ทางตัน-ดึงจังหวะ-งูเห่า?

ดูทรงท่าทีการตอบรับของบรรดาบิ๊กๆแล้ว กลายเป็นว่าการจุดพลุต่อเนื่องประเด็นว่าด้วย “รัฐบาลแห่งชาติ” “รัฐบาลปรองดอง” ของ “เทพไท เสนพงศ์” จะเป็นปม “ทางออก” ใน “ทางตัน” เฉพาะส่วนของ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่กำลังจัดการกับปัญหา “งูเห่า” ในบ้าน ที่ก็กำลังระบาดไปในหลายพรรคการเมืองฟากฝั่งตรงข้าม “พรรคกองหนุน” “นายกลุงตู่” ที่มี “พลังประชารัฐ” เป็นแกนกลางหลัก

แต่เอาเข้าจริงก็ถือเป็นการ “จุดพลุ” ให้เห็นว่า สภาพการณ์ “การเลือกตั้ง” ที่ไม่สะเด็ดน้ำทั้งที่ผ่านกระบวนการ “เสียงสวรรค์” ตามกระบวนการ “ประชาธิปไตย” จาก “ประชาชนทั้งประเทศ” มาแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. โดยถูกลากยาวออกมาด้วย “ปัญหากฎหมายพ่วง” ที่ เขียนห้อยติ่งแบบ “คลุมเครือ” ให้ “ตีความ” กันแบบ “แล้วแต่จังหวะอำนาจ” ไว้ในรัฐธรรมนูญ 60 ตั้งแต่ในขั้นว่าใครได้เสียงข้างมากก่อนมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อน ไปจนถึง การวาง “กับดัก” ระหว่าง “สภาล่าง” กับ “สภาสูง” ไว้สกัดพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามด้วยตัวเลขสมการที่ยากที่ใครจะรวมเสียงส.ส.ได้ถึง 376 ที่นั่ง เพื่อโหวต “นายกรัฐมนตรี” ที่ถูก “ล็อกเป้า” ไว้ที่ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา”

 

 

หากแต่ที่กำลังคาราคาซังไม่สะเด็ดน้ำซักที จนเกิดข้อเสนอทางออกประหลาดพิศดารมากมายจาก “กุนซือกองหนุน” ถูกประเมินว่าก็เพราะ การต่อรอง “เคาะราคา” ยังไม่จบดีลที่น่าพอใจกับจำนวนบรรดา “งูเห่า” ที่ยังไม่นิ่งพอ ที่จะเสี่ยงให้เกมดำเนินไป ต่อเมื่อถึงเวลาที่ต้องเจอ “ของจริง” นักการเมืองเขี้ยวลากดินกับด่านหินเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วต้อง แถลงนโยบาย ต้องให้รับรอง พรบ.งบประมาณ ที่ต้องถูกอภิปรายลงมติ ประดุจดั่งซ้อมย่อยอภิปรายซักฟอกไม่ไว้วางใจรัฐบาล แถมสุ่มเสี่ยงที่จะเอ็กซ์ซิเด็นท์พลิกคว่ำคะมำหงาย ได้หาก รัฐบาลมีเสียงข้างน้อย หรือปริ่มน้ำเกินครึ่ง 250 มาไม่มาก ที่ทำให้ห้วงวันหยุดสงกรานต์จนเปิดมามีข่าวการวิ่งซื้อ “งูเห่า” จากบางพรรค กันอย่างหนักว่ากันว่ามีหน้าตักหัวจ่ายกันถึง11หลัก หลังจากใช้ไปแล้วสองช็อตกับ “บิ๊กการเมืองอีสาน” และ “แกนนำพรรคตัวแปรหลัก” ก่อนหน้า โดยครั้งเป็นการแตกส่วนย่อย มีชื่อหลายพรรคหลายก๊วนกลุ่มย่อยที่ได้รับการติดต่อจนมีข่าวว่าฝ่ายพรรคพลังประชารัฐพอจะพ้นปริ่มน้ำ (อ่าน : หน้าตัก2ขั้วตั้งรบ.ไม่นิ่งลุ้นงูเห่าช่วย)

กระนั้นในสภาพระหว่างการจัดการภาวะปริ่มน้ำ ก็ยังมี “ตัวช่วย” อีกหลายวิธี ที่จะคู่ขนานไป จนกว่า “ผลคะแนน” ที่จะสะเด็ดน้ำ ที่กกต.ยังรอลุ้น ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะวินิจฉัยกลับมาแบบใดในเวลาที่จำกัดเส้นตาย 9 พ.ค.ที่วันวาน “วิษณุ เครืองาม” ก็ชง “ประเด็น” ให้กกต.ถามศาลรธน.อย่างน่าคิดสะดุดใจว่า เอาเข้าจริง “กรอบเวลา” คือยังไงระหว่างรับรองผลเลือกตั้ง นับ 150 วัน หลังบังคับใช้ พ.ร.บ.เลือกตั้งหรือ 60 วัน นับแต่วันกาบัตร แถมไกด์ไลน์ ให้กกต.รีบจัดการเคลียร์ แจกใบส.ส.แบ่งเขตเหลือง ใบส้ม ใบแดง ไปเลยโดยไม่ต้องรอผลกกต.

ที่อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ มีคดีมากมายที่สาดใส่ไปยังพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่คาอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อนาคตใหม่พรรคเสียงมากอันดับสาม ในคดีของ ธนาธร-ปิยะบุตร ที่จ่อไปถึง “แขวน” หรือ “ยุบ” หรือ ปัญหาล่าสุดของพรรคเศรษฐกิจใหม่ของ “มิ่งขวัญ” ที่จู่ๆมีผู้สมัครส.ส.สอบตก 3 ราย ออกมาโวยว่าพรรคถูกครอบงำขอให้ “ยุบพรรค”

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อว่ากลเกมจะมีอะไรปรากฎให้ลุ้นต้องความตีความในจังหวะ “ดึงเวลา” จนกว่าจะ “นิ่ง” กว่านี้ แต่ที่แน่ๆลงทุนลงแรงมาถึงขนาดนี้ หนทางที่จะตันดังที่ขู่ๆกันที่จะทำให้โรดแมป “ไปให้สุดจบที่ลุง” จะต้องสะดุดคงยากนอกจากมีประเด็นพิเศษแบบ “บิ๊กเซอร์ไพร์ซ” จะเกิดขึ้นเท่านั้น….

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close