เลือกสงบจบที่ลุง?

อีกเพียงแค่สองวันจะเลือกตั้ง ที่เดินกันมาด้วยบรรยากาศแลกเปลี่ยน ดีเบต ขายนโยบายปราศรัยหาเสียงกันมาดีๆ โดยปราศจากการปลอมปนซึ่งความขัดแย้งแรงๆขนาดต้องร้องขอ “โหมดความมั่นคง” จนประชาชนเริ่มจะอินกับบรรยากาศสร้างสรรค์ ไม่ทำลายล้างสาดโคลนแบบการเมืองยุคเก่า มีภาพของ “คนรุ่นใหม่” ตื่นเต้นที่จะได้ใช้สิทธิ์ครั้งแรกในบรรยากาศคึกคักหลังภาพผู้คนแห่ไปลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเนืองแน่นตัวเลขสูงถึง 80% แม้จะมีบางส่วนยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใครก็ตาม

ในท่ามกลางว่าโพลสำรวจบางพรรคการเมืองที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ “ฝ่ายอำนาจ” จะชนะมาวินอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจตั้งรัฐบาลได้ โดยมีพรรคพลังประชารัฐเป็นอันดับสองแต่มีโอกาสจะตั้งรัฐบาลที่มี “ลุงตู่” เป็น “นายกฯ” ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ หลังบท “เฮี้ยว” ของ หัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ที่แข็งขืนกับการประกาศไม่หนุนลุง แถมยังจดหมายรักถึงประชาชนให้ “เปลี่ยนจากลุงมารักพี่” ก็ยังก้ำกึ่งสองสามและส่อสัญญาณที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลง “หัวหน้าพรรค” ตามสัญญา “แต้มต่ำร้อย” ต้องรับผิดชอบ ที่จะส่งผลต่อ “สมการ” การจับขั้วตั้งรัฐบาลหรือไม่

…แต่จู่ๆ บรรยากาศดีๆพลันมาถึงจุดที่ทำท่าจะเอวังด้วยบรรยากาศเก่าๆ มุกเดิมๆที่ผู้คนเคยเอือมระอา อีกกับภาพการปลุกเร้าเดิมพันข่มขู่ให้ประชาชนเกิดความกลัว หรือรู้สึกต้องรับผิดชอบ ที่หากเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้รับผลตอบแทนทำนอง “จะวุ่นวายไม่สงบสุข” เหมือนที่เคยเกิดขึ้น ที่ไม่นับรวม “สัญญาณ” แปลกๆ จากฝ่ายความมั่นคง ที่ส่งผ่านไปยัง องค์กรฝ่ายเดียวกันเอง และฝ่ายตรงข้าม อันสอดรับไปกับปฏิกริยาจากฝ่ายการเมือง

 

 

โดยเฉพาะฟากฝั่ง “พรรคเพื่อไทย” ที่เก็บตัวเงียบเชียบ มีเพียงการชู “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เป็นด่านหน้าไล่เก็บแต้มแชร์คะแนนไปยัง “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ทั้งที่เป็นเครือข่ายพรรคเพื่อ และพรรคพันธมิตร หลัง “พรรคไทยรักษาชาติ” (ทษช.) ประสบชะตากรรมถูกยุบพรรค และเกิด “แต้มตกน้ำ” จำนวนหนึ่ง

โดยน้อยมากและเกือบแทบจะไม่มีการออกมาเปิดเกมรุกหรือรับทางการเมืองแบบดุดัน แบบที่ต้องใช้บริการ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” แม้แต่น้อย เพราะเหตุรู้ดีว่า ภายใต้ “อำนาจรัฐ คสช.” ที่ยังมีอยู่ทั้งในกองทัพฝ่ายความมั่นคง และ “องค์กรอิสระ” ที่หากเดินเกมพลาดย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะ “เออร์เร่อร์” แบบ พรรค ทษช. ได้ ที่ถึงขนาดต้องออกแถลงการณ์ฟ้องว่ากำลังถูกคุกคามจากฝ่ายอำนาจรัฐ

เรียกว่าขณะที่สถานการณ์ไหลมาจนถึงช่วงที่จะไปได้ตามปกติตามกระบวนการเลือกตั้งอีกเพียงการเข้าโซนที่พรรคใหญ่มีกำหนดจะปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายคืนวันศุกร์ (22) ที่ “พรรคพลังประชารัฐ” เตรียมเชิญ “นายกลุงตู่” ขึ้นเวทีเป็นการส่งท้ายแบบยิ่งใหญ่กว่าพรรคใด และต่อด้วยรถแห่กลางวันในวันเสาร์ (23) ก่อนจะกลับไปฐานที่มั่นรอลุ้นการตัดสินใจลงคะแนนเลือกผู้แทนของประชาชนในเช้าวันอาทิตย์ 24 มี.ค. แต่กลับปรากฎการงัด “วิชามาร” สารพัดแบบออกมาสาดใส่กันของบรรดาพรรคคู่แข่งที่อยู่ในแถวหน้าที่มีโอกาสชนะ ทั้งแบบเปิดและแบบปิดบนดินใต้ดิน แท้กระทั่งการใช้อำนาจรัฐ จนหลายฝ่ายเริ่มกังวลการขยายวงลุกลามไปแบบไม่จบแค่วันเลือกตั้ง (อ่าน : สารพัดวิชามารโกงเลือกตั้ง108เล่มเกวียน)

ที่ไม่ควรลืมว่าการเลือกตั้งหนนี้ เป็นการเลือกตั้งในรอบ 8 ปี ในจังหวะการเปลี่ยนผ่าน “อำนาจ” ไปสู่ความ “ปกติ” หลังการดำรงอยู่ของ “อำนาจ” รัฐบาล คสช. มาถึง 5 ปี นับแต่การใช้กำลังกองทัพเข้ายึดอำนาจจาก “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” 22 พ.ค. 2557 ที่ในปีนั้น การเลือกตั้งถูกทำให้เป็น “โมฆะ” เพราะฝ่ายเคลื่อนไหว “ไม่อยากเลือกตั้ง” คัดค้านรัฐบาล “ไม่ยอมรับ” และ “ขัดขวาง” กระทั่งบ้านเมืองยุคนั้น การเมืองในระบบ ถูกต่อต้านไม่ยอมรับ จนเกิดอาการติดล็อกไหลไปสู่ความขัดแย้ง จากการปะทะจากวาทกรรมใส่ร้ายดำเนินคดีกัน เกิดความรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม ไปสู่การใช้กำลัง เกิดภาวะความเกลียดชังประทุจนบานปลายไปสู่ภาพความรุนแรง จน “สุดงอม” เข้าเงื่อนไข “ความมั่นคง” ที่ชักนำให้กองทัพเข้ามาป็นตัวกลางในการเคลียร์ และก็เป็น “พล.อ.ประยุทธ์” ผบ.ทบ. ขณะนั้นที่เรียกนักการเมืองมา “ปิดประตูตีแมว” รัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล

ดังนั้นดูจะไม่แปลกที่แคมเปญป้ายหาเสียงล่าสุดของพรรคพลังประชารัฐที่ว่า “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” จะถือเป็นชู “จุดแข็ง” ของ “นายกลุงตู่” ที่ยังแน่นปึ้กกับ “กองทัพ” เหมือนเช่นที่แกนนำ พปชร. หลายคนพยายามส่งสารก่อนหน้านี้ ทำนองให้เลือกความมั่นคงก่อนเศรษฐกิจ ที่ก็มีคล้ายในจังหวะของ “สองลุง” คือ “ลุงตู่” เมื่อวานที่ออกอาการดุดันคืนฟอร์ม “ลุงฉุน” ที่อาร์ดคอร์เรียกหา เมื่อโดนจี้ถามถ้าแพ้เลือกตั้งจะทำยังไง ขณะที่ “ลุงกำนัน” ก็เปลี่ยนเป้ากระบอกจาก “หัวหน้ามาร์ค” มาที่ เป้าใหญ่ ประมาณเห็นดีกับการยึดอำนาจว่าดีที่สุดแล้วเพราะทำให้พี่น้อง กปปส. ไม่ต้องสูญเสีย และขู่ว่า หากใครเลือกเครือข่าย “พรรคเพื่อไทย” ที่จะนำ “ทักษิณ” กลับมา ก็อาจต้องเตรียมตัวไปเจอกันบนถนนราชดำเนินกันอีก

ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นจังหวะครบหลูบที่น่าสนใจติดตามยิ่ง.

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close