น้ำตา”นายกลุงตู่”

จู่ๆ ”ลุงตู่” ก็มี “เรื่องปวดหัว” ที่พูดไปก็เข้าเนื้อ จนถึงขนาดขอเพลง “น้ำตานายกฯ” ที่ล้อจากชื่อเพลง”น้ำตาจ่าโท” เพราะหลายเรื่องดันมา ประเดประดังเข้ามาในจังหวะช่วงใกล้วันที่จะต้องเข้าด้ายเข้าเข็ม ที่จะถึงคิวจะต้องไปชี้แจงสภาในญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ต่อปม”ถวายสัตย์ไม่ครบ”และ ปมที่มาของงบประมาณที่จะใช้ตามที่มีการแถลงนโยบายใันวันที่18 ก.ย.วันเดียวกับที่ต้องลุ้นกับคำตัดสินของศาลปม“คุณสมบัติการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ”ของ“ลุงตู่”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตร “มือเคลียร์” ประสานสิบทิศ ของ “พล.อ.ประวิตร” ที่เจ้าตัวเชื่อว่ามีขบวนการ“ล็อบบี้ยิสต์”ปฏิบัติการอยู่เบื้องหลังการให้สื่อออสเตรเลียตีข่าวขุดคุ้ยเอาอดีตที่เคยถูกเข้าใจผิดใน ”คดียาเสพติด”และถูกลงโทษจำคุก มาขยายความเพื่อดิสเครดิตเพราะเหตุเขาเป็น ”เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยง ”หัวใจ” รัฐบาล เพราะกุม ”ความลับ” ดีลการต่อรองตั้งรัฐบาลไว้

ที่ทำให้มีการโยงไปถึงรัฐบาล “ลุงตู่” ทำนองจะกดดันให้ดำเนินการกับรัฐมนตรีที่เคยมีคดียาเสพติด หรือแม้แต่กรณี ชนวนเหตุ “ลิงกินกล้วย” ที่ “พรรคเล็ก” อย่าง “ประชาธรรมไทย” ของ “พิเชษฐ์ สถิรชวาล” ออกมาในจังหวะ ”มือเคลียร์” กำลังมึน ขอบ๊ายบายจากรัฐบาล แถมขู่ทิ้งท้ายไว้อีกว่ารัฐบาลอาจประสบปัญหาเสียง “จมน้ำ” ไม่ถึง250เสียงหลังจากนี้

อย่าลืมว่า ”ร.อ.ธรรมนัส” นั้นไม่ใช่แค่เป็น ”มือเคลียร์ธรรมดา” ที่เมื่อลองได้ลงมือแล้วต้อง ”จบ” ไม่ว่าจะสามมิตร หรือพรรคเล็กที่ผ่านมาท่านั้น หากแต่ ใน ”บทบาท” ของการบริหารจัดการใน ”พรรคพลังประชารัฐ” ในฐานะ ”ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ” แล้ว ว่ากันว่าเขาบริหารจัดการและดูแล ส.ส. ในพรรคพลังประชารัฐ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ พรรคเล็ก รวมๆแล้วประมาณ30คน แถมยัง ”ดูแล” ไปถึงส.ส.สอบตก และบรรดานักการเมืองท้องถิ่นเหนือ อีสานอีกจำนวนหนึ่งเรียกว่าหากรัฐบาลขาดเขาไปก็เหมือนขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจจริงๆนี่คือความลำบากใจของ”ผู้ใหญ่”หลายๆคนกับการต้องถูกบีบให้ ”ตัดสินใจ”

แน่นอนดูทรงจากเมื่อวาน(10ก.ย.)แล้วไม่แต่ “ลุงตู่” ที่ต้องเครียดกับเรื่องที่ต้อง “ชั่งใจ” สุดๆไม่ต่างไปจากปมถวายสัตย์ไม่ครบที่ บิ๊กๆในรัฐบาลไล่ตั้งแต่ “บิ๊กป้อม” “อ.วิษณุ”“บิ๊กป๊อก” ทุกคนก็ออกอาการอ้ำอึ้งเลี่ยงที่จะให้ความเห็นได้แต่บอกว่าเป็นประเด็นเก่า เรื่องส่วนตัวของ “ร.อ.ธรรมนัส” ต้องตอบเอง แต่ก็ไม่ถือว่ากระทบภาพพจน์รัฐบาลโดย ”ลุงตู่” บอกว่าก็เหมือนรัฐบาลอื่นต้องมีตำหนิบ้างเป็นธรรมดา ขณะที่เจ้าตัวก็ออกมายืนยันเองว่าจะ ”ไม่ลาออกจากรัฐมนตรี” เพราะข่าวที่ออกมาเป็นเรื่องเก่าที่ได้อธิบายไปหมดแล้วและกำลังให้ฝ่ายกำหมายดำเนินคดีกับสื่อออสเตรเลีย และขู่ว่าหากใครเอาเรื่องอดีตมาเสนออกจะฟ้องดำเนินคดี

ขณะที่ฝ่ายค้าน ก็ได้ทีออกมา ”เปิดแผล” ขยายผลทั้ ง“หมอชลน่าน” จาก “เพื่อไทย” และ “วันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา” ที่เรียกร้องให้ “ลุงตู่” ต้องจัดการกับเรื่องนี้เพราะถือว่า ”รัฐมนตรี” มีความไม่เหมาะสม “ไม่ชอบธรรม” ไม่เช่นนั้นจะถือว่า”ลุงตู่”เองจงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ(10ก.ย.) เช่นเดียวกับ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ที่ยื่นกระทู้ถามสด “ลุงตู่” เรื่องเดียวกัน(11ก.ย.)

ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะมี ”ล็อบบี้ยิสต์” การเมืองฝ่ายตรงข้าม อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการผ่านสื่อออสเตรเลียหรือไม่ก็ตามแต่ในทางการเมือง และความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ก็ต้องอยู่ที่“นายกฯลุงตู่”ที่อยู่ในสภาพ ”น้ำตาตกใน” ตอนนี้ จะตัดสินใจเลือกทางไหน เพราะคงยากจะปฏิเสธได้ว่ากรณีนี้ ”ไม่เกี่ยว” รัฐบาล เป็นเรื่องส่วนตัว ยากจะบอกว่าเป็นธรรมดาที่รัฐบาลต้องมี ”ตำหนิ” บ้าง เพราะ ”รัฐบาล” โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายบริหารประเทศ ที่มีหน้าที่สำคัญเป็นตัวแทนของ ”รัฐ” ในการปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลประเทศต่างๆซึ่งต้องมีความน่าเชื่อถือ “ได้รับการยอมรับ” ที่หากย้อนอดีต นักการเมืองไทยทั้งส.ส.และระดับรัฐมนตรี ก็เคยถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นกรณี ”พ่อเลี้ยงณรงค์” หรือกรณี ”ป.เป็ด” และอีกหลายๆคนที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องในยุคนั้นล้วนรู้ดีว่าต้องจัดการอย่างไรให้เหมาะสมกับ ”บทบาทการเมือง” ของตนเพื่อบ้านเมือง.

ข่าวน่าสนใจ

Close