สามก๊กพรางดีลข้ามขั้ว?

พลันที่ “ตัวเลข” การรับรองผลการเลือกตั้งสรุปชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เลือกใช้สูตร 27 ทำให้ ฝ่ายพรรคการเมืองที่สนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกฯนำโดยพรรคพลังประชารัฐ พลิกกลับมาเป็นฝ่าย “เป็นต่อ” ที่สามารถรวมเสียงได้ถึงกึ่งหนึ่ง 250 จากการเข้ามาเติมของพรรคเล็ก 11 พรรค 11 ที่นั่ง โดยฝ่ายพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยนำโดยพรรคเพื่อไทยคะแนนจากเดิมจับมือจะตั้งรัฐบาลหลวมๆไว้ที่ 254 ที่นั่งกลับเหลือเพียง 245 ที่นั่ง ทำให้เริ่มมีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองที่อยู่ขั้วสนับสนุน “นายกลุงตู่” มีการพูดคุยกันไปถึงการแบ่งเค้กโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีกันในทันทีในวันถัดมา

โดยมีการปล่อยข่าวกับตัวเลข254ที่ “ปริ่มน้ำ” นั้นเป็นการ “รวม” ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย”เข้าไปด้วย พร้อมกับข่าวผู้ใหญ่ในพรรคลังประชารัฐมีการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีออกมา สัดส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คาดว่าจะมี 4 ที่นั่งหลักในกระทรวงสำคัญ คือ เก้าอี้นายกฯ รมว.กลาโหม รมว.มหาดไทย และ เก้าอี้รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ส่วนพรรคร่วมอื่นๆ อย่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ จะได้พรรคละประมาณ 6 เก้าอี้ ทั้ง รมว. และ รมช.คละเคล้ากันไป ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้ 1 เก้าอี้ รมว. และ 1 รมช.

ขณะที่ถัดมาเมื่อวาน (9พ.ค.) อยู่ๆก็มีข่าว “นายเนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต่อสายกับ “ลูกท็อป” “นายวราวุธ ศิลปอาชา” ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เพื่อแท็กทีมต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคพลังประชารัฐใหม่หลังจากไม่พอใจโควต้าที่ได้รับ เนื่องจากขณะนี้โควต้าที่พรรคภูมิใจไทยส่วนหนึ่งได้รับ รองนายกฯ และ รมว. สาธารณสุข ขณะที่ทางพรรคภูมิใจไทยต้องการกระทรวงคมนาคม แถมมีข่าว “เนวิน” ยังพูดคุยกับ “นายวราวุธ” ว่า ได้ต่อสายพูดกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่วนหนึ่ง ที่ไม่พอใจการแบ่งกระทรวงเช่นกันจึงหวังร่วมกดดันให้พรรคพลังประชารัฐเกลี่ยโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่

กระทั่งมีข่าวจากประชาธิปัตย์ (9พ.ค.) ว่าหาก พปชร. ยังไม่ยอมคลายกระทรวงสำคัญ พรรคประชาธิปัตย์ 52 เสียง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 51 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง รวมกันประมาณ 113 เสียง จะอาสาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นขั้วที่ 3 ไปเชิญชวนพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย และยังถือเป็นสูตรการเมืองขั้วที่ 3 ที่ไม่มีความขัดแย้งกับใคร พร้อมเปิดกว้างการร่วมรัฐบาลกับทุกฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการยอมรับจากพรรคการเมืองต่างๆ และถือเป็นอีกหนึ่งทางออกของประเทศได้อีกด้วย (อ่าน : เกมการเมืองต่อรองชิงเก้าอี้จุดสมดุลตั้งรบ.)

 

กระนั้นด้านหนึ่งเอาเข้าจริงแล้วข่าวสามก๊กกับการขยับของ “เนวิน” นั้นเป็นเพียงปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ถูกปั่นให้ตื่นเต้นหากแต่ “ของจริง” “ตัวจริง” “คนคุมดีล” ประสานจัดการ ที่นั่งอยู่ที่ถนนแถววิภาวดีนั้น ไม่ได้ตื่นไปกับอาการกระเพื่อมที่ว่า หากแต่ที่ห่วงน่าจะเป็นเสียงที่ปริ่มน้ำ 254 ที่นั่งในสภาล่างมากกว่า โดยมีรายงานว่าการทาบทาม 6 ที่นั่งของ “พรรคเศรษฐกิจใหม่” ของ “มิ่งขวัญ” ประสบผลแล้ว และขณะนี้กำลังมีความพยายามเจาะสาย “ร.ต.อ.เฉลิม. อยู่บำรุง” ที่ว่ากันว่ามีอยู่ประมาณ 10 ที่นั่ง และรวมถึงพรรคประชาชาติของ” วันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา”

โดยดีล “ดูด” ข้างต้นว่ากันว่า เป็นแพลนเฉพาะหน้า ที่ยังไม่นับรวมสเต็ปต่อไปสำหรับ “พรรคอนาคตใหม่” ที่จ่อคิวถูกสอยหลังจากนี้ ไล่จาก “ธนาธร” ลงไปที่สุดแต่ว่าลามร้ายแรงไปถึงขั้น “วงแตก” หรือไม่ ซึ่งปลายทางหากถูกยุบก็จะถูกดูดเข้ามาฝั่ง พปชร. ส่วนหนึ่งเช่นกัน

ที่แพลนข้างต้นกำลังมีการเดินไปขนานกับการประเมินว่าเมื่อมีการตั้งนายกฯแล้วเรื่องการแบ่งเค้กจะไม่มีปัญหา “คนคุมดีล” ประสานอย่าง “พล.อ.ประวิตร” “เนวิน” ถึงจะเปิดหน้าได้ โดย “พล.อ.ประวิตร” นั้นมีรายงานว่ายังคงจะช่วยงานน้องเล็กต่อโดยขอคุมมหาดไทยส่วน “พล.อ.อนุพงษ์” จะไปดูกลาโหม ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าพักหลักกลุ่มสามมิตรโดยเฉพาะ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” กำลังน้อยใจท่าทีของ “พล.อ.ประวิตร” ที่จากก่อนเลือกตั้งเคยคุยกันทุกอาทิตย์แต่ระยะหลังยังไม่มีการนัดคุย

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามความเคลื่อนไหวถัดจากนี้กับการต่อรองและการเปิดดีลคุยกันแบบข้ามก๊กข้ามขั้วข้ามพรรคว่าจะลงเอยด้วยสมการอำนาจรัฐบาลที่มี “ลุงตู่เป็นนายกฯ” ได้เรียบร้อยหรือวุ่นวายอย่างไร

 

ข่าวน่าสนใจ

Close