“รัฐบาล500″อายุสั้น?

แม้จะผ่านมาได้ด้วยสียง500จนถูกประทับตรา“รัฐบาล500”แทนที่จะเป็น501 ก็เพราะ“สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ยกมือสวนมติพรรคด้วยเหตุไม่อาจฝืนความต้องการประชาชน ขอ“งดออกเสียง”ซะงั้น ที่“เสี่ยหนู”ก็ไม่ได้ว่าอะไร ราวกับจะเป็นนัย“หนังตัวอย่าง” ไปถึง“ดีล”ที่ยังไม่“ลงตัว”ทำท่าจะเกิดเหตุ“ดึงอ้อยจากปากช้าง”ล้มดีลที่คุยกันมาใหม่

เพราะถึงเมื่อวานข่าวจากที่เป็นแค่กระแส ก็ปรากฎว่าเริ่มมีบรรดากลุ่มการเมืองใหญ่น้อยที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า10กลุ่มรวมทั้ง“กลุ่มสามมิตร”ในพรรคพลังประชารัฐที่“สุริยะ-สมศักดิ์”เริ่มออกมาส่ง“สัญญาณ”จริงจังในการมีส่วนร่วมในโควต้าเก้าอี้ และขอให้เอาคืน“เก้าอี้เกรดเอ”คืนมาจากสองพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย โดย“สมศักดิ์”ถึงขั้นยืนกรานว่าพรรค พปชร.ต้องคุมกระทรวงเกษตร ขณะแกนนำก็ส่งสัญญาณย้ำว่า“พล.อ.ประยุทธ”จะเป็นคนสรุปคนสุดท้ายในการวางตัวรัฐมนตรีโดยตั้งไทม์ไลน์ไว้ว่าการตั้งรัฐบาลต้องจบไม่เกิน 13 มิ.ย. เพื่อให้ทันการประชุมอาเซียนวันที่22มิ.ย.

โดยวันนี้หลังการพูดคุยกันเองของแกนนำ พปชร.จะมีการส่งโผเก้าอี้ที่ลงตัวแล้วให้“พล.อ.ประยุทธ”พิจารณา ส่วนเก้าอี้ที่ยังต้องคุยพรรคร่วม หากเจรจาไม่ลงตัว ปชป.ยังคงยืนยัน ทางพรรค พปชร.ก็จะให้สิทธิ์ขาดที่“พล.อ.ประยุทธ”พิจารณา โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจเกรดเออย่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น มีรายงานว่า“นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี มองว่าหากไม่อยู่กับพปชร. อาจทำงานไม่ได้ รวมถึงมีปัญหาเรื่องสุขภาพ อาจเป็นเหตุผลทำให้“นายสมคิด”ตัดสินใจไม่ไปต่อ

ข้างต้นเป็นเพียงแค่ด่านแรกในการจัดองคพายพตัวเองของรัฐบาล“พล.อ.ประยุทธ”ภาค2แบบ“แบ่งสมบัติ”ที่ยากจะลงตัวเพราะน้อยกว่าคนขอแบ่ง ที่แน่นอนย่อมจบลงที่ร่องรอยความไม่พอใจแต่ต้องจำยอมไปก่อนของบางพรรคบางกลุ่มไปก่อน

แต่ถัดไปจากนี้ยังมีโจทย์ยากรออยู่อันสัมพันธ์กับการจัดการแบ่งสมบัติ“รัฐบาล500”ข้างต้น คือ เรื่องจำนวนเสียง ส.ส. ที่สนับสนุนรัฐบาลใหม่ ที่มีเพียง 251 เสียงเท่านั้น และมีเสียง ส.ส. ฝ่ายค้าน 245 เสียงเมื่อประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 3 ท่านต้องงดออกเสียงตามประเพณีปฏิบัติ เท่ากับฝั่งรัฐบาลมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้านเพียง 5 เสียงเท่านั้นซึ่งอันตรายมีโอกาสถูกคว่ำได้ตลอด ซึ่งกรณี“หนังตัวอย่าง”ก็เกิดขึ้นให้เห็นไปแล้ว

ขณะเดียวกันปมความหลากหลายของนักการเมืองใน พปชร.และการที่ “ประธานสภา”อยู่ในมือ ปชป.ก็อันตรายเช่นกันหากผลการ“แบ่งสมบัติ”ข้างต้นเกิดการกินใจ และหรือถัดไปจากนั้นเกิดปมการตรวจสอบปัญหาการทุจริตก็มีโอกาสจะคุมยากและย่อมเกิดอาการกินใจของ”คนกันเอง”เช่นกัน

ที่สำคัญพลันเมื่อ ครม.ใหม่ แตะมือ ครม.คสช.คลายมนตร์ อำนาจ คสช.เมื่อใด ก็ยังไม่มีหลักประกันว่าแรงกระเพื่อมจากภายนอกสภาจะเกิดขึ้นเป็น“ตัวแปร”กับแรงเสียดทาน“ภายใน”เพียงใด และถึงเวลานั้น“นายกลุงตู่”ยังจะมีน้ำหนักกับ“คนกันเอง”หรือไม่ ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการคาดการณ์จากบรรดา“เกจิการเมือง”ว่ารัฐบาลใหม่อาจจะอายุสั้นกว่าที่คิดหรือไม่?

 

ข่าวน่าสนใจ

Close