“ลุง”ยึดอำนาจตั้งศบค.ศก.?

@ดูทรงเหมือนจะเป็น ”สัญญานบวก” กับ ”ลุง” จากการหยั่งท่าทีของ ทุกฝ่าย ในสังคมทั้งภาคเอกชนและกลุ่มทุนรวมถึงกองหนุนกองเชียร์ หลังฉาก”ตู่นิวนอร์มอร์”การพูดคุยกับบรรดา”กูรูเศรษฐกิจ”ระดับมืออ๋องของประเทศ ทั้ง”ในระบบ”และ”นอกระบบ”อย่างที่”ลุง”เคยว่าไว้กลางเดือน มิ.ย. ก่อนที่วันก่อน “ลุง”จะเดินสายขอมุมมองจากสื่อ กระทั่งมาถึงฉากการพูดคุยและถ่ายรูปหมู่ของ”วอร์รูมเศรษฐกิจ”ที่ไม่มี”สมคิด”และ”3กุมาร”ที่ เบื้องหลัง ปรากฏไอเดียบรรเจิดในการแก้โจทย์วิกฤติเศรษฐกิจ ภายใต้แนวปฏิบัติแบบการใช้”กองกำลังส่วนหน้า”ของ”หมอ”สู้ศึกเมื่อครั้ง”โควิด”ประชิดประเทศ ด้วยการเตรียมตั้ง”กองกำลังส่วนหน้า”สู้ศึกเศรษฐกิจ แบบ”มอนิเตอร์กันวันต่อวัน”มี”โฆษก”มาจ้อประจำวันภายใต้”ข้อมูล”การวิเคราะห์วินิจฉัยโรค กำหนดแผนยุทธวิธี กันแบบวันต่อวันจาก”วอร์รูม”โดย”ลุง”เป็น”หัวหน้าศูนย์”เหมือน”ศูนย์โควิด”ภายใต้ชื่อ“ศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด” เมื่อวันศุกร์(10ก.ค.)ที่ผ่านมา

 

@เพราะวิกฤติเศรษฐกิจหนนี้ชัดเจนจากตัวเลขทุกสำนักทั้งภาครัฐเอกชนสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศว่า หนักหนาสาหัส ชนิดไม่อาจรอการรายงานตัวเลขแบบ”ไตรมาส”ได้โดยที่จ่อตรงหน้าคือ เงินเยียวยา 5 พัน 3 เดือน ที่หมดในเดือนนี้ และตามมาด้วย การพักชำระหนี้ที่จะหมดในเดือน ก.ค.ทำให้มีการประมาณการว่าเดือนสิงหาคม จะเกิด”แรงกระแทก”ทางเศรษฐกิจแบบรุนแรงกว่าปี 2540 ต้มยำกุ้ง

@น่าสนใจ ที่”ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” รองเลขาธิการนายกฯ เล่าถึง มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี จากข้อเสนอของ”วอร์รูม”วันแรก ที่มีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม ทั้ง การขยายระยะเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่จะ ครบกำหนด 22 ต.ค. ออกไปอีก หรือมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิดมีมากกว่าที่คาดไว้แต่แรก การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือSME วงเงิน 50,000 ล้านบาท และเสนอ ครม.พิจารณา การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้เพิ่มโอกาสSMEมากขึ้น เช่น ให้เสนอราคาสูงกว่ารายใหญ่ 10% ให้หน่วยงานราชการต้องจัดซื้อจัดจ้างสินค้าSMEไม่น้อยกว่า 30% ของการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละปี ส่วน “สินเชื่อซอฟต์โลน”ที่ยังปล่อยได้น้อย ก็จะให้มี กลไกช่วยค้ำประกันเงินกู้ให้เอสเอ็มอีภายหลังหมดเวลาพักชำระดอกเบี้ยและเงินต้นในปีที่ 2 เพื่อให้เอสเอ็มอีมีวงเงินมารองรับกรณีต้องกู้เงินต่อเนื่องในปีที่ 3–5

@เรียกว่า”ลุง”คุยกับ”กูรู”แค่วันแรก ยังมีอะไรต่อมิอะไร ออกมาเป็น”รูปธรรม”จับต้องได้ ขนาดนี้ ทำให้ทุกฝ่ายเริ่มมีความหวังและสนับสนุนให้”ลุง”นำทัพสู้ศึกใหญ่ด้านเศรษฐกิจ ในแบบที่เคยสู้ศึก”โควิด” ที่แน่นอน อารมณ์มาแบบนี้ ยิ่ง”ลุง”แสดงออกชัดว่า ไม่ได้ให้”น้ำหนัก”กับเรื่อง”เก้าอี้ดนตรี”ใครจะมาเป็น”รัฐมนตรีเศรษฐกิจ”มากกว่า”ศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ”โดยยังไม่ปรับในห้วงนี้แถม“รัฐมนตรี”ใครจะมา ก็ไม่สำคัญหรือไม่มีผล เพราะ”ลุง”เป็น”หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ”เอง โดยมี”วอร์รูมเศรษฐกิจ”ที่ประกอบไปด้วยกูรูมืออาชีพ ทั้งคิดทั้งปฏิบัติได้จริง มีข้อมูลจริง ที่มาจาก ทั้งภาคเอกชนและราชการที่เกี่ยวข้องทุกมิติ เป็นแบล็คอัพ”กองกำลังส่วนหน้า”เหมือน”หมอเศรษฐกิจ”ที่พร้อมรบเพื่อเอาชาติให้รอดจากภัยเศรษฐกิจที่กำลังคุกคาม

@ที่ไม่แปลกว่า ข่าวปรับครม.เศรษฐกิจ หรือข่าวการแย่งชิงเก้าอี้ของกลุ่มก๊วนกั๊กในพรรคพลังประชารัฐ กับปัญหา”โควตา”ที่จะคืนกลับจาก”กลุ่มสมคิด” ที่มี”หัวหน้าป้อม”ดูอยู่ หรือพรรคร่วมรัฐบาล ที่กำลังกระเพื่อมกันหนัก จะกลายเป็น”ไม่มีน้ำหนัก”ไป แถมยังถูกมองว่า”เอาท์”ไม่”นิวนอร์มอร์”แบบ”ลุง”ที่แสดงออกให้เห็นว่าจริงใจที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติมากกว่า แบบ”เอาการบ้าน”มากกว่า”การเมือง”และหากเป็นไปอย่างที่”กอบศักดิ์”ว่าว่า”ลุง”กำลังดูข้อกฎหมายที่ว่ากันว่ามีความเป็นไปได้ทีจะมาตามทรงเดิมคือ อาจมีการประกาศเป็นภาวะที่ไม่ปกติ ผ่านการประกาศพรก.ฉุกเฉิน เพื่อสามารถควบคุมกลไกการบริหารได้กระชับมากขึ้น

@ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อว่า จาก”แอ๊คชั่น”ภาพแรกของ”ลุง”กับ”ศูนย์ฟื้นเศรษฐกิจ”จะนำไปสู่”ภาคปฏิบัติ”ได้จริง ใน”โมเดล”แบบ”ศูนย์โควิด”ที่เคยชนะศึกระดับโลกมาแล้วหรือไม่ ที่หากทำได้จริงและประสบผล”ลุง”จะยิ่ง”ได้แต้มต่อ”มากขึ้นไปอีกกับบท”ผู้นำ”ที่ทำเพือประเทศชาติบ้านเมือง และสิ่งที่จะเกิดต่อไปคือ”ฝ่ายการเมือง”หรือ”รัฐมนตรี”จะเป็นเพียงแค่”องค์ประกอบ”แต่”บทบาท”จะรวมศูนย์อยู่ที่”ลุง”ทั้งหมด แบบที่”ลุง”เรียกว่าการบริหารบ้านเมืองแบบ”นิวนอร์มอล”นั่นเอง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close