อวสาน”ฟ้ารักพ่อ”?

ถือเป็นความร้อนแรงที่หลายฝ่ายลุ้นระทึกกล่าวขวัญถึง ยิ่งกว่าปมที่กกต.รอว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่กรณี “สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์” …กับ ประเด็น “ปัญหาการโอนหุ้นสื่อ” ของ “ฟ้ารักพ่อ” “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้า “พรรคอนาคตใหม่” ที่ไปๆ มาๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่จะผ่านไปโดยง่าย หากแต่ด้วย “หลักฐาน” และร่องรอยที่พยายามบีบรัดตัวเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ที่หากผลออกมาในทางลบนั้นอาจไม่ใช่แต่ตัว “ธนาธร” ที่จะได้รับผลกระทบ อาจผูกโยงไปถึงอนาคต ของว่าที่ส.ส. 87 คน อย่างไรหรือไม่

โดยตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. จนถึงวันนี้ (23เม.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาพยานหลักฐานกรณี “นายศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องขอให้ตรวจสอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากถือหุ้น ในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด

โดยก่อนหน้านั้นมีรายงานว่าหาก กกต. เห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอให้ฟังได้ว่าเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย กกต. ก็จะมีมติแจ้งข้อกล่าวหาไปยังนายธนาธร ตามข้อ 55 ของระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด 2561 กำหนดไว้ เพื่อให้นายธนาธรมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวนฯ

โดยมีรายงานว่าหาก กกต. เห็นว่านายธนาธรมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนประกาศรับรองผลเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม กกต. ก็จะมีมติ สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายธนาธรไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี และประกาศไม่รับรองการเป็น ส.ส. ของนายธนาธร แต่หาก กกต. ดำเนินการตรวจสอบเสร็จหลังประกาศรับรองนายธนาธร เป็น ส.ส. หรือก่อนวันที่ 9 พ.ค. กกต.ต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ความเป็น ส.ส. ของนายธนาธรสิ้นสุดลง ซึ่ง “นายธนาธร” ถูกกล่าวหาว่า เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) ประกอบ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 (3)

นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่าประเด็นของ “ธนาธร” สร้างแรงกดดันให้กับ กกต.ไม่น้อย อาจถือว่ากดดันยิ่งกว่าประเด็น “การคำนวณสูตรปาร์ตี้ลิสต์” ที่ กกต. อยู่ระหว่างส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยนัดว่าจะรับพิจารณาหรือไม่พรุ่งนี้ (24 เม.ย.) ถึงขนาดเมื่อวาน (22เม.ย.) ก็มีข่าวปล่อยว่ามี กรรมการในอนุกรรมการบางรายประกาศลาออกเพราะไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปบางประการ เรียกได้ว่าเกมนี้หากผลออกมาประการใดล้วนมีผลต่อสมการการเมืองอนาคตกับศึกการชิงตั้งรัฐบาลของทั้งสองขั้วข้างการเมืองที่ยังลูกผีลูกคนอยู่ในเวลานี้ไม่น้อย (อ่าน : “ธนาธร”เอฟเฟคสะเทือนขั้วปชต.)

กระนั้นในทางการเมือง “ภาพใหญ่” นั้นควรยอมรับว่าในจังหวะนี้ หากดูในทีคล้ายเป็นเรื่องเดียวกันที่สองฟากข้างผลัดกันรุกรับในจังหวะชิงความได้เปรียบโดยเฉพาะประเด็น “ภาพลบ” ด้านทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากข้างหนึ่งมี “ความได้เปรียบ” ในเชิงโครงสร้างอำนาจที่ถืออำนาจรัฐเต็มอยู่ในมือทั้งในสถานะ “ฝ่ายบริหาร” และฐานะ “องค์กรเหนืออำนาจรัฐ” อย่าง คสช. ที่กุมสภาพโดยรวมเหนือทุกองค์กรแม้แต่ “องค์กรอิสระ” ที่ถูก “เซ็ตซีโร่” จนครบไม่เว้นแม้แต่ กกต. ที่โดน “ทรานฟอร์เมอร์ไป 3 เวอร์ชั่น” โดยข้างนี้ถูกแทนค่าว่า “ฝ่ายสืบทอดอำนาจ คสช.”

ขณะอีกฝ่ายที่นำโดย พรรคเพื่อไทย ที่เคยเป็นรัฐบาลที่แล้ว ที่แทนค่าตัวเองว่า “พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย” แม้เพื่อไทยจะได้มา 137 มากที่สุดก็ไม่อาจจะฟอร์มตัวตั้งรัฐบาลได้ เพราะอีกขั้ว มี 250 ส.ว. ในมือที่พร้อมจะเสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯในขั้นตอนประชุมรัฐสภา 750 โดยประเด็นกลายเป็นว่าพรรคอนาคตใหม่ ฟ้ารักพ่อของ “ธนาธร” เกิดเป็น “ม้ามืด” ได้ ส.ส. รวม87 มาเป็นอันดับสามต่อจากพรรคพลังประชารัฐ เหนือว่าทั้ง พรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ที่ออกอาการ “ต่อรอง” สุดๆโดยเฉพาะ ปชป. ที่แน่วแน่ว่าจะไม่ร่วมกับเพื่อไทย ขณะที่ “อนาคตใหม่” กลับ “แน่วแน่” ที่จะจับมือกับเพื่อไทยหลังการถูกยุบไปของ “พรรคไทยรักษาชาติ”

ที่ทำให้ “สมการ” การเมือง ไม่เป็นไปตามโรดแมปในการหนุน “ลุงตู่” ไปต่อและทำท่าว่าจะเกิด “เดดล็อก” แม้จะเกิดภาพของการเขย่าจำนวน ส.ส. พรรคเล็ก 1 ที่นั่ง และข่าวการต่อรองในแนว “ทุ่มทุนสร้าง” ด้วยเลข 10 หลักกับข่าว “ซื้องูเห่า” จากหลายพรรคช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ชัวร์ที่จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำของ “พปชร.” แถมทำท่าว่าจะถูกเปิดโพยจากแกนนำของอนาคตใหม่ว่ามีความพยายามมาซื้องูเห่าจากค่ายอนาคตใหม่ ที่ทั้งหมดทั้งมวลยังไง กกต. ก็ตกเป็น “เป้าตำบลกระสุนตก” อยูร่ำไปแม้กระทั่งกรณีของอนาคตใหม่ ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานความพยาามเคลื่อนไหวกดดันให้เร่งกระบวนการพิจารณาของ กกต. โดยหวังไปถึงการ “ตัดสมการ” ส่วนนี้ออกจากเกม แต่กฎหมายอาจไปไม่ถึงองค์กรพรรค ส่วนที่จะพลอยได้จากการ “ไร้หัว” จนแตกกระสานซ่านเซ็นเป็น “งูเห่า” ไร้สังกัดให้กวาดต้อนในอนาคตหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไป

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close