สูตร กกต. อีรุงตุงนัง?

กลายเป็นว่า “ต้นเหตุ” เรื่องของเรื่องที่วุ่นวาย ในห้วงปลายสัปดาห์มาถึงสัปดาห์นี้ ตั้งแต่การตั้งโต๊ะล่าชื่อถอดถอน 7 กกต. ของบรรดากลุ่มนักศึกษา20สถาบัน ที่เคยเคลื่อนไหวในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กับสารพัดข้อกังขาการจัดการเลือกตั้งของ กกต. จนมาถึงขั้นตอนที่จะต้องเคาะคะแนนแบบมีได้มีเสีย และทำท่าว่าพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในปีกของฝ่ายพรรคเพื่อจะเสียที่นั่ง จนร้อนถึง “พล.อ.ประยุทธ์” และ “พล.อ.ประวิตร” ต้องออกมาปกป้องและปรามกลุ่มเคลื่อนไหวว่าพอได้แล้ว แถมออกสารเตือนว่าพบมีการเคลื่อนไหวทำลายระบอบการปกครอง กระทั่งร้อนถึง “ผบ.ทบ.” ที่ออกมาเตือนแรงและตรงถึง “เป้าหมาย” ซ้ายจัดดัดจริต…ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ กกต.ต้องสรุป แต่ก็ลังเลที่จะเคาะให้จบกับปม “สูตรนับคะแนนเลือกตั้ง” ว่าจะเอาอย่างไร จะออกซ้ายก็โดน ขวาก็โดน

เพราะอย่าลืมว่าการเลือกตั้งผ่านมาแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. แต่ยังมีปัญหาวิธีการจัดการ กับการ “ตีความ” เจตนารมณ์ตามกฎหมาย ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ใน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ใน ม. 28 อนุ 5 และ อนุ 7 อีกโดยเฉพาะข้อถกเถียงที่ทำให้พลิกกันไปพลิกกันมาระหว่างสองฝ่าย กับข้อที่ว่า 1.จะเฉลี่ยที่นั่ง ส.ส. ให้กับพรรคที่มีคะแนนดิบเกินกว่า 71,065 คะแนน หรือ 2.เฉลี่ยให้กับทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะมีคะแนนดิบไม่ถึง 71,065 คะแนน ซึ่งหากเป็นข้อ 2.คะแนนจะไหลไปสู่พรรค1เสียงอีกมากกว่า 13 พรรค ที่แน่นอนย่อมไปลดทอนพรรคอนาคตใหม่ และตัวเลขฝั่ง พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะปลี่ยนเป็นไม่ถึง 250 ขณะที่หากออกข้อแรกฝ่ายพรรคเพื่อฯจะยังพอประคอง 250 ไว้ได้

 

 

กระนั้นก็มีข่าวว่าจะด้วยเพราะกระแสกดดันคาดคั้นจับผิดทุกทิศทางหรือเพราะอะไรก็ตามที ทำให้เมื่อวาน (3เม.ย.) ในวงประชุม ที่กกต.เชิญ กรธ. และอดีต กกต. มาให้คำชี้แนะนั้นแม้ กรธ. จะไม่ถึงขนาดฟันธงคิดเลขให้ชม แค่ยืนยันว่า เขียนสูตรวิธีการคิดไว้แล้วตั้งแต่ปี 2561 มีเขียนไว้ชัดตามกฎหมายขอให้ไปลองอ่านดูกันเอง ทำให้มีอีกสูตรขึ้นมาที่ว่าตามกฎหมายลูก ซึ่งสูตรนี้ “คะแนนตกน้ำ” กลายเป็นว่าจะไม่กระเด็นไปถึงพรรคเล็กหาก แต่จะไหลอยู่แค่ 8 พรรคหลักที่มีคะแนน ส.ส. เขต ซึ่งหาก กกต. ตกลงเคาะสูตรนี้ ก็เท่ากับ ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ ได้เปรียบฝ่ายเพื่อไทยอีกสูตร (อ่าน : สูตรพิศดารคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ตัวแปรตั้งรบ.)

ถึงกระนั้นอาการเพิ่งมาเขย่าหาสูตรที่ตีความกันไปคนละทางหลังได้เครื่องปรุงมาครบ คือเลือกตั้งเสร็จสรรพแล้วค่อยหาวิธีคิดคะแนน ของ กกต. หนนี้ ส่วนหนึ่งก็ยิ่งไปตอกย้ำภาพที่กลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวโจมตีประสิทธิภาพและความไม่ไว้ใจ 7 กกต. ที่ คสช. ตั้งมากับมือเป็นเวอร์ชั่น 3 ที่ก่อนหน้าก็มีเรื่อง “บัตรผี” “บัตรออกลูก” หรือ “บัตรชิงโชคนิวซีแลนด์” ไม่นับรวมถึง กรณีที่ฝ่ายพรรคเพื่อตั้งแง่ กกต. อยู่ก่อนแล้วกรณี ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ก่อนหน้าที่ทำให้ฝ่ายพรรคเพื่อต้องปรับแผนมาดัน อนาคตใหม่แทน และลุย ส.ส.เขตจนทะลุ 137 ที่นั่ง

ซึ่งแน่นอนเรื่อง “ได้-เสีย” ใน “ศึกชิงเมือง” ของสองขั้วอำนาจ ที่ต้องผ่านมือกกต.ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะก่อ “แรงกระเพื่อม” ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้องเรียน 282 เรื่องที่ตอนนี้มีมูลแล้วร้อยกว่าเรื่องจ่อที่จะมีการออกใบเหลืองใบแดงเป็นชุดๆเร็ววันนี้ด้วย ….

นอกจากนี้มีรายงานด้วย ว่ามีพรรคการเมืองบางกลุ่มต้องการให้รีบจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพราะรัฐบาลใหม่แม้จะเป็นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แต่ก็ไม่มี ม.44 นอกจากนี้ยังให้มีการจับตาความเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ” ที่ประกาศยังไม่ยอมแพ้ จะพยายามตอกย้ำ “ความไม่ปกติ” ในการทำหน้าที่ของ กกต. คู่ขนานไปกับอีเว้นท์การชุมนุมกลุ่มนักศึกษาโดยอ้างรณรงค์ถอดถอน

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามกันต่อว่า กกต. จะผ่านจะทดสอบใน “กับดัก” การตีความ “สูตรอินุงตุงนัง” ไปได้อย่างไรโดยไม่เกิดอาการบานปลายขยายความในการทำหน้าที่ในด่านหินข้างหน้า และจะถึงขั้นต้องขอตัวช่วยจากลุงที่ทำเนียบหรือไม่?

 

 

 

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close