“รัฐบาลลุงตู่2″ผู้น่ารัก?

ประเทศไทยผ่านพ้นความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมอาเซียนไปได้ด้วยดีห้วงสองวันที่ผ่านมา 22-23 มิ.ย. ไม่มีบรรยากาศวุ่นวายที่จะทำให้เสียบรรยากาศหรือเกิดความเสียหายเหมือนในครั้งอดีตที่การเมืองในประเทศเล่นกันแรงถึงขั้นกระทบกับเวทีการประชุมอาเซียน โดย “นายกลุงตู่” ยอมรับว่าถูกถามเรื่องการเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยของไทย จะเรียบร้อยเมื่อไหร่ จึงบอกไปว่าไม่เกินเดือน ก.ค. ทุกอย่างจะเรียบร้อย ซึ่งไม่มีใครติดใจสงสัยอะไร

ขณะที่หันมาดูชีวิตจริง ปรากฎว่า 3 เดือน แล้ววันนี้หลังจากการเลือกตั้ง24มี.ค.ยังไม่สามารถตั้งคณะรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศ มีเพียง “นายกรัฐมนตรี” ที่ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ฏิบัติหน้าที่ทั้งในฐานะนายกฯจากกระบวนการรัฐสภาหลังเลือกตั้ง “คาบลูกคาบดอก” กับ “ครม.” ใน “รัฐบาลคสช.” และบทบาทของ “หัวหน้า คสช.” ที่ยังก้ำกึ่งในการคาอยู่จนกว่า ครม. ใหม่จะมาและเข้าถวายสัตย์เข้าทำหน้าที่แล้ว อันเป็นผลส่วนหนึ่งจากการเขียนรัฐธรรมนูญ 60 ที่ซับซ้อนมากด้วยการตีความของ “ซือแป๋” ทางกฎหมายอย่าง “มีชัย ฤชุพันธุ์”

 

 

เป็น 3 เดือนที่หะแรกผู้เกี่ยวข้องก็คงไม่คาดว่าจะลากยาวมาขนาดนี้จากความไม่ลงตัวในตัวเอง โดยเฉพาะจากการ “แบ่งเค้ก” เก้าอี้รัฐมนตรี อันนี้แม้จะเดากันแต่ต้นว่าต้องเกิดปัญหาแน่เพราะ “หุ้นส่วน” เยอะเหลือเกินถึง 17 พรรค แต่ก็ไม่คาดคิดว่า “คนกันเอง” ในพรรคจะลุกขึ้นมาทวงคืนเอากับเขาด้วยจนบานสะพรั่งไปถึงพรรคเล็กๆพลายพรรคที่ออกมาบ้างแม้ล่าสุดกับชาติพัฒนาของ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่ออกมาทวงโควต้าในช่วงนี้

จนนอกจากจะทำให้เกิดภาพความ “ไม่ไว้วางใจ” จนไปสู่ “ความไม่พอใจ” ในพรรคร่วมรัฐบาล ยังมีภาพที่ถูกวิจารณ์มากมายถึงรูปร่างหน้าตาคุณสมบัติความเหมาะสมรัฐมนตรีถึงขั้นมีเสียงวิจารณ์ “ครม.ยี้”  ที่กระแสก็มากจาก “ภายใน” ทั้งสิ้น

ที่ยังไม่นับรวม “วงนอก” ที่คอย “หวดซ้ำ” อย่างฝ่ายค้าน เช่นปมในอดีตของ “อุตตม” กับความเกี่ยวของการปล่อยกู้ของแบงค์กรุงไทยที่ถูกขุดมาในช่วงนี้ หรือแม้กระทั่งความชุลมุนของ “รัฐสภา” ว่าด้วย “ปมถือหุ้นสื่อ” โมเดล “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาตใหม่ ที่ขยายจาก “สภาล่าง” ในสัปดาห์ที่ฝั่งรัฐบาลก็โดนร้อง 41 คน ส่วนฝ่ายค้าน 55 คน ก่อน ขึ้นสู่ “สภาสูง” กับการไปยื่นสอบ 21 ส.ว. ถือหุ้นสื่อของ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ”

ที่ไม่แปลกว่าโพลสำรวจช่วงวันหยุดหลายสำนักไม่ว่าจะเป็นสวนดุสิต นิด้า หรือซุปเปอร์โพล จะออกมาอารมณ์คล้ายกันคือห่วงกับการฟอร์ม ครม. ของรัฐบาล “ประยุทธ์ภาค2” กับภาพความวุ่นวายจะทำให้เกิดผลกระทบ โดยเฉพาะการตอกหน้านักการเมืองมีแต่เรื่องผลประโยชน์ มัวแต่แย่งเก้าอี้ รมต. โดยใช้การเคลื่อนไหวการปริ่มน้ำของรัฐบาลมาต่อรอง และยี้กับโผ ครม.บางตำแหน่งไม่เหมาะสมจัดสรรตามโควตา มีแต่หน้าเดิมๆ แต่ก็มองจุดแข็ง “ประยุทธ์” เป็นผู้นำมีฐานอำนาจเก่า ส่วน “จุดอ่อน” ไม่เป็นที่ยอมรับ ส่วนที่น่าคิดตามคือ “ซูเปอร์โพล” ที่มีการชี้ทางออกให้กับผล “คำตอบ” ใน “คำถาม” สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นถ้าบ้านเมืองวุ่นวายเดินต่อไปไม่ได้ ที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 87.0 ระบุว่าให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

แต่ก็นั่นแหล่ะ ถึงที่สุดทั้งหมดทั้งมวลต้องรอ “นายกลุงตู่” ผู้ประกาศวันก่อนว่าต่อไปนี้จะเป็น “นายกฯที่น่ารัก” ที่ก็หมายความรวมถึงว่า ครม. ที่ออกมาจะ “น่ารัก” ที่กำลังส่งทีมเจรจาไปล็อกคอคุยเป็นรายๆ จะเคาะเลือกแบบ “บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น” ไม่ให้เกิดปัญหากินใจจนกลายเป็น “ปันใจ” จากบรรดาพรรคร่วม ในกลุ่มก๊วนในพรรคพลังประชารัฐกันยังไง ภายใต้ไทม์ไลน์ที่ “รัฐบาลที่น่ารัก” จะต้องเกิดให้ได้ในเดือนนี้ เพื่อเดินหน้าประเทศต่อ ส่วนเรื่องคาราคาซังและ “กับดักระเบิด” ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน เพราะถึงตอนนั้นแม้ไม่มี “ดาบ ม.44” แต่ก็ยังมี “อภินิหาร” ของ “รัฐธรรมนูญ” ที่พร้อม “เปิดช่อง” ทางออกให้ “ทีมลุง” ไว้แก้เกมมากมาย แบบไม่ต้องกลัวกระเด็นหลุดไปจากวงจรอำนาจง่ายๆ ดังตัวอย่างที่โพลชี้นำไว้แล้วในข้างต้น

 

ข่าวน่าสนใจ

Close