“ครม.ยี้”ทำเรตติ้ง”ลุง”วูบ?

เรียบร้อยโรงเรียน 3 ป.ไปแล้ว ห้วงวันหยุดที่ผ่านมา(27มิ.ย.) สำหรับการจัดองคาพยพในพรรคพลังประชารัฐตามยุทธศาสตร์ป้อมคุมพรรค””ประยุทธ คุมรัฐ””ป๊อกคุมมวลชน พี่ใหญ่นั่งหัวหน้าพรรค พปชร.มีเสี่ยแฮงค์เป็นเลขา จัดโครงสร้างกรรมการบริหารใหม่ คนใหม่ ไร้3 กุมารและสมคิดที่ล้วนเป็น”คนการเมืองกลุ่มก๊วนกั๊กคุ้นหน้า เปลี่ยนโลโก้ใหม่ เป็นเคล็คไม่มีวงแตกเหมือนเดิม

เรียกว่าในด้านการเมืองในระยะนี้ ถือว่า จบลงชั่วคราวจากที่ลุงป้อมผู้ใจถึงพึ่งได้สำหรับน้องๆ ที่อยู่ฉากหลังถูกหามให้มาอยู่หน้าฉากชัดเจน อย่างเป็นทางการครั้งแรกของกระบวนการต่อทอดอำนาจของ 3 ป.ที่เข้ามาในบท ยึดอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้งของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อปฏิรูปประเทศภายใต้การชงใส่พาน ของลุงกำนันแห่ง กปปส.ที่ปัจจุบันแปลงเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)ที่จะมีประชุมใหญ่เปลี่ยน กก.บริหารพรรค อีกไม่กี่วันข้างหน้าเหมือนกัน

ที่หนนี้ ในส่วนของพปชร.ภายใต้การแมนเนจแบบการเมืองว่าด้วยเรื่องโควตาของหัวหน้าป้อมโดยภาพของทีมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ไล่ตั้งแต่เลขาพรรคลงไปยังบรรดารองหัวหน้าถูกมองว่าเป็นการจัดล้อไปกับแกนนำที่มีส.ส.ในการดูแล ไม่ว่าจะเป็นสมศักดิ์-สุริยะ2มิตร วิรัตน์ เสี่ยเฮ้ง””เสี่ยแองค์และสายกรุงเทพฯของณัฐพล-พุฒิพงศ์ที่หลายคนนั่งรัฐมนตรีอยู่แล้ว ในขณะบางคนที่มีชื่อถูกระบุว่าจ่อเป็นรัฐมนตรีป้ายแดงตามการวางของพรรค

ที่แน่นอนโดยภาพคู่ขนานกับสถานการณ์ประเทศจากผลกระทบมาตรการโควิดที่ประเด็นวิกฤตเศรษฐกิจที่ชัดเจนแล้วว่าจะหนักกว่าต้มยำกุ้งปี2540 อันจะแสดงผลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ที่ยังไม่มีคำตอบของทางออกจากรัฐบาลให้ทุกฝ่ายมั่นใจ ไม่เพียงภาพของความเหมาะสมของมืออาชีพที่จะเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจ ที่เริ่มมีเสียงวิจารณ์ทันทีที่สังคมเห็นภาพการประชุมพรรค พปชร.ที่สะท้อนถึงมิติบ้านเมือง ทำให้คาดหวังลุงตู่ที่ขีดเส้นชัดเจนว่าทำเนียบฯไม่เกี่ยวพรรคขอสงวนสิทธิ์พิจาณาเก้าอี้ดนตรีรอบสุดท้าย ที่แม้จะมีการจัดการแบ่งโควตามาแล้ว ที่หากลุงตู่สามารถฝืนกับฉากการเมืองที่ลุงป้อมเป็นหนังหน้าไฟกับบรรดานักการเมือง ด้านหนึ่งลุงย่อมได้แต้ม แต่ด้านหนึ่งย่อมเกิดปัญหาภายในของพรรค พปชร. ที่ยังไม่นับรวม พรรคร่วมรัฐบาลอื่น กับจังหวะที่พรบ.งบประมาณ 2564 เข้าพิจารณาในสภาฯต้นเดือนกรกฎาคม ทำให้มีการวางจังหวะส่งรายชื่อเก้าอี้ดนตรีไปหลังจากนั้น

กระนั้น ก็น่าสนใจผลสำรวจโพลนิด้า ที่ออกมาช่วงวันหยุด ที่ว่าด้วยผู้เหมาะสมเป็นนายกฯที่ปรากฏว่า ผลสำรวจออกมาว่ายังไม่มีผู้เหมาะสมในตอนนี้ ถึง 44.06% ในขณะที่ลุงตู่แม้จะคะแนนเพิ่มมาแต่ก็ได้เพียง25.47% เมื่อถามว่า สนับสนุนพรรคการเมืองใด ปรากฏว่า มีถึงร้อยละ 32.38 ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน, รองลงมา สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 20.70 เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน, ร้อยละ 15.73 พรรคพลังประชารัฐ ลดลงจากครั้งก่อน

เรียกว่าโดยรวมแล้วภายใต้ภาพการปนเปื้อนทางการเมือง ที่ประชาชนพร้อมแสดงออกแม้กระทั่งนักโค้ชไลท์คนดัง ที่ไปชมลุงป้อมก็เพิ่งได้รับพิษสงน่าจะเป็นสิ่งที่ทีมลุงมิอาจมองข้าม โดยเฉพาะในจังหวะที่เลยช่วงโควิดที่ลุงได้แต้มมาแล้ว กำลังเข้าโซนวิกฤตบ้านเมืองจากเศรษฐกิจที่ทุกอย่างมิอาจรอเวลาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอันส่งผลกระทบประชาชน ซึ่งลุงจะเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาให้คะแนนที่ประชาชนยังเห็นว่าไม่มีคนเหมาะสมเป็นนายกฯประเทศไทยตอนนี้กลับมา ก็อยู่ที่โฉมหน้าค่าตาของ ครม.ลุง ในการปรับในห้วงกลางเดือน ก.ค.นี้เช่นกัน.

ข่าวน่าสนใจ

Close