“สัญญาณ”ไฟดับไฟ?

จับอาการลุง2วันมานี้ ดูจะให้น้ำหนักความสนใจ กับการเตรียมรับมือสถานการณ์ม็อบเด็กนักศึกษาวันเสาร์หน้าที่ 19 ก.ย.ถึงขนาดคุยหลายรอบกับบิ๊กแป๊ะผบ.ตร. ที่ก็สอดรับกับท่าทีของลุงป้าน้าอาหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าธรรมศาสตร์รุ่นใหญ่แต่ละขั้วข้างการเมือง ครูบาอาจารย์ หรือนักสังเกตการณ์ทางการเมืองความมั่นคง” จากหลายขั้วข้างที่ เป็นห่วงต่อสถานการณ์การชุมนุม ว่าจะบานปลายไปสู่ภาพเก่าเลือดตกยางออก ในเหตุการณ์เดือนตุลาปี2519 ที่รุ่นปู่ย่า70ขวบขึ้น ของเด็กๆเคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว

@ดังชุดข้อมูลอดีตของไตรรงค์ สุวรรณคีรีที่ออกมาขยายภาพเหตุการณ์หลั่งเลือดในอดีตจากจุดเริ่มต้นการขออนุญาตชุมนุมในธรรมศาสตร์ เพื่อสะท้อนเหตุผล ที่ในครั้งนี้ ผู้บริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจไม่อนุญาตให้นักศึกษาใช้สถานที่ในการชุมนุมที่ลานโพธิ์ หลังจากที่วันก่อนมีการแถลงของเพนกวินและรุ้งที่พูดถึง 10 ข้อเรียกร้องที่เป็นชุดข้อมูลเดียวกับที่ทนายอานนท์ นำภาเคยนำเสนอบนเวทีธรรมศาสตร์จะไม่ทนที่มธ.ศูนย์รังสิต จนเป็นเหตุให้โดนดำเนินคดี และเกิดทัวร์ลงผู้บริหารมาแล้ว

@แต่ก็น่าสนใจกับชุดข้อมูลของสุธรรม แสงประทุมอดีตแกนนำนักศึกษาสมัยนั้น ที่อ.ไตรรงค์อ้างถึง ที่ออกมาโต้แย้งข้อมูลอีกด้าน ว่า การชุมนุมของนักศึกษาประชาชนในเหตุการณ์วันที่6ตุลา19 ที่เริ่มต้นจากม.ธรรมศาสตร์เป็นการชุมนุมอย่างสงบสันติตามสิทธิในรัฐธรรมนูญและได้ขออนุญาตและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นคือม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมชที่เหตุการณ์ในวันนั้นจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นเลยถ้าไม่มี คนสร้างสถานการณ์ใช้ความรุนแรงก่อกวนคุกคามจนกลายเป็นการฆ่าหมู่กลางเมืองที่ปรากฏไปทั่วโลก

@กระนั้นจากภาพความเป็นห่วงของผู้ใหญ่ณ พ.ศ.นี้ ตั้งแต่ลุงทำเนียบไปจนถึงลุงแดงที่กองทัพบก ก็น่าสนใจนอกจากบริบทการมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองความมั่นคงตามกฎหมาย ที่ล่าสุดบิ๊กแดงเตรียมให้จัดตั้งนักรบไซเบอร์ขึ้น เพื่อจัดการกับปัญหาการแพร่ข้อมูลในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดและเกิดการปลุกระดม ขณะที่ลุงแม้มีความห่วงว่าเด็กจะได้รับอันตรายจากมือที่สามที่จะสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดการลุกลามบานปลายเหมือนม็อบการเมืองเหลืองแดงที่ผ่านมาและรับปากว่าจะไม่ทำอะไรเด็ก แต่ด้านหนึ่งก็ถูกเด็กย้อนศรกรณีตำรวจราชบุรีออกหมายเรียกดำเนินคดีนักเรียนวัย17ปี ที่ร่วมแฟลชม็อบ เป็นครั้งแรก ที่ก็สอดรับกับหลายฝ่ายที่เคยเคลื่อนไหว ที่เริ่มกังวลสถานการณ์กระทบกระทั่งกับม็อบที่เห็นต่างจากนักศึกษาที่ยังคงมีการเคลื่อนไหวระดมมวลชนอย่างมีนัยยะสำคัญ ไม่แต่การจัดตั้ง5หมื่นชื่อค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าฝั่งเด็ก

@ขณะอีกด้านหนึ่งก็น่าสนใจกับคำเตือนจากหลายฝ่ายกับเอฟเฟ็กต์ที่จะเกิดขึ้น กับการห้ามใช้สถานที่ของม.ธรรมศาสตร์ ว่าจะเป็นการผลักให้นักศึกษาออกไปเจออันตรายทั้งมือที่สามกลุ่มเห็นต่างหรือผู้ไม่หวังดี และ การดำเนินคดีทางกฎหมายนอกรั้วมหาวิทยาลัย หรือไม่ ที่แม้แกนนำนักศึกษารุ้งก็บอกว่าพร้อมจะคุย3ฝ่ายกับตำรวจและมหาวิทยาลัย เพื่อหาจุดลงตัว แต่ก็ยังไม่มีหลักประกันใดในสถานการณ์จริงหน้างานว่าจะเกิดตัวแปรแทรกซ้อนขึ้น ดังที่อดีตนักการข่าวท่านหนึ่งเคยเตือนว่าอาจเกิดการสร้างสถานการณ์เพื่อกดขวัญม็อบ ที่แม้ผบ.ตร.จะบอกว่าไม่ใช้แผนกรกฎเพราะแรงไป เนื่องจากม็อบนี้ต่างจากม็อบการเมืองคือมีเด็กเล็กร่วมด้วย

@ที่น่าสนใจคือสัญญาณที่ถูกส่งผ่านจากผู้ใหญ่ที่อยู่ในศูนย์อำนาจผ่านกลเกมการแก้รัฐธรรมนูญที่พลิกกลับหรือแม้แต่ความเคลื่อนไหวการเมืองในพรรครัฐบาล ที่กำลังถูกมองว่าเป็นสัญญาณการไม่ยอม ที่น่ากังวลถึงทิศทางยุทธวิธีการจัดการกับสถานการณ์ม็อบ ที่ทำให้หลายฝ่าย จับตาปรากฏการณ์คู่ขนานรอการบรรจบระหว่างเนื้อหาอันละเอียดอ่อน ในสภาฯกับการประชุมสภาพิจารณางบประมาณ64 วาระ3 กลางสัปดาห์หน้าก่อน16-18ก.ย. วันที่ 19 ก.ย.ที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเปิดหัวไว้ในชั้นกรรมาธิการจะถูกนำมาขยี้ต่อเพื่อส่งออกไปนอกสภาฯหรือไม่ ที่ว่ากันว่าจะเป็นตัวบ่งชี้ที่จะสะท้อนสถานการณ์ม็อบวันที่19ก.ย.ด้วย.

ข่าวน่าสนใจ

Close