ดูใจ”ก๊กที่สาม”?

เปิดมาสัปดาห์นี้มีสถานการณ์ที่ต้องจับตาไล่เรียงตั้งแต่ท่าทีของ 11 พรรคเล็ก 1 ส.ส. ที่แสดงท่าที รวมถึงพรรคอนาคตใหม่รายงานตัว ขณะหลายคนก็รอดูโฉมหน้า 250 ส.ว. ที่นายกฯบอกทูลเกล้าไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เช่นเดียวกับการจะมีการประกาศกำหนดการรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาและเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรละวุฒิสภาพ และน่าจะเริ่มมีการดำเนินการคดีต่างๆ ที่กกต. “ปล่อยผี” ไว้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมเลือกหัวหน้าพรรควันที่ 15 พ.ค. ซึ่งจะเป็นวันเดียวกับที่นายกฯ ลุงตู่มีคิวนัดกับ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่คลองเตยพบปะขอบคุณเจ้าหน้าที่ ประชาชน และนัดเลี้ยงข้าวสั่งลานักข่าวทำเนียบวันศุกร์ 17 พ.ค. ก่อนมีรัฐบาลใหม่

โดยตามไทม์ไลน์ประมาณการตามปฏิทินการเมือง หลังจากโปรดเกล้าสว. คาดว่าจะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาเร็วที่สุดในวันที่ 21 พ.ค. จากนั้นจะทำการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาในวันที่ 23 พ.ค. ก่อนจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 พ.ค. คาดว่าจะทูลเกล้าฯถวายรายชื่อ ครม. ในวันที่ 7 มิ.ย. และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 18 มิ.ย.  เพราะจะได้ทันการประชุมอาเซียนซัมมิตในวันที่ 22–23 มิ.ย. ในฐานะที่ผู้นำไทยเป็นประธานอาเซียน

แต่ที่คู่ขนานกันไปที่หลายฝ่ายจับตาคือกระแสการเมือง “สามก๊ก” ซึ่งตอนแรกถูกปลุกกระแสขึ้นมาจากสัปดาห์ก่อนด้วยเหตุที่เกิดการต่อรองเก้าอี้ “รัฐมนตรี” กันอย่างหนัก จนมีข่าวการฉีกตัวของ “ก๊กที่สาม” ที่มี ส.ส. อยู่ประมาณ 118 ที่นั่งอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา กระทั่งถูกพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม เอามาขยายผล เรียกร้องท่าทีของภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ที่จะไม่หนุนการ “สืบทอดอำนาจคสช.”

กระทั่งขยายมาสู่การชูประเด็น “ปิดสวิตช์250ส.ว.” และการออกมาแสดงความพร้อมจะสละเก้าอี้นายกฯให้ ปชป. หรือ ภท. หากมาผนึกรวมกันจนมีเสียง 363 เสียง เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากได้ แต่เลือกนายกรัฐมนตรีที่ต้องใช้ 376 เสียงไม่ได้และที่จะหวัง 19 เสียงของ ส.ว. มาเติมยิ่งเป็นไปได้ยาก ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ายากที่ ปชป. หรือ ภท. จะเอาตามแนวนี้เพราะเคยมีการพูดถึงจุดยืนกันไปหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังมีการรั้งรอที่จะ “ฟันธง” ที่จะสนับสนุนพรรค พปชร. จนหยดสุดท้าย จากผู้ใหญ่ใน “ก๊กที่สาม” ทำให้การประชุมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์วันที่ 15 พ.ค. ถูกจับตาว่าจะมีท่าทีที่ชัดเจนออกมาจากหัวหน้าพรรคใหม่  (อ่าน:ปชป.จุดยืนไม่เปลี่ยนดับฝันรบ.ขั้วที่3)

กระนั้นก็ใช่ว่าฝ่าย “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” จะดิ้นสู้ในแนวนำประชาชนมาเป็นตัวกดดัน ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ในจังหวะที่อาศัยการเกิด “ช่องว่างทางใจ” ภายในของพรรคกองหนุนพลังประชารัฐทั้งกับกลุ่มสามมิตรเองกับ “บิ๊กแถวถนนวิภาวดี” และกับภายนอกเรื่องเค้กรัฐมนตรี ที่ภารกิจเปิดดีลเจรจาลับในการดึงตัวเลขให้เพิ่มมากกว่าอาการ “ปริ่มน้ำ” อันหมายรวมก๊กที่สามด้วยแล้วรวมประมาณ 254 เสียง ก็ยังเคลื่อนไปข้างหน้า โดยเฉพาะการส่งคุ้นเคยไปเจาะพรรคเพื่อไทย ผ่านกลุ่ม “ร.ต.อ.เฉลิม” ที่คาดหวังไว้ 10 และเจาะพรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคประชาชาติเพียงแต่เงื่อนไขจะเป็นระยะใกล้หรือไกล…ที่ยังไม่นับรวมความไม่นิ่งที่จะเกิดจากการเขย่าตัวเลข เป็นระยะจากการ “สอย ส.ส.” ที่ถูกปล่อยผีมาก่อนโดยเฉพาะว่ากันพรรคอนาคตใหม่ และ “ธนาธร” ก็จรดจ่อจะถึงคิวอันใกล้ในสัปดาห์นี้ ที่ทำให้ต้องพึ่งพาบริการของ “นักร้องปีกซ้าย” อย่าง “เรืองไกร” คอยกวนสมาธิ กกต. ด้วยเรื่อง “ตัวเลข” ติดค้างที่ทำให้หลายพรรคต้องเสียที่นั่ง ส.ส. ให้ 11 พรรคเล็กไป 11 ที่นั่ง

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามความเคลื่อนไวในสัปดาห์นี้ที่จะปรากฎบทสรุปในหลายปรากฎการณ์อันส่งผลถึงทิศทางการเมืองที่เวลานี้นายกฯใหม่ยังคงเป็นชื่อ “ลุงตู่” ไปต่อแบบไม่ต้องทำอะไรมากมายหรือต้องลงมือเอง

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close