“ตู่โควิด”กับพรก.เผื่อฉุกเฉิน?

@แม้ว่า”ลุงตู่”จะ”ยึดอำนาจตัวเอง”ตัด”รัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล”บางกระทรวงที่มีปัญหา ออกจาก”ทีม”ดึงเอาหัวหน้าส่วนราชการ”ปลัดกระทรวง”มาเป็นทีมขึ้นตรงนายกฯ โดย ประกาศใช้พรก.การบริการราชการนีสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ”โควิด-19”โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันนี้(26มี.ค.) ที่ปรากฏภาพ”แอ๊คชั่น”ของทหาร ตำรวจ ทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาค มีการตั้งด่านตรวจคุมเข้มการเดินทางเข้าออกจังหวัด และการไปยังสถานที่เสี่ยง โดยไม่ถึงขนาดประกาศ”เคอร์ฟิว”ไม่ให้ออกจากบ้านมีเพียงผู้สูงวัย 70 ปีขึนไปและเด็ก 5 ขวบ

@ที่ด้านหนึ่งมีหลายฝ่ายเห็นด้วยกับสถานการณ์ที่รุนแรงของการระบาดตาม”ข้อมูลกราฟ” ความน่าจะเป็นของ”หมอ”ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็น”ต้นทางข้อมูล” นำมาสู่”ความสมเหตุ”ในการตัดสินใจของ”ลุงตู่” ที่ประมาณการว่าหาก ”ยังไม่ใช้ยาแรง”ปิดบ้านปิดเมือง เพราะติดขัดเกรงใจ”รัฐมนตรี”จากพรรคร่วมสถานการณ์ หรือเกรงใจใคร จะเลวร้าย โดยคาดว่าถึง 15 เม.ย. หากเราไม่ทำอะไร จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 33% ทุกวัน และมีผู้ป่วยโควิด 350,000 คน ตาย 7พันคน แต่หากร่วมกันอยู่บ้าน ใช้มาตรการแรง จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 20% และมีผู้ป่วยโควิด 24,000 คน ตาย 485 คน

@ที่ปรากฏว่า ตัวเลขผู้ป่วยใหม่ย้อนหลัง 4 วันที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงออกมา มีประมาณ 100 รายเศษทุกวัน ไม่มีการเพิ่ม 20% หรือ 33% เว้นวันที่มีผู้ป่วยใหม่กว่า 180 รายเกิดขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนเกณฑ์ในการวินิจฉัยผู้ป่วย จากที่เคยต้องยืนยันด้วยการตรวจเชื้อ 2 ครั้ง เปลี่ยนเป็นยืนยันด้วยการตรวจเชื้อเพียงครั้งเดียว ทำให้ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นมากในวันนั้นเพราะเป็นการเอาตัวเลข 2 วันมารวมกัน แต่หลังจากนั้น จำนวนผู้ป่วยใหม่ก็ลดลงมาเหลือวันละ 100 กว่าๆเล็กน้อยติดต่อกันมาแม้แต่ในวันนี้ที่เพิ่มมาที่ 111คนแต่สะสมทะลุไปหลักพัน

@ที่น่าสนใจคือหากลองคำนวณว่า มีจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 100-120 คนทุกวัน ไปจนถึง 15 เมษายน จะมีผู้ป่วยสะสมประมาณ 3,000-3,500 คน และถ้ามีผู้เสียชีวิตที่อัตรา 2% จะเท่ากับเสียชีวิต 60-70 คน

@จากตัวเลขทำให้บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการควบคุมโรคโควิดของไทยได้ผลดีมาแต่ต้นตั้งปลายธันวาคมจนถึงกุมภาพันธ์ เพียงแต่ระยะหลังเกิด”ช๊อค”จากเหตุการณ์ความไม่รับผิดชอบต่อสังคมของบางฝ่ายที่ยืนยันจัดแข่งขันมวยที่เวทีลุมพินี 6 มี.ค. เกิด Super Spreader ที่คงไม่มีใครรู้ถ้าไมมี”แมทธิว ดีน”กล้าออกมาบอกสังคม 13 มี.ค. จนเมื่อตรวจสอบย้อนกลับสาวไปถึงสนามมวยหมอถึงกับอึ้ง แต่หมอไทยก็เก่งสามารถสกัดการแพร่กระจายได้เร็วกว่าประเทศอื่น ที่ผู้มีประสบการณ์หลายฝ่ายเสนอว่าไทยอาจใช้”โมเดล”เกาหลีใต้ที่เกิด Super Spreader มาใช้ คือ การตรวจคัดกรองหาผู้ป่วยที่เกาหลีทำได้ถึง 300,000 คน การกักตัวกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ 14 วัน การปูพรมค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และSocial distancing

@กระนั้นสำหรับไทยก่อนจะมาถึงจุดที่”ลุงตู่”ต้องงัด พรก.เผื่อฉุกเฉิน จากสภาพชิลๆ ที่ปรากฏวันแรก มาใช้ หากทบทวนดู ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องปัญหาการจัดการการประสานงานของ”รัฐมนตรี”กระทรวงเกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุข ต่างประเทศ พาณิชย์ แรงงาน มหาดไทย กับ”ลุงตู่”ที่ปรากฏการณ์ปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่อง”ทุจริตหน้ากากล่องหน”ทั้งเรื่อง”ปิดห้างเสียของ”ทำให้”ประชาชน”รวมถึง”หมอ”ที่เสี่ยงอยู่”หน้างาน”ไม่มั่นใจรัฐบาลรวมถึง”ลุงตู่”มากกว่า ทำให้เกิดกระแสต่อว่า”ลุงตู่”มากมายผ่านโซเชียลในฐานะ”ผู้นำ”ที่ต้องรับผิดชอบในสถานการณ์วิกฤติทุกมิติโรคระบาด วิกฤติเศรษฐกิจ

@ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อว่า”พรก.ฉุกเฉิน”จะแก้”โควิด”ที่เอาเข้าจริงอยู่ที่”การจัดการกันเอง”รวมถึงความเข้าใจรับฟังจากหลายฝ่าย โดยไม่ไหลไปกับข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งโดยไม่พิสูจน์ทราบก่อน ได้หรือไม่ โดยเฉพาะจับอารณ์”ลุงตู่”ที่บอกจะไม่ปราณีใครที่”เอาปรียบ”ประชาชนในสถานการณ์”เป็นตาย”แล้ว น่าดูชมยิ่งว่า”ลุง”จะใช้จังหวะนี้กล้าทะลุทะลวงปัญหา”อุปสรรค”ที่ทำให้มาตรการการปิดกั้นกักตรวจโรค ในการหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสที่ผ่านมาเกิดปัญหา เพราะขาดอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และยาป้องกันรวมถึงหน้ากากอนามัยเจลล้างมือ จนทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยของ”หมอ”ที่ติดเชื้อแล้วเกือบสิบคน อันเป็นการแก้แบบครบหลูบปัญหาได้หรือไม่

ข่าวน่าสนใจ

Close