บอกแล้วให้จบที่ลุง(คนดี)?

ดูจากเกมชิงอำนาจ “ศึกเลือกตั้ง” ที่ไปไม่เป็นเพราะประบการณ์มือใหม่ “7 กกต.” จนทำให้หลายอย่าง “ผิดแผน” ออกอาการจนถูกตีโต้ดักทางแม้กระทั่งทำท่าว่าจะ “เสียท่า” ของฝ่ายกุมสภาพ จนทำให้สภาพการณ์ไหลมาสู่สถานการณ์ประทุความขัดแย้งของผู้คน กับการเร้าความเกลียดชังแบ่งฝ่ายที่กำลังก่อตัวกลับมาหลอนประเทศไทยอีกรอแล้ว..ชักจะไม่เข้าเค้า

อย่าลืมว่ายามนี้ ขณะที่ กกต. เองต้องง่วนกับการ “หาสูตร” การคำนวณตัวเลขเลือกตั้งที่สังคมจี้ถามเนื่องจากมีผลต่อสมการการรวมเสียงตั้งรัฐบาลของฝ่ายการเมือง ทั้งๆที่ กรธ. เขียนไว้แต่ต้น ในด้านหนึ่งก็ต้องจัดการความเรียบร้อยที่โดนครหาไว้เรื่องบัตรเกินโดย เมื่อวาน (4เม.ย.) ก็เพิ่งมีมติสั่งให้นับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตใหม่ จำนวน 2 หน่วย และสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ จำนวน 6 หน่วย โดย 2 หน่วย เป็นกรณีที่ผลการนับคะแนนไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งและจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนน ส่วนเลือกตั้งใหม่ จำนวน 6 หน่วย เป็นกรณีที่ผลการนับคะแนน มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง ขณะที่ก็ยังมีเรื่องร้องเรียนจากการเลือกตั้งที่คาไว้อีก 200 กว่าเรื่องที่ต้องพิจารณา ซึ่งอันนี้แหละเป็นอีกช็อตที่จะส่งผลต่อสมการอำนาจ

 

 

โดยเฉพาะที่กำลังเป็นเรื่อง และเร้ากระแสกันเหลือเกินเวลานี้คือ กรณีของ “ธนาธร-ปิยบุตร” หัวหน้าและเลขาพรรคอนาคตใหม่ พรรคที่ร้อนแรงแซงทางโค้งได้ที่นั่งมา 80 กว่าที่นั่ง ด้วยคะแนน 6.2 ล้านเสียงประชาชน ที่กะแรกที่พรรคสีส้มเข้ามาเล่นในการเกมไม่ได้รับความสนใจจากใครกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงพลิกผันเป็นอันให้พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถูกยุบไป และเริ่มมีแนวทาง “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ที่อนาคตใหม่ก็โดดเข้าร่วม กระทั่งได้อานิสงส์จากคะแนนของ ทษช. บวกกระแส “ฟ้ารักพ่อ” ที่กลายเป็นเมื่อผลเลือกตั้งออกมาเป็นอันดับสาม แถมยังประกาศร่วมตั้งรัฐบาลกับฝั่ง “พรรคเพื่อไทย” ที่เป็นอันดับ 1 ได้ ส.ส. เขตมา 137 บวกกับพรรคขนาดเล็กรวมๆ ทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยคะแนนพุ่งไปแตะที่ 250 ก่อน

“พรรคอนาคตใหม่” จึงเริ่มถูกจับตาแต่ยังไม่มีใครไปแตะ จนถึงจังหวะที่เกิดปรากฎการณ์ “ไม่ปกติ” มากมายผ่านกระบวนการหลังเลือกตั้ง ที่ดูแล้วจะส่งผลต่อการเขย่าคะแนนที่นั่งของพรรคอนาคตใหม่ และส่งผลต่อ “สมการ” ตัวเลขรวมของ “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ที่ทำให้แกนนำเริ่มออกมาพูด และติดตามมาด้วยการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา 20 มหาวิทยาลัย นักวิชาการ มีการแอ๊คชั่นล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต.จน “ลุงตู่” และ “บิ๊กป้อม” ออกมาปกป้อง ให้ปรามว่า “พอได้แล้ว” รวมถึงออกสารนายก ออกมา 2 ฉบับที่เริ่มทะแม่งกับการพูดถึงโหมดความไม่มั่นคง และกลุ่มคนที่มุ่งล้มการปกครอง กระทั่งมีการออกมาของ “บิ๊กแดง” “พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” ที่ขู่ชัดเจนไปถึงนักวิชาการ นักศึกษา “ซ้ายจัดดัดจริต” กระทั่งมาถึงของจริง

ทั้งธนาธร -ปิยบุตร เริ่มเจอ “ของจริง” ศึกชิงอำนาจการเมือง นอกจากเรื่องค้างเก่า ปมถือหุ้นสื่อ ล่าสุดนายธนาธรโดนหมายเรียกข้อหายุยง ปลุกปั่น ช่วยเหลือผู้ก่อเหตุวุ่นวาย ตาม ป. อาญามาตรา 116 ขณะที่ “ปิยบุตร” ถูก ปอท. เรียกสอบกรณีแถลงการณ์หลังคิวยุบค่ายไทยรักษาชาติ และข้อหาไม่เป็นทางการสำหรับ 2 แกนนำอนาคตใหม่ในเรื่องหมิ่นเหม่ต่อสถาบัน แถมมีการสร้างกระแสโจมตีผ่านดาราละโลกโซเชียลสร้างความเกลียดชังทำนองเหมือกับ “คนไม่ดี” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวล่าสุดเมื่อวาน (4เม.ย.) เรียกว่ามาเป็นแพ็กเก็ตคล้ายๆ ในอดีต กระทั่งมีการประเมินว่าหรืองานนี้ด้วยที่เขย่าแล้วยังไม่จบไม่นิ่งสมการยังไม่เปลี่ยน จะจัดหนักเอาจริงถึงขั้น “ตัดติ่ง” ทิ้งเพราะจากท่วงทำนองดูทรงแล้ว “ปิยบุตร-ธนาธร” น่าจะอาการหนักถึงขั้น “ไม่ได้ไปต่อ” และทำท่าว่าจะพาให้ “อนาคตใหม่” ไม่มีอนาคตตามไปด้วยหรือไม่กับเกมแรงนี้ (กรอบ : เล่นงาน2แกนนำสกัดอนค.ใหม่สลายขั้วปชต.)

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามว่าทุกอย่างที่ไปลงคะแนนกันมาจะฟาล์วหรือไปต่อแบบแค่ “พอเป็นพิธีการประชาธิปไตย” แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ การไหลของเกมแรงศึกชิงเมืองหนนี้ ที่ก่อร่างสร้างความเกลียดโกรธของผู้คนขึ้นมาใหม่ จะบานปลายแบบอีกฝ่ายที่ถูกกระทำไม่ยอมแล้วถูกกีดกันทำให้เป็น “แม่มด” คนไม่ดี ด้วยวาทกรรม การให้ร้าย จนลุกขึ้นตอบโต้ และถูกปราบถูกปรามด้วย “อำนาจรัฐ” ถือทั้งอาวุธ และกฎหมาย กลับไปสู่สภาพการขัดแย้งเดิม เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ที่ทำให้บ้านเมืองยังคงต้องพึ่งพา “ลุงตู่” ไปอีกนานหรือไม่.?

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close