“ผู้ใหญ่”กับ”เด็ก”พัง”ประยุทธ์2”?

ไม่ผิดไปจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า แม้เอาชนะ “ศึกนอก” ไปแบบลอยลำ โหวต “นายกฯลุงตู่” ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรี “รัฐบาล500” ด้วยเสียงใน “สภาล่าง” ปริ่มๆเกือบจะจมน้ำที่ 251 เสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้ว แต่ปัญหา “การจัดสรรปันส่วนผสม” ในสมบัติเป็น “เก้าอี้รัฐมนตรี” สำหรับ “คนกันเอง” พรรคร่วมรัฐบาลเกือบ 20 พรรค ที่มีพรรคขนาด “กลางใหญ่” 50 ส.ส. ขึ้นไป อย่าง ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ที่เกาะแขนกันแน่นจนแทบจะสิงร่างเป็นคนๆเดียวกันยามนี้ประมาณว่า “คนเดียวเก้าอี้หายสองคนเพื่อนตาย” มี ส.ส. รวมร้อยต้นๆก็ยังก่อตัวประทุแบบจิกกัดกันเองผ่านสื่อในหลายตัวละครใน “สามเส้า” พลังประชารัฐ ปชป. และ ภท. ที่ฝ่ายหนึ่งยืนยัน “ล้มดีลเดิม” ที่ “ผู้ใหญ่” แถวค่ายทหารเคยคุยไว้กับทั้ง ปชป. และ ภท. แถมส่งคนออกมาชกข้ามรุ่นกับแกนนำภูมิใจไทย

เรียกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากมวยตู้ ยังได้ดูมวยการเมืองผ่านโซเชียล โดยหลัง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ออกมาย้ำหนักแน่นผ่านเฟซบุ๊กว่า “กระทรวงมีไว้ให้คนเข้าไปทำงาน ไม่ใช่มีไว้ให้มาเที่ยวแลกไปมา จบข่าว” พร้อมแสดงความเห็นเพิ่มเติมในโพสต์ว่า “คมนาคม สาธารณสุข ท่องเที่ยวครับ เปลี่ยนไม่ได้”

ไม่ถึงชั่วโมง พปชร. ก็ส่ง “มวยบู๊” ฝีปากกล้า อย่าง “ธนกร วังบุญคงชนะ” รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ออกมาท้าชกข้ามรุ่นโดย “ธนกร” โพสต์ข้อความเจ็บๆ สื่อไปถึงใครบางคนอาทิกระทรวงมีไว้ให้ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่มีไว้ให้เข้าไปหางานเพื่อบริษัท ไม่ยอมแลก เก็บไว้ ทำงานให้ประชาชน หรือหางานให้บริษัท #คนเขาสงสัย กระทรวงนี้ของข้าใครอย่าแตะ

มวยยังไม่จบเท่านั้นวันเดียวกันยังมีอดีตแกนนำกปปส.อย่าง “นางทยา ทีปสุวรรณ” ภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อย่ามองกระทรวงเป็นสินค้า”

อย่างไรก็ตามมีรายงานอ้างแหล่งข่าวจาก ภท.ว่าโควตารัฐมนตรีในส่วนของพรรคมี 7 เก้าอี้ คือ 1 รองนายกฯ, 3 รมว. และ 3 รมช. “นายอนุทิน” นั่งรองนายกฯควบ รมว.สาธารณสุข “นางนาที รัชกิจประการ” ส.ส.บัญชีรายชื่อและเหรัญญิกของพรรค รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา “นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ส.ส. บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค รมว.คมนาคม “นายชาดา ไทยเศรษฐ์” ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรค รมช.มหาดไทย อีก 2 ตำแหน่งอยู่ระหว่างพิจารณา โดยมีรายงานว่าการเจรจาเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยได้พูดคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดจบไปตั้งนานแล้ว ไม่มีการเกลี่ยใหม่อย่างที่มีกระแสข่าว

ขณะที่ฝั่งของพรรคประชาธิปัตย์นั้นก่อนจะออกมาวันนี้ว่าจะรอโปรดเกล้านายกฯแล้วค่อยคุยเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น เมื่อวานก็มีการออกมาแบบเรียงหน้าประดานทั้งเด็กและผู้ใหญ่ยืนยันว่าไม่มีคุยเพิ่มทุกอย่างจบไปแล้วก่อนที่จะมีทิ้งทุ่นว่าหากไม่ตามนั้นก็ “ถอนตัว”

ที่น่าสนใจคือทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีการคุยกันแล้วของ “ผู้ใหญ่” ไม่ควรเปลี่ยนเพราะต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่หมดดังที่ “นายนราพัฒน์ แก้วทอง” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าหากมีการล้มดีล ในข้อตกลงการร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะการแบ่งงานในโควตากระทรวงที่กำกับดูแลว่าหากเป็นเช่นนั้นจริง พรรคประชาธิปัตย์เราต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ เข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พรรคและ ส.ส. แต่เชื่อว่าไม่เกิดขึ้นแน่ คงเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เด็กเล่นขายของ ประชาธิปัตย์มีหลักเกณฑ์ และเป็นเรื่องของพปชร.ต้องเคลียร์กันเองภายในพรรคกันเอง ถ้าจะล้มดีลหรือเปลี่ยนข้อตกลง ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายจะเสียหายและเสียผู้ใหญ่แน่

กระนั้นบรรดา “เกจิการเมือง” วิเคราะห์ว่าให้จับตาว่า “ประยุทธ์” จะกล้าจัดการจัดสรรกระทรวงใหม่ตามที่กลุ่มก๊วนต่างๆในพลังประชารัฐต้องการหรือไม่ ? ที่สำคัญไม่ว่าคำตอบไหนก็มีแต่เสีย เพราะมีการส่ง “สัญญาณ” ตั้งแต่เริ่มแล้ว ทั้งเหตุการณ์ชิงเหลี่ยมการแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ถือเป็นยกแรกการประลองกำลังและชั้นเชิงทางการเมืองระหว่างพปชร. กับพรรคร่วมฯ จนมาถึงเกมช่วงชิงกระทรวงเกรดเอ ขณะนี้

ที่สำคัญ “ตัวบุคคล” ผู้จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคส่งมา “ลุงตู่” จะกล้าเปลี่ยนรายชื่อเหล่านั้นหรือไม่ หรือจะยอมตามเงื่อนไขของกลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐและพรรคร่วมฯ ซึ่งก็ต้อลุ้นว่ารายชื่อที่ออกมาประชาชนจะรับได้แค่ไหน

ที่สำคัญอีกอันคือกับที่พูดอ้างกันนักว่า “ดีลผู้ใหญ่” หากจะมีใครถามว่าผู้ใหญ่ที่เดินกม “ดีล” ตั้งแต่ก่อนจะเลือกตั้งเป็นใคร ใช่บิ๊กแถวถนนวิภาวดีหรือไม่ ถ้าใช่เกี่ยวอะไรกับ พปชร. เกิดมีใครไปยื่น “ครอบงำพรรค” ก็เรียบร้อยโรงเรียนรัฐธรรมนูญฉบับ “ซือแป๋มีชัย” รัฐบาลลุงตู่ภาค 2 อาจแท้งก่อนคลอด เรียกว่างานนี้จากเรื่องเด็กแย่งของเล่นโวยวาย “ผู้ใหญ่” แบ่งของ จะพากันพังเอา

 

ข่าวน่าสนใจ

Close