ชาติหน้า…”ทักษิณ” ก็ไม่จบ!?

กลับมาอยู่ในกระแสความเร่าร้อนอีกครั้ง สำหรับชายชราวัยใกล้ 70 ปี นายใหญ่แห่งแดนไกลกับ ลีลาการทวิตเตอร์ ไม่สะดวกในการจัดงานวันเกิดในช่วงปลายเดือนก.ค. นี้ …ซึ่งทุกๆปีที่ผ่านมา จะมีบรรดาผู้ภักดี จรลีเร้นกายไปพินอบพิเทา อวยพรกัน แต่ปีนี้นายใหญ่ประกาศงด ทำให้ถูกตีความไปไกลถึงขั้นจะวางมือทางการเมืองแล้ว

ประกอบกับ มาเกิดในห้วงการถอย ของเสี่ยอ้วน-“ภูมิธรรม เวชยชัย” และเฮียเพ้ง-“พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” 2คนสนิทของทักษิณ รวมไปถึงการลดบทบาทของพรรคตระกูลชิน ที่หลังๆ ไม่ค่อยแอ็คชั่นเท่าไร ปล่อยให้เบี้ยตัวใหม่ สีสันฉูดฉาด อย่างอนาคตใหม่ที่ถูกชูเชิดเริ่ดสุดๆ อวยให้เป็นขุมกำลังคนรุ่นใหม่ฝั่งประชาธิปไตย ท้าชนได้ทุกรุ่น

ซึ่งจะดูว่าทักษิณ สละแล้วเรื่องการเมืองจริงหรือไม่นั้น ต้องย้อนไปดู เมื่อปี 2549 ทักษิณถูกยึดอำนาจระหว่างไปประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก หลังจากนั้นอีก 17 เดือนต่อมา นายใหญ่ กลับเมืองไทยอีกครั้ง พร้อมก้มลงกราบแผ่นดิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเตรียมต่อสู้ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ต่อมาทักษิณได้ขออนุญาตศาล ไปร่วมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่ จีน และจากนั้นก็ไม่กลับมาอีกเลย

ตลอดเวลา 10 กว่าปี ที่ต้องร่อนเร่ในต่างแดน ทักษิณ ผู้เคยประกาศก้องว่า ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างยอมแพ้ นั้น เขาถูกมองว่าได้ปฎิบัติตัวตามวาจาที่ลั่นตลอดมา ใช้กลยุทธ์ โลกล้อมประเทศ ทั้งเรื่องของการปลุกเร้ามวลชน ให้ออกมาสู้ ผ่านเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งดีไซน์การต่อสู้ การวางหมากกลทางการเมืองที่สลับซับซ้อน

รวมไปการจัดไพร่พล วางบุคคลากรสืบต่ออำนาจ ทั้งน้องเขย และน้องสาว ที่ใช้เวลาแค่ 49 วันกลายเป็นประมุขฝ่ายบริหารคนแรกของไทยที่เป็นผู้หญิง ไล่เรื่อยมาถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ที่ใช้ยุทธการแตกแบงค์พัน การจัดรายการสด Good Monday ปลุกเร้าก่อนเลือกตั้ง จนถึงเหตุการณ์ 8 ก.พ. ต่อเนื่องยังงานแต่งงานลูกสาว รวมไปถึงการทวิตสร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้มีการมองทักษิณผ่านปมทางจิตวิทยาว่า นายใหญ่อาจจะมีปมส่วนตัวในประเด็นที่ว่า คนที่มีเพียบพร้อมทุกอย่าง เงินตรา บารมี สามารถไปที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ ยกเว้นบ้านเกิดตนเอง ทำให้เกิดความคับแค้น ประกอบกับนายใหญ่เป็นคนเอาจริงเอาจัง ไม่ยอมคน จึงต้องสู้ในทุกวีธีทาง ทั้งใต้ดิน บนดิน ทั้งในสภา ทั้งบนท้องถนน ผ่านเป้าหมายสูงสุดคือการนิรโทษกรรม เพื่อกลับมาประเทศไทยโดยไม่ต้องถูกจองจำอิสรภาพ

นอกจากนี้แล้ว ยังมีคดีความของลูกคนโปรดอย่างนายโอ๊ค-“พานทองแท้ ชินวัตร” ที่ต้องขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีกรุงไทย ซึ่งทำให้ทางค่ายเพื่อไทยจองกฐิน นายอุตตมะ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่อดีตเป็น1ในบอร์ดของกรุงไทย ที่ถูกกันไว้เป็นพยาน ซึ่งทางเพื่อไทยพยายามเชื่อมโยงกัน แบบไปไหนไปกัน ถ้ารอดก็รอดด้วยกัน ถ้าผิดก็จบเห่เหมือนกัน

ฉะนั้นแล้ว การทำท่าทีเหมือนจะวางมือทางการเมืองนั้น ถูกมองว่าอาจเป็นกลยุทธ์ หลอกล่อ ให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจ ด้วยที่ผ่านมาทักษิณพิสูจน์แล้วว่าเขาถูกฝ่ายตรงข้ามมองว่าเป็นปีศาจ ตัวไม่อยู่ในประเทศ แต่ก็สามารถตามหลอกหลอนรัฐบาลรัฐประหารให้ปั่นป่วน มาได้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคนอย่างทักษิณนั้น ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติหน้า…ถ้าเขาไม่ชนะก็ไม่มีวันจบ !!

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close