พรรคประเทศไทยของ“ลุงตู่”?

@ปรับมาในโหมดถนัด“ความมั่นคง”“ลุงตู่”เรียกประชุม ผบ.เหล่าทัพ เตรียมจัด“ชุดใหญ่”คลี่สถานการณ์“ไฟใต้”15ศพดุสุดในรอบสิบกว่าปีวันก่อน หลังเมื่อวาน(7พ.ย.)อยู่ในโหมดการเมืองติ๊ดชิ่งกรรมาธิการของ“พี่ตู่”“เสรีพิศุทธ์”โดย“น้องตู่”ขอลงพื้นที่“ศรีสะเกษ”พบประชาชนบ้าง แม้จะไปเจอ“ม็อบสมัชชาคนจน”สกัดจุดลง ฮ. ทวงสัญญามีกระทบกระทั่งเจ้าหน้าที่เล็กน้อย จนมีเสียงบ่นว่า“หนีหน้า”แต่รวมๆ“ลุงตู่”ก็ไม่เสียหาย แถม มีจังหวะแถลงผลงานประชุมอาเซียนที่ทำให้ประเทศไทยได้อะไรติดไม่ติดมือมาเพียบ กับ“ชาวบ้าน”อีกวงที่มารับ นับพัน

@ที่น่าสนใจคืองวดนี้“ลุงตู่” ที่บ่นปวดหัวปวดหลัง ออกตัวเลยว่า ยอมรับว่าไม่อาจบังคับใครมารักมาชอบได้ แต่ก็อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันในนาม“พรรคประเทศไทย”หยุดเกลียดกันไว้ก่อน หลังถูกหาว่าไม่ใช่“ประชาธิปไตย”โดยเรียกร้องให้ ส.ส.- สว.ต้องช่วยกัน รัฐบาลต้องช่วยกัน นักการเมืองไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม เพราะพรรคนี้ คือ“พรรคประเทศไทย” ทุกคนต้องร่วมมือกันตรงนี้ในการขับเคลื่อนทุกมิติไปให้ได้ เรื่องทางการเมืองก็เป็นเรื่องทางการเมือง ก็กันไป เป็นประชาธิปไตยก็ว่ากันไป อยากขอให้ลดความขัดแย้ง ลดปัญหาที่มีระหว่างกันให้ได้ ไม่ว่าจะรัก จะชอบ จะเกลียดก็หยุดๆ กันไว้ก่อนบ้าง จะได้มีเวลาได้คิดอะไรใหม่ๆ เพื่อคนไทย ถ้าดูแต่เรื่องความขัดแย้ง จะปวดหัวจะขัดกับเขาไปด้วย ร่วมโพสต์กับเขาไปด้วย ไม่ได้ประโยชน์อะไร

@เรียกว่าเป็นอ้อน ขอร้องไปยัง“นักการเมือง”ฝ่ายค้าน ผ่านชาวบ้านให้รัฐบาลมีเวลาหายใจหายคอทำงานเพื่อประเทศชาติบ้าง ไม่ใช่จ้องแต่ด่าว่าหรือมา“จับผิด”ที่อย่าลืมว่า“ลุงตู่”ยังค้างการไปชี้แจงต่อกรรมาธิการปปช.ที่“พี่ตู่”ขู่ไว้แล้วว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมายหากไม่มาชี้แจง แม้ว่า“ฝ่ายค้าน”มีคิว“ปักหมุด”ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 6 ธ.ค. เพื่อเปิดซักฟอก 18–20 ธ.ค.ที่ว่ากันว่าอาจมีแตะรัฐมนตรีพรรคร่วมอย่างประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย อยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่า“ลุงตู่”ที่เป็น“ศูนย์กลางอำนาจ”โดยขยายมากกว่าประเด็นปมทุจริตคือปัญหาการบริหารงานที่ทำให้เกิดความเสียหายเข้ามาด้วย

@ที่ในทิศทางที่ว่าถูกมองว่าสัมพันธ์กับความเคลื่อนไหวในพรรครัฐบาลกับปม“พรรค ปชป.”เสนอชื่อ“อภิสิทธิ์”เป็นประธานกรรมาธิการศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่“พลังประชารัฐ”มีการเสนอ“สุชาติ ตันเจริญ”ประกบ ที่แม้การแก้รธน.จะยากและอีกยาวแต่เป็นตัวสะท้อน“สัญญาณบางประการ”ในอนาคตจาก“ผล”ที่จะเกิดขึ้นจาก“สมการการเมือง”ที่เปลี่ยนแปลง กับคดีหุ้นสื่อ“ธนาธร”วันที่20พ.ย.ที่จะส่งผลกับ“พรรคอนาคตใหม่”ถัดไป ที่แม้จะมีข่าวการเตรียมพรรคใหม่รองรับแต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนกับ“พลังดูด”ที่จะเกิดขึ้นจากหลายท่อ ซึ่งอาจหมายรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลกันเองที่ผลโพลความนิยมวันก่อนทำให้น่าคิดไปไกลสำหรับหัวหน้าพรรคที่“ออร่าจับ”

@ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อว่า“พรรคประเทศไทย”ของ“ลุงตู่”ที่ให้“ทุกฝ่าย”จับมือร่วมใจกันเพื่อปะเทศไทยในจังหวะนี้และถัดไปจะมีคนคิดตามสนับสนุนด้วยหรือไม่ที่“ฝ่ายค้าน”คงไม่ต้องพูดถึงแต่“คนกันเอง”ในรัฐบาลนี่แหล่ะที่น่าคิด.

ข่าวน่าสนใจ

Close