ทางที่เลือกแล้วของปชป.?

มีเวลาอีก4-5วันที่ “อู๊ดด้า” “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และทีมบริหารชุดใหม่เรียกว่าเป็น “ทีมเดอะฮีโร่” “ชุดกอบกู้” พรรคประชาธิปัตย์ จะวิเคราะห์ประเมินสภาพการเมืองในจังหวะ “หัวเลี้ยวหัวต่อ” การตัดสินใจเลือกในหนทางใด หลังจากที่ “ซุปเปอร์แมน” อย่างอดีตหัวหน้าพรรค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ปิดประตูตาย ไว้ทั้งสองทางในการหาเสียงไว้กับประชาชนคือ ไม่ร่วมกับเพื่อไทย และไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของคสช. “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งส่วนหนึ่งส่งผลให้ผลการเลือกตั้งออกมาทำให้ประชาธิปัตย์ตกฮวบ ส.ส.กรุงเทพหายเกลี้ยงแถม ส.ส. ใต้ก็ง่อนแง่น ได้มาทั่วประเทศแค่ 52 ที่นั่ง ที่กลายมาเป็น “ตัวแปร” ใน “ก๊กที่สาม” รวมกลม 118 ที่นั่งร่วมกับ “ภูมิใจไทย” 51 และพรรคขนาดกลางเล็กในสมการการเมืองเวลานี้

โดยหนนี้ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่แม้จะคลายตัวจาก “เงื่อนไข” ที่เคยถกเถียงกันว่าเป็นมติพรรคหรือเฉพาะ “อภิสิทธิ์” หัวหน้าพรรคเลือกไว้สองทาง ที่เมื่อไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ต้องมาเคลียร์กันใหม่ในวง “กรรมการบริหารพรรค” เพื่อให้เป็นมติของพรรค ซึ่งแน่นอนด้วยระดับความลุ่มลึกในลีลาหลักการที่ถอดแบบ “นายหัวชวน” มาของ “จุรินทร์” ย่อมเหมาะกับสภาพนี้และฉากต่อไปหลังเลือกทางซึ่งเบื้องต้นมีสามทางคือ “ร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ” ดัน “ลุงตู่” ไปต่อหรือ “แบ่งส่วนอยู่กลางๆไม่ร่วมกับใคร” เดินหน้าทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติหรือ “เออออห่อหมกไปกับ” ฝ่ายประชาธิปไตย ที่มีพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย (อ่าน: 3 ทางเลือกวัดใจ ปชป. ต้องเสี่ยงเดิน)

น่าสนใจว่าโดยทางการเมืองนั้นหลายฝ่ายแม้ “พล.อ.ประยุทธ์” เองที่ดูพูดอย่างมั่นใจมากขึ้นวันวาน (15พ.ค.) ว่าจะไปต่อได้เป็นนายกฯภาคสองแน่ ก็ดูออกว่า “ปลายทาง” ที่ “ประชาธิปัตย์” หลังเปลี่ยนหัวหน้าพรรค และทีมกรรมการบริหารพรรค ที่ยังคงมี “ผู้อาวุโส” อย่าง “นายหัวชวน” เป็นแบล็คอัพอย่างขึงขังจริงจัง และ พรรคภูมิใจไทย ของ “เสี่ยหนู” ที่มี “เนวิน ชิดชอบ” เป็นพี่เลี้ยงใกล้ชิด ดึงเช็งกันมาให้ถึงเวลางวดสุดๆวันที่ 20 พ.ค. จึงจะประกาศท่าทีพร้อมกันนั้น “คำตอบ” ที่สองพรรคน่าจะเหมือนกันนั้น มีมาแต่ต้น “ในใจ” แล้ว เพียงแต่รอเวลาเลือกสภาพการณ์จังหวะ “ตอบ” ให้ไม่น่าเกลียดและอธิบายได้ ที่บางฝ่ายมองว่าเป็น “การต่อรอง” กับการร่วมรัฐบาลในสถานะที่สมน้ำสมเนื้อ

ยิ่งมีการประเมินว่ารัฐบาลที่นำโดย “พลังประชารัฐ” นั้นเป็นเพียง “พรรคเฉพาะกิจ” แค่จุดระเบิดเครื่องยนต์ในการ “ผลักดัน” “ลุงตู่” ไปต่อในเบื้องต้น โดยมีองค์ประกอบส่วนผสมจาก “นักการเมืองคนหน้าเดิม” ที่เคยมีบาดแผลมากมายอันสุ่มเสี่ยง และ “รัฐบาลลุง” เอง ก็มีโอกาสที่จะมีอายุไม่ยืนยาวครบปีจากภูมิแพ้ในสภาล่าง หรือตำหนิบาดแผลคนกันเองจากสภาบน จะด้วยสภาพพรรคการเมืองที่ร่วมนับสิบๆพรรคหรือจะด้วย “ต่อมจุดเดือดต่ำ” ของ “ลุงตู่” ที่นาทีนั้นไม่มีดาบ “ม.44” ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานยั่วยุอารมณ์อย่างหนักของนักการเมืองให้ทนได้ไม่นานก็ตาม

ทั้งหมดทั้งมวลนี่เอง ที่ทำให้ “โอกาส” ในหนทางเลือกใน “คำตอบเดียวกัน” ของ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย จึงถูกมองไปในทิศทางเดียวกันคือ ผนวกร่วมรัฐบาลพปชร.ไปก่อนอย่างใจเย็น จนกว่าสถานการณ์พาไปสู่ความ “สุกงอม” ไปเอง โดยสำหรับปชป. ดีไม่ดี “ฐานเสียงเดียวกัน” ที่เคยหนุน ปชป.แต่งอนไปหนุน “ลุง” เพราะต้องการ “ความสงบจบที่ลุง” อาจพลิกเทกลับมาคืนดีกับพรรคด้วยการวางตัวอย่างมีหลักการแม้แต่การแสดงให้เห็นกับวิถีการตัดสินเลือกหัวหน้าพรรคที่เคารพกติกาประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อ “คำตอบ” ดูจะชัดที่เหลือเวลานี้คือหาคำอธิบายสวยๆอย่างมี “หลักการ” ให้กองเชียร์และประชาชนเข้าใจก็เท่านั้น

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close