“ป๋าเปรม”โมเดล”ลุงตู่”?

ถือเป็นประเพณีในการเมืองไปแล้ว สำหรับ ”พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ประธานองคมนตรี และรัฐบุรษ ในการเปิดบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ให้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีและผู้นำเหล่าทัพ เข้ารดน้ำขอพร เนื่องในวันสงกรานต์ วันนี้ (10เม.ย.) ​วันนี้ (3 เม.ย.2562) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ (17มี.ค.) ”พล.อ.เปรม” ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.ล่วงหน้า ซึ่งจากภาพที่ออกมากับสุขภาพของ ”พล.อ.เปรม” ทำให้ มีรายงานออกมาก่อนหน้าปลายสัปดาห์ก่อนยืนยันว่าวันนี้ ”พล.อ.เปรม” ที่ยังคงแข็งแรงดีสามารถนั่งให้รดน้ำยืนให้พรสามารถเดินพูดคุยได้ระยะหนึ่งกับคณะนายกฯลุงตู่ทั้ง ครม.และ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ

และ ที่สำคัญนอกจากครั้งนี้ที่ “พล.อ.เปรม” ได้ให้โอวาทแก่คณะที่เข้าพบก็เป็นดังเช่นทุกครั้ง ที่มีการหยิบยกถึงประเด็นสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แนะนำในระหว่างการให้โอวาทด้วย โดยหากลองแกนนำย้อนกลับไปในรอบ 5 ปี หลังจากที่ ”พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจาก ”รัฐบาลยิ่งลักษณ์” (22พ.ค.57) ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศและมีบทบาทสำคัญนั้น ถือว่าคำให้โอวาสของ ”พล.อ.เปรม” จะมีนัยสำคัญกับห้วงสถานการณ์นั้นๆเสมอ

ดังการให้คำอวยพรเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว 11 เม.ย. 2561 ซึ่งขณะนั้น กำหนดการวันเลือกตั้งเกิดยังขยับไปขยับมา ”พล.อ.ประยุทธ์” นำกล่าวตอนหนึ่งว่า บ้านเมืองกำลังก้าวสู่ประชาธิปไตยสากล เตรียมไปสู่ประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม ยืนยันว่ารัฐบาล คสช. จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายหลายตัว ขณะเดียวกันอาจเกิดความไม่เข้าใจและไม่พอใจกันบ้าง แต่วันหน้าทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะกฎหมายทำให้เกิดความเท่าเทียม

ขณะที่ ”พล.อ.เปรม” แสดง ความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ โดยบอกว่า “นายกทำได้ดีมากในการรักษาประเพณีไทย ในใจพยายามเฝ้าดูนายกฯจะพาประเทศเราเดินไปสำเร็จ แม้จะใช้เวลานานสักเท่าไหร่ ซึ่งมั่นใจในนายกและทุกคน ผบ.เหล่าทัพ และตำรวจ โดยจะเป็นแรงสนับสนุนที่ดีของนายกฯ” และว่า ”สิ่งที่ต้องพูดกับนายกฯตรงๆคือ ขอให้ยึดมั่นในคำว่าเกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ถ้านายกฯทำเรื่องนี้ได้ บ้านเมืองจะอยู่ในความสงบสุข โดยมีนายกฯเป็นผู้นำประเทศของเรา และเราเป็นแรงสนับสนุน” อย่างไรก็ตามหลังรดน้ำขอพร พล.อ เปรม ได้สอบถาม ถึง พล.อ ประวิตร วงษ์สุรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับนายกรัฐมนตรี ถึงสาเหตุไม่มารดน้ำขอพร ซึ่งนายกรัฐมนตรี บอกกับพล.อ เปรม ไปรักษาตัวทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจ

ย้อนกลับไปอีกในวันที่ 10 เม.ย.2560  “พล.อ.เปรม” บอกกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า การที่ทุกคนมารวมกันอย่างพร้อมเพียงแสดงให้เห็นว่า นายกฯเป็นที่ไว้วางใจได้ ที่จะเป็นผู้นำของเราตราบใดที่นายกฯไม่ท้อแท้ ท้อถอย ทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ และว่า ถ้าตนเป็นนายกฯจะภูมิใจมากที่มีโอกาสตอบแทนคุณแผ่นดิน “ขอให้นายกฯมีความภาคภูมิใจว่าเกิดมาทั้งที เราได้ทำในสิ่งที่ดีทุ่ด ที่เราได้ทำให้ประเทศชาติบ้านเมือง เป็นผู้นำที่ดี เป็นนำที่สร้างความเชื่อมั่นใหกับคนในชาติของเราว่ารัฐบาลนี้ นายกฯคนนี้ ผบ.เหล่าทัพเหล่านี้จะทำเพียงอย่างเดียวคือนำความสสุขกลับมาให้คนไทย” และ ”ขอให้ตั้งใจมุ่งมั่นปรารถนาอันแรงกล้าของนายกรัฐมนตรีให้ประสบผลสำเร็จ ตามที่นายกรัฐมนตรีปรารถนา ตนไม่ทราบว่านายกฯเอาเวลาที่ไหนไปนอน เห็นทำแต่งาน คงเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของพวกเราทุกคนของคนไทยว่ารัฐบาลนี้ทุ่มเททุกอย่าง เพื่อความสุขของพวกเราขอบคุณมากนายกรัฐมนตรี”

ขณะที่เมื่อย้อนกลับไปวันที่11เม.ย.59 ที่ ”พล.อ.ประยุทธ์” นำคณะตบเท้าเข้าขอพร “พล.อ.เปรม” และบอกว่า ”ยึดถือพล.อ.เปรม” เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ซึ่ง ”พล.อ.เปรม” กล่าวตอบว่า นายกฯได้ทำหน้าที่ของคนไทย แบบไทยๆมาตลอด สมควรที่เป็นแบบอย่างของประชาชนและประเทศของเรา และไม่ไม่ลืมให้กำลังใจในการทำหน้าที่

ย้อนไปอีกปีถัดจากการเข้ามาเป็นรัฐบาลของรัฐบาล ”พล.อ.ประยุทธ์” เป็นปีแรกหลังยึดอำนาจ 22 พ.ค. 57 และตั้งรัฐบาลไม่นับรวมการเข้าอวยพรปีใหม่ครั้งแรกวันที่ 29 ธ.ค. 57 ที่ได้รับคำชมจาก พล.อ.เปรม ที่ยกให้การยึดอำนาจของคสช.เป็น ”การกระทำที่ยิ่งใหญ่” และ ”คนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วย” ขอบใจ และภูมิใจกับการกระทำของนายกฯ พร้อมฝากให้ดูแลบ้านเมืองต่อไปขอให้คนในชาติร่วมมือกับนายกฯ โดยบอกว่า ”เมื่อออกมาแล้ว คงจะถอยกลับไม่ได้ ต้องเดินหน้าอย่างกล้าหาญ เป็นสุภาพบุรุษ มีความเป็นไทยอยู่ในสายเลือด ที่เราจะไม่มีวันทอดทิ้งพี่น้องเรา ทราบดีว่าทุกคนเหนื่อย แต่เป็นการเหนื่อยเพื่อชาติ เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

โดยถัดจากนั้น นายกฯนำคณะ ครม. และ ผบ.เหล่าทัพ เข้าขอพรต่อ ”พล.อ.เปรม” ในวันที่ 10 เม.ย. 2558 “พล.อ.เปรม” แสดงความมั่นใจว่านายกฯและคณะ จะช่วยกันทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข มีความมั่นคงมั่งคั่ง ตามที่นายกฯพูดไว้ และว่า ทุกคนหวังพึ่งนายกฯและพวกเราขอให้สิ่งที่ประชาชนหวังพึ่งให้ประสบผลสำเร็จจากนายกฯและพวกเราทุกคน..

ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทบารมีของ ”พล.อ.เปรม” ต่อรัฐบาล ”พล.อ.ประยุทธ์” ที่อย่าลืมว่าก่อนหน้านั้นในการเข้ามาใหม่ๆมีข่าวร่ำลือมากมายถึงท่าทีความพยายามแสดงบทบาทของ ”พล.อ.ประวิตร” ในการเป็น ”ศูนย์กลาง” ของบรรดาผู้นำเหล่าทัพผ่านเครือข่ายต่างๆที่มารวมศูนย์ที่บ้านพักที่ตั้งเป็นที่ทำการ ”ป่ารอยต่อ”

ที่ควรยอมรับว่าตลอดระยะเวลา5ปี “พล.อ.ประวิตร” ก็เป็น ”ตำบลกระสุนตก” เป็นเป้าแทนให้ ”นายกลุงตู่” มาตลอดโดยเฉพาะเรื่องที่คาใจสังคมกับ ”นาฬิกาเพื่อน” แม้กระทั่งมาหนล่าสุดที่ทุกคนกำลังถอดรหัสกับเหตุการณ์ ”ปลดฟ้าผ่า” “พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล” ที่รู้กันดีอยู่ว่าเป็น ”เด็กปั้น” พุ่งแรงของ ”พล.อ.ประวิตร” 

อย่างไรก็ตาม ด้วย ”แบบอย่าง” ที่ ”พล.อ.ประยุทธ์” เดินตาม ”พล.อ.เปรม” ในการตอบแทนคุณแผ่นดิน จนมีการวิเคราะห์ไปถึง ”เส้นทาง” ที่ถูกออกแบบเพื่อ ”พล.อ.ประยุทธ์” ผ่าน ”รัฐธรรมนูญ60” กับโรดแมปต่างๆไปจนถึงกติกาเลือกตั้งและผลเลือกตั้งที่พลิกกลับมาล่าสุด และแม้กระทั่งในอนาคตอีก 5 ปีกับ ”วุฒิสภา” ที่มาจากการแต่งตั้ง หรือ 20 ปีของแผนยุทธศาสตร์ชาติที่มีความลงตัวกับทั้งกลุ่มทุนและฝ่ายอำนาจ รวมถึงรัฐบาลโดยการนำของ ”พลังประชารัฐ” ที่มี ”นายกลุงตู่เป็นนายกฯ” เดินไปในทางแบบที่ ”รัฐบาลทหาร” ในอดีตที่เขาสู่กระบวนการประชาธิปไตยโดยไม่ต้องลงไปเลือกตั้งโดยตรง ที่หนึ่งในนั้นคือ ”รัฐบาล พล.อ.เปรม” เคยประสบความสำเร็จ กับ ”สมการการเมือง” ที่ถูกออกแบบไว้ผ่านรัฐธรรมนูญ ตามที่ ”สมศักดิ์ เทพสุทิน” บอกว่า ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อพวกเรา

ที่หากทั้งหมดทั้งมวลเป็นไปตามนั้น ก็น่าสนใจดังคำพรจาก ”พล.อ.เปรม” ปีที่แล้วที่ว่า ”พยายามเฝ้าดูนายกฯจะพาประเทศเราเดินไปสำเร็จ แม้จะใช้เวลานานสักเท่าไหร่ก็ตาม” ที่แม้จะต่างไปจากท่อนฮุกเพลง คสช.ที่ ”นายกลุงตู่” แต่งไว้ ทำนองสัญญาว่าจะคืนความสุขให้คนไทย ขอเวลาอีกไม่นานก็ตาม.

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close