ดึงเช็งจน”ลุง”เซ็ง?

กลายเป็น “เลื่อนไปอีก” แบบที่เรียกว่า “ดึงเช็ง” กันต่อไปแถมถูกมัดเป็นชุดเดียวกันของ พรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ไม่รวมพรรคเล็ก ชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนา ที่กลายเป็น”ขั้วที่สาม”ในสมการอำนาจการเมือง

ที่นาทีนี้ด้วยเวลาที่งวดใกล้เข้ามาสำหรับการรับพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 24 พ.ค. และประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานและรองประธาน 25 พ.ค. ที่ใครๆ ก็ดูออกว่านาทีนี้ “นายกลุงตู่” ภายใต้ลมใต้ปีก พรรคกองหนุนสำคัญนำโดยพลังประชารัฐและพรรคร่วมรวม 137 ส.ส. และพรรค 250 ส.ว. มาวินมีเสียงเกินกึ่งของของรัฐสภา 387 จาก 750 ได้เป็นนายกฯคนต่อไป

ขณะที่อีกขั้วหนึ่งที่นำโดย “พรรคเพื่อไทย” และ “อนาคตใหม่” รวม 7 พรรคมีอยู่ 245 ที่แม้จะมีอาการดิ้นอีกเฮือก ประกาศเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเป็นนายกฯและซัดว่ามีดีล 20 ที่นั่งแลกคดี จาก พปชร.มาที่ “แม่” ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หลังจาก คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเช็คบิลสรุปคดี “โอนหุ้นสื่อ” มีมูลส่งให้ศาล “ฟัน” ที่อาจจะรู้ว่าหมู่หรือจ่าในวันที่ 23 พ.ค. นี้

จนทำให้ประเด็น “ขั้วที่สาม” ถูกนำกลับมากเถียงกันอีกครั้งห้วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาและแม้กระทั่งเมื่อวาน (20 พ.ค.) ที่ความจริงเป็น “คิว” ของพรรคภูมิใจไทย ที่ทุกคนโดยเฉพาะ พปชร. แม้กระทั่งประชาธิปัตย์ที่รอ “คำตอบ” ก็ยังออกแนวกั๊ก ไม่มีมติที่ชัดว่าจะร่วมสนับสนุน “ลุงตู่” นอกจากบอกว่าจะไม่ร่วมกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ซึ่งอาการที่ว่าก็ยิ่งไปกระพือข่าวแนวทางการ “จับมัดรวม” 103 ที่นั่ง สถาปนา “ขั้วที่สาม” ของสายนี้ แถมมีปฏิกริยาวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายใน “พรรคประชาธิปัตย์” ออกมา ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้ว ปมการดึงเช็งจนวัยรุ่นเซ็ง ไปจนถึง 25 พ.ค. ที่ก็ยังไม่มี “หลักประกัน” ว่าจะมี “คำตอบ” ของ “ปชป.” และ “ภท.” นั้น…เอาเข้าจริงว่ากันว่าหาใช่เรื่องต่อรองโควต้าเก้าอี้อะไรเพราะ พปชร. เองก็พร้อมเปย์ทุกตำแหน่งให้ หากแต่กลายเป็นว่าเพราะ “ปัญหาภายใน” ล้วนๆโดยเฉพาะของ “พรรค ปชป.” เองที่กำลังลุกลามบานปลายปีนเกลียวออกมาภายนอกจาก “ทัศนะ” ว่าด้วย “หลักการ” ที่สัญญาไว้กับประชาชนจากหัวหน้าพรรคเก่าภายใต้ “ผู้ใหญ่” ของพรรคที่ยังเคร่งครัดในหลักการโดยอ้างว่าคือ”ตัวตน”ของพรรคปชป.  (อ่าน:ปชป.ภท-ปมลิ้นพันคอ?)

ข้างต้นแน่นอนว่าอาการ “ดึงเช็ง” ของ “ขั้วที่สาม” ด้วยเหตุแห่งปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ ที่้องรอดูว่าจะเกิดอาการ “หักดิบ” กันเองหรือไม่ระหว่างกรรมการบริหารพรรค กับ ส.ส. พรรคส่วนหนึ่ง ที่ระยะต้นส่งผลกับ รัฐบาลพลังประชารัฐ ที่ยิ่งทอดเลาความคลุมเครือนี้ออกไปก็ยิ่งอันตราย เพราะยังมี พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ ขั้วตรงข้ามคอยจิ้มคอยยุ โดยเพื่อไทยนั้นแม้ก่อนหน้าดูจะถอดใจว่าต้องปล่อยมือยอมไปเป็น “ฝ่ายค้าน” แต่ก็ยังไม่วาย “หยอด” ปชป. กับ ภท. ไม่ว่าจะเป็นมุก “หญิงหน่อย” “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ที่ชู ปชป. เป็นAvengers อัญมณีเม็ดสุดท้ายอยู่ในมือ ทำนอง “หล่อเลือกได้” ที่จะ “จบเกม” ที่ลุงหรือใครหรือฝ่ายใด เรียกว่านอกจากย้ำแล้วยังเป็นการ “ขยี้” ปมความลำบากใจของ ปชป. ที่เคยรับปากไว้จะไม่หนุน “สืบทอดอำนาจ”

น่าสนใจว่าการเมืองสถานีต่อไปแม้จะยังไม่ชัดแต่ “ลุงตู่” ก็จำต้องเดินต่อไปสู่การเป็น “นายก” ไปก่อนโดยวิธีการ 250 ส.ว. บวก 137 โดยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยส่วน “เสถียรภาพ” เสียงปริ่มน้ำหรือไม่ถึงค่อยว่ากันแบบไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งด่านสำคัญที่จะทำให้เห็นภาพจริง คือวันที่ 25 พ.ค. ที่จะโหวตเสียงเลือกประธานและรองประธานสภา

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามอีกทีว่าระหว่างรายทางจะมีอะไรเกิดขึ้นที่จะมีผลต่อทัศนะหรือ “สมการ” โดยเฉพาะหลายคนจับตาไปที่ผลชะตากรรม “ธนาธร” “พรรคอนาคตใหม่” จะออกมาอย่างไร และจะส่งผลเอฟเฟกต์ในในภาพรวมบ้าง?

 

 

 

 

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close