ป่วนให้จบจอดที่”ลุง”?

กลายเป็นความอินุงตุงนังพันตูที่ลุกลามขยายความจากภายในสู่ภายนอกจากสภาล่างสู่สภาบนไปซะงั้น กับ “ศึกชิงเมือง” ที่ผ่านพ้นวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. จนจะครบ 2 เดือนเต็มวันพรุ่งนี้แล้ว ยังมะงุมมะงาหราตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้ เหตุเพราะ “ทุกฝ่าย” ทุกขั้วทุกพรรคใหญ่น้อย ใช้ช่องโหว่ว่างของรัฐธรรมนูญ 60 ที่หวังตัดวงจรเผด็จการรัฐสภากันการผูกขาดโดยพรรคการเมืองฝ่ายบริหาร โดยออกแบบทำให้รัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลผสมจากพรรคการเมืองหลายๆ พรรคเท่านั้น ทำให้เป็นที่มาของ “การต่อรองไม่รู้จบ” ในสภาพชีวิตจริงทางการเมืองที่ไม่ได้ออกมาเป๊ะๆ เหมือนที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุด “ซือแป๋” “มีชัย ฤชุพันธุ์” คำนวณไว้ ว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” และ 4 รัฐมนตรีคสช. ผนวกกับ “เกจิการเมือง” ระดับ “สุริยะ-สมศักดิ์-สุชาติ” ผนวกกับ “คอนเนคชั่นการเมืองสีเขียว” ของ “ลุงป้อม” จะทำแต้มมาแค่ 115 ที่นั่ง

จนต้องมาปรับขบวนกันยกใหญ่กับปรากฎการณ์เขย่าขย่ม “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” จนได้มาซึ่ง 11 ที่นั่งของ 11 พรรคเล็กและพรรคคนกันเองที่มาผนึกก็ยังแค่ผ่านด่านแรก 137 ที่นั่ง ที่แม้นับรวมประชาธิปัตย์ 52 ที่นั่งและภูมิใจไทยรวมกับพรรคอื่นๆ ที่ยังกั๊กก็ยังปริ่มน้ำที่ 253 พอจะผ่านด่านสองตั้งประธานสภารองประธานสภาฯ “เพลย์เซฟ” ต่อลมหายใจกันเกมโหดจากฝ่ายการเมืองรุมปิ้งย่าง “ลุงตู่” กลางสภาในด่านแรก พ.ร.บ.งบประมาณไปได้บ้าง

แต่ที่ทำให้ “ลุงตู่” เห็นสัจธรรมการเมืองที่ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ที่แม้จะรับปากตกลงกันแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาก็มีข้อเหตุข้ออ้างให้พลิกไปอีกทางได้ตลอด หรือแม้กระทั่งเห็นอาจแค่ “การแสดง” เรียกว่าไม่มีอะไรตรงเผ็งๆแบบคำสั่งซ้ายหันขวาหันของแวดวงทหาร

โดยเห็นชัดๆจะๆก็ “เกมดึงเช็ง” ของ 2 พรรคตัวแปรอย่าง ประชาธิปัตย์ และ ภูมิใจไทย ที่แรกๆก็แตะๆ ปล่อยข่าวซ้ายทีขวาที แต่พองวดใกล้เดตไลน์ก็มักส่งสัญญาณแรง ไคลแม็ค ต่อรองแบบสุดจะรับได้ทุกที ยิ่งหนล่ากับเดดไลน์ก่อนประชุมสภาเพื่อเลือกประธานและรองฯในวันที่ 25 พ.ค. โดยจะมีรัฐพิธีวันที่ 24 พ.ค. ก็มาเกิดภาพการจับมือระหว่าง “เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาประชาธิปัตย์ที่กลายเป็นพรรคดูโอ้ ไปไหนไปกัน แถมส่ง “สัญญาณ” ฉีกไปตั้ง “รัฐบาลขั้วที่สาม” ตามคำยุจากขั้วเพื่อไทย แน่หากต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีไม่ได้ ที่ ทำให้ “อุตตม” และ “สนธิรัตน์” ต้องยอมทิ้งหมายต่างจังหวัดเพื่อมาวิ่งดีล เพราะ “ภูมิใจไทย” เล่นขอ คมนาคม สาธารณสุข ท่องเที่ยว ประชาธิปัตย์ยิ่งหนักจะขอ มหาดไทย พาณิชย์ พลังงาน เรียกว่าเป็นการเสนอแบบหักดิบเป็นไปได้ยากเพราะเป็นเก้าอี้ที่ พปชร. จัดไว้สำหรับตัวเองแล้ว

ขณะที่เอาเข้าจริงๆปชป.ตั้งแต่ “นายหัวชวน” ลงไปก็ยังแกว่งๆกับการจัดการ “คำตอบ” การเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ในวันนี้ ต่อสภาพสองซีกที่แตกออกจากกันของ 27 กับ 25 ส.ส. ที่ต่างความเห็น โดยซีกหนึ่งถูก “ลุงกำนัน” ฝั่งรูปฝั่งรอยไว้ที่ระยะหลังชักจะไม่เกรงบารมี “ผู้อาวุโส” ของพรรคแล้ว (อ่าน:ร่วม-ไม่ร่วม”พปชร.”ปัญหาที่รอวันแตกแยก)

กระนั้นสภาพการ “ต่อรอง” ที่ดูว่า ปชป. และ ภท. ปั่นราคาค่าตัวกันแบบ “ยากจะให้ได้” โดยมี “รัฐบาลขั้วที่สาม” เป็น “เงื่อนไข” คำขู่ เอาเข้าจริง ก็ยังมี “ปัจจัยพลิกผัน” ที่ค้างคาอยู่ โดยเฉพาะกับ “ชะตากรรม” คดีความที่ชัดในวันนี้ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังไม่รู้ว่าจะบานไปสู่การแกว่งไกวของ 80 ส.ส. พรรคอนาคตใหม่แค่ไหน แต่ที่พีคโผล่ขึ้นมาเป็นอีกปมใหม่อันเป็น “สัญญาณ” ที่น่าสนใจ คือกรณีล่าสุดกับจู่ๆวันนี้ “มิ่งขวัญ แสงสวรรณ” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่มี 6 ที่นั่งรวมอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตยก็ร่อนใบลาออกจากหัวหน้าพรรคกลางอากาศ หลังจากที่ก่อนหน้ามีข่าวว่า เศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่งถูกดูดไปอีกฝั่งแล้วจนทำให้ “มิ่งขวัญ” ต้องหลบหน้าสื่อวันรายงานตัว ส.ส. ที่หากเป็นจริงก็เท่ากับ 245 ของฝ่ายประชาธิปไตยจะหายไปอีก 6 และไปโผล่อีกขั้วของ พปชร. ซึ่งก็ยังไม่นับรวมข่าวเขย่า ส.ส. งูเห่าในพรรคเพื่อไทยสาย “ร.ต.อ.เฉลิม” อีก 10 และรวมถึงพรรคประชาชาติของ “วันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา” ที่ก็มีข่าวช่วงนั้นเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าสมการตัวเลขที่เคลื่อนแบบนี้ ย่อมส่งผลกลับมายังท่าทีการตัดสินใจที่ยัง “ไม่เรียบร้อย” ของ ภท. และ ปชป.

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อไปว่า อาการปั่นป่วนต่อรองจาก “คนกันเอง” จะจบได้ด้วยดีหรือไม่ กับหนังตัวอย่างที่ถูกฉายให้ดู..เพราะไม่ว่ายังไงกับทุกอย่างที่ออกแบบและเตรียมการก็บอกอยู่แล้วว่า ต่อให้ ปั่นป่วนต่อรองฝันกันไปไกลแค่ไหน ตอนจบก็คงต้องเป็นไปตามสคริปต์ คือต้องหยุด จอดป้ายที่ “ลุง” อยู่ดี?

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close