“ประยุทธ์”เจ้าภาพชักเยอะ?

ยังออกอาการน่าเป็นห่วงกับ “มรสุมการเมือง” ที่ยังกะหน่ำไปยัง “นายกลุงตู่” ที่อยู่ศูนย์กลาง ใช่แต่เพียงปม “ถวายสัตย์ไม่ครบ” ที่เตรียมไปชี้แจงเวทีซักฟอกเล็กกับสภาวันที่ 18 ก.ย. อันตรงกับวันที่ศาลรับธรรมนูญจะตัดสินคดี “คุณสมบัติ” กรณีความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากแต่ยังมีปมปัญหาที่รุมเร้าทั้ง “คำถาม” การบริหารบ้านเมือง ปมปัจจัยเศรษฐกิจ ปากท้อง ที่เพียงข้ออ้างปัจจัยภายนอกสงครามการค้าชาวบ้านก็ชักจะไม่รับฟัง กับผลกระทบข้าวยากหมากแพงที่เกิดขึ้น แถมการเมืองที่เต็มไปด้วยภาพ “ความขัดแย้ง” ศึกชิงเก้าอี้ผลประโยชน์ที่ลุกลามไปทุกระดับราชการหลายกระทรวงที่วิ่งหา “รัฐมนตรี” จนบางกระทรวงมีการกุข่าวจากนของพรรคลังประชารับว่ามีสนนราคา600ร้อยล้าน ก่อเป็นความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาล ที่หลายกระทรวง “ลุงตู่” วาง “รัฐมนตรี” แบบไขว้พรรคไว้เพื่อให้คานตรวจสอบกันเอง ขณะที่ซีกพรรคการเมืองยังมีการต่อรอง จาก “ภาพซ้ำ” 10พรรคเล็กออกมาไม่พอใจทวงถามเก้าอี้กรรมาธิการ และมีมุมมองตัวแทนฝ่ายอำนาจบางท่าน ที่เปรียบเทียบ “นักการเมือง” เป็น “ลิง” ที่ได้แจก “กล้วย” อิ่มก็จบ ที่ส่งผลไม่น้อยกับภาพความเชื่อมั่นกับทุกฝ่ายที่ได้รับเลือกมาเป็น “ผู้แทนประชาชน”

ที่สอดรับกับโพลสำรวจช่วงวันหยุดล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นนิด้าโพล ที่ซัดตรงๆว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 46.67 ระบุว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่ดุสิตโพล สำรวจประชาชนกับความเชื่อมั่นทางการเมืองประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 43.76 วิตกกังวลเรื่องการบริหารงานของรัฐบาล ร้อยละ 38.83 วิตกกังวลเรื่องพฤติกรรมของนักการเมือง ร้อยละ 33.20 การทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 62.39 ประชาชนวิตกกังวลเรื่องของแพง ค่าครอง ชีพสูง ร้อยละ 35.05 รายได้ไม่พอกับรายจ่าย มีหนี้สิน

ขณะเดียวกันก็น่าสนใจกับท่าทีของนักวิชาการและอดีตคนกันเองที่เคยเป็น “กองหนุน” ร่วมรัฐบาล “ลุงตู่ภาค1” ที่ยิ่งนานวันก็ออกมามีท่าทีกับตัว “ลุงตู่” มากขึ้นหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการออกมาล่าสุด(8ก.ย.) ของ “หม่อมอุ๋ย” มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ซัดตรงไปที่ “ลุงตู่” เป็น “ปัญหา” กับสถานการณ์เศรษฐกิจปากท้อง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นการเอื้อให้กลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งสืบทอดอำนาจ แต่หากได้คนที่เก่งและมีความเป็นผู้นำเป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศยังไปต่อได้ แต่เราไม่ได้มีแบบนั้น ทำให้รัฐบาลพลเรือนในปัจจุบันไปต่อไม่ได้

ขณะที่ “อ.สมเกียรติ” จากทีดีอาร์ไอ.(8ก.ย.)มองว่า เรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีผลกับปากท้องของประชาชนมากนัก แต่จะมีผลโดยตรงต่อการกำหนดอำนาจทางการเมืองในส่วนของ การรวมศูนย์อำนาจ ที่จะจำกัดอำนาจแค่เพียงคนกลุ่มเดียว คิดว่าการแก้ปัญหาโดยการใช้กฎหมายนั้นไม่สามารถใช้ได้ แต่ต้องใช้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนในสังคม วิธีการแก้โดยใช้ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจงเกินไป และไม่สะท้อนกับความเป็นจริง เพราะกว้างเกินไป

ส่วน “ฝ่ายค้าน” ทั้งเพื่อไทย อนาคตใหม่ ก็วางธงเดินสายเปิดเวที จัดสัมนาตามต่างจังหวัดรณรงค์ให้ประชาชนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแต่ละเวทีมีการ”ติดปลายนวม “วิพากษ์วิจารณ์” เตะตัดขา “การบริหารงาน” นายกลุงตู่ และของรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพ ภาพขัดแย้ง “รัฐมนตรีต่างพรรค” ในแต่ละกระทรวง จนกระทบกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนแม้แต่กรณีน้ำท่วม ที่แต่ละรัฐมนตรีไปกันคนละทาง ขณะที่ “ศูนย์กลางอำนาจ” มุ่งแต่แก้ความขัดแย้ง “ภายใน” เพื่อให้”รัฐบาลปริ่มน้ำอยู่รอด

ขณะเดียวกัน ก็น่าสนใจใน “สัญญาณ” คู่ขนาน กับความเคลื่อนไหวที่จู่ๆพอใกล้ๆจะมีข่าวเตรียมเปิดตัว เลือกตั้งผู้ว่ากทม.เร็วๆนี้ “พรรคประชาธิปัตย์” ก็มีการยื่นญัตติด่วน ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตั้ง “คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” กระทุ้งให้เร่งดำเนินการเป็นเรื่องเร่งด่วน รุกเร้าทวงสัญญาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคแกนนำรัฐบาลเคยรับปากไว้ตอนจัดตั้งรัฐบาล เรียกว่าออกมาในจังหวะที่ไปสอดรับกับฝ่ายค้าน ขณะที่บางฝ่ายวิเคราะห์ไปถึงบทบาทของ “นายหัวชวน” ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ หลายช็อตในหลายโอกาสที่เหมือน “โชว์เหนือ” ในบทนำและความแม่นยำในข้อกฎหมายหรือวิธีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิ์ภาพกว่า “ฝ่ายบริหาร” ท่ามกลางข่าวกองหนุน “ลุงตู่” หดหายไปกว่าเดิม กลายมาเป็น “เจ้าภาพ” จำนวนมากที่จ้องจองกฐินเรือเหล็กของ “ลุงตู่” ที่กำลังโคลงเคลง

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมกระแสเคลื่อนไหวมวลชนนอกสภาที่นักการเมืองจากพรรคฝ่ายค้าน มาร่วมหลายกลุ่มที่ชุมนุมทุกสุดสัปดาห์ รณรงค์ทั้งแก้รัฐธรรมนูญ และขับไล่ไม่เอารัฐบาลประยุทธ์ ไล่ทุบดิสเครดิต สะสมมวลชนไปเรื่อย ตั้งเป้ารวมคน 1 ล้านคน

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามว่า “รัฐบาลลุงตู่ภาค2” ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่ได้อยู่ได้ด้วยประชาชน หรืออยู่ได้ด้วยเสียงในสภา แต่ถูกมองว่า อยู่ได้ด้วย “อำนาจเหนือระบบ” ภายใต้ “รัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเฉพาะ” ที่คุมสภาพ กองทัพ รัฐราชการ องค์กรอิสระ ที่กำลังมี “ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่เริ่มมีเสียงบ่นจากประชาชนเป็น” เดิมพัน “หนนี้” จะรอดไปได้อีกซักกี่ยก

 

ข่าวน่าสนใจ

Close