ครม.เต้าหู้ยี้

แม้กาลเวลาล่วงเลยนับสัปดาห์แล้ว แต่รายชื่อคณะรัฐมนตรี ของลุงตู่ยังไม่สะเด็ดน้ำเสียที ด้วยตรรกะที่ว่าการเมืองคือเรื่องตกลงของผลประโยชน์ ฉะนั้นจึงทำให้ ดีลอำนาจนี้ยังไม่สามารถบรรลุผลได้  ซึ่งตามหลักคณิตศาสตร์การเมืองแล้ว การแบ่งสรรจำนวนเก้าอี้นั้นค่อนข้างจะลงตัวแล้ว แต่ที่ยังไม่จบคือตัวบุคคล ยังคงมีรายชื่อตัวละครทั้งหน้าเก่าและชื่อใหม่วนเวียนเผยแพร่ออกมาในแต่ละวัน

มาดูกันที่ค่ายใหญ่สุดอย่าง พรรคพลังประชารัฐ ที่คนชักหุ่นกระบอกอยู่หลังม่าน อย่างเฮียกวง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่เริ่มออกอาการ หงุดหงิด ที่อาจต้องยอมกลืนเลือด ที่ไม่สามารถดัน 4 ยอดกุมารในสังกัดอย่างอุตตม สาวนายน – สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ -สุวิทย์ เมษินทรีย์ – กอบศักดิ์ ภูตระกูล ไปถึงฝั่งรัฐมนตรีได้ครบทุกคน ซึ่งถ้าถึงบทจำเป็นแล้ว สุวิทย์ กับ กอบศักดิ์  อาจต้องรอรถไฟขบวนต่อไป

ส่วนในมุ้งผู้มีอิทธิพลของกลุ่มสามมิตร ค่ายพลังประชารัฐ อย่างนักเลงสุโขทัยอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ตำแหน่งเสนาบดี นั้นได้แน่นอน แต่จะไปคุมกระทรวงไหน อีกเรื่องหนึ่ง ด้าน เจ้าตัวฝันหวานมาตลอด ว่า กระทรวงเกษตร คือเป้าปราถนายิ่ง แต่ทางค่ายสีฟ้าก็หมายปองกระทรวงนี้เช่นกัน หวังเอาไปสร้างคะแนนนิยม ตุนคะแนนเสียงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

นั้นจึงอาจทำให้เสี่ยสมศักดิ์ ถูกดีดลอยไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งดูจะเป็นการใช่คนไม่ค่อยถูกที่ถูกทางเท่าไร และอีกอย่าง กระทรวงยุติธรรม นั้นถือว่าชื้อชั้นไม่ใช่เกรดเอ เท่าไร และยิ่งเทียบกับกระทรวงเกษตร ยิ่งห่างไกลกันไปใหญ่ ฉะนั้นแล้วเชื่อว่าเสี่ยสมศักดิ์ ก็ไม่น่าจะเแฮปปี้มากนักกับตำแหน่งนี้ แต่จำต้องยอม

ส่วนขาใหญ่คนอื่นๆ ในพลังประชารัฐอย่าง นายธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ที่ข่าวแว่วว่า จะได้เก้าอื้ ว่าการกระทรวงแรงงาน หรือจะเป็น เสี่ย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไปนั่งใหญ่โตที่ กระทรวงพลังงานและอีกหลายคน ที่มีรายชื่อปรากฎออกมา รวมไปถึงรายชื่อคนของภูมิใจไทยที่จะไปนั่งคมนาคม กระทรวงเกรดเอบวก นั้น ต่างสร้างกระแสวิพากวิจารณ์ได้พอสมควร

ต่อเรื่องดังกล่าวนี้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตกอย่างอาจารย์ สมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า หน้าตาของ ครม.ชุดใหม่ เดาใจไม่ยากว่า ลุงตู่ คงเลือกเรียงลำดับความสำคัญ โดยเรียงจาก ฐานอำนาจ ฐานการเมือง และฐานความรู้ เพราะอย่างแรกคือปัจจัยของการอยู่ได้ อย่างสองเป็นตัวสนับสนุนเสียงในสภา ในขณะที่อย่างที่สามเป็นแค่ตัวช่วยทางวิชาการ

ซึ่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ฐานความรู้ความสามารถ ควร หรือต้องมาเป็นอันดับ 1 ในปัจจัยของการเลือกสรรบุคคล ไม่ใช่หรือ แต่นั้นเป็นเพียงความดีงามที่อยู่ในตำราเท่านั้น เพราะในสภาพความเป็นจริงแล้ว เรื่องของอำนาจ เรื่องของการตอบแทนบุญคุณ เรื่องของการแบ่งปันผลโยชน์ เป็นเรื่องที่ต้องมาอันดับ 1 ในวงจรการเมือง

ฉะนั้นแล้วเมื่อถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขทางการเมืองต่างๆ นี้ ทำให้การพิจารณาเลือกสรรในขั้นสุดท้ายของลุงตู่นั้น ที่จะให้หน้าตาครม. ออกมาสวยงามคงเป็นไปได้ยาก ซึ่งไม่ว่าลุงตูจะเลือกแบบไหบ ก็จะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ถ้าเลือกคนที่ประชาชนยอมรับได้ แต่อาจต้องขัดใจกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ หรือพรรคประชารัฐของตนเอง บรรยกาศการทำงานร่วมกันคงไม่ราบรื่นแน่นอน

และถ้ากวาดตาดูรายชื่อเสนาบดีจากโผของหลายสำนักแล้ว ทำให้นึกถึงเพลงเก่าแก่ เมื่อปี พ.ศ. 2554 ของน้าแอ็ด คาราบาวขึ้นมาทันที นั้นคือเพลง เต้าหู้ยี้ ซึ่งมีเนื้อหา สะท้อนถึงการตั้ง ครม. ของผู้มีอำนาจ ที่ตั้งไม่ดูตาม้าตาเรือ มันจึงไร้หางเสือเหลือแต่สิงห์กระทิงแรด ทำให้มีปัญหาตามมามากมาย กลายเป็น รมต. เต้าหู้ยี้ ครม. เต้าหู้ยี้ สุดท้ายเละเป็นเต้าหู้ยี้ นั้นเอง

อย่างไรก็ตาม ตามไทม์มิ่งแล้ว น่าจะเคาะบรรทัดสุดท้ายกันในวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายนนี้ และจากนั้น อีกไม่นาน คงได้เห็นหน้าเห็นตากันชัดๆ เป็นไปตามโผ หรือมีใครแหกโผในช่วงสุดท้ายบ้าง ต้องติดตามว่าการจัดสมดุลของอำนาจในครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้ไกลแค่ไหน ในอุโมงค์ความหวังที่มืดมิดอนันตกาลเหลือเกิน!!

 

 

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close