนยาง และอุปกรณ์ชอร์ตไฟฟ้า และหากยังไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ ให้เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่าน ศปก.ตร.เพื่อเสนอรัฐบาลใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และมอบหมายให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวเข้ารับผิดชอบ หรือพิจารณาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯเฉพาะพื้นที่ เพื่อเพิ่มอำนาจในการปฏิบัติตามกฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ หรือประกาศกฎอัยการศึกเพื่อปราบปรามขั้นเด็ดขาด ซึ่งการปฏิบัติการขั้นนี้ฝ่ายทหารจะเป็นผู้รับผิดชอบสั่งการ

@ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อกับระยะเวลาที่เหลือ3วันก่อนจะถึงวันที่ 19 ก.ย. กับปฏิกิริยาของ ”ม็อบเด็ก” ทั่วประเทศทั้งส่วนของ ”นักเรียน” ที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่ย่อมห่วงความปลอดภัยบุตรหลาน และในส่วนของ ”เยาวชน” นักศึกษา”ที่จะขยับมารวมตัวชุมนุมแสดงพลัง ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ปักหลักค้างคืนและเคลื่อนไปยังทำเนียบฯ ว่าถึงเวลาจะเป็นไปอย่างที่”หน่วยข่าวความมั่นคง”ประเมินไว้เมื่อ 2 วันที่แล้ว หรือไม่ว่าเป็นการ”ซ้อมใหญ่”ไม่ได้เอาจริง โดยน่าจะมาจำนวนประมาณ 5 หมื่นคน  และถึงเวลาเอาเข้าจริงเจ้าหน้าที่จะใช้แผนดังว่า ปกป้องลูกหลานให้ปลอดภัยจากมือที่ 3 ที่ 4 ตามที่ ”ลุง”ๆเตือนไว้ได้หรือไม่

ข่าวน่าสนใจ

Close