ฉากชิงแต้ม-แต่อย่าเผลอ?

ยิ่งงวดใกล้เลือกตั้งนับถอยหลังอีกไม่กี่วันในโค้งสุดท้าย ก่อนถึงเลือกตั้งใหญ่ 24 มี.ค.62 และเลือกตั้งล่วงหน้าวันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ก็ยิ่งมีความเข้มข้นในการ “ปั่นแต้ม” ระหว่างบรรดา “คู่แข่ง” ในสนามศึกที่มีหลายสถานะ ทั้ง “ผู้เล่นปกติ” และ “ผู้เล่น” ที่เป็น “กรรมการตัดสิน” แบบ “ทรีอินวัน” ที่เป็น “ผู้กำหนดกติกาออกแบบเกมการแข่งขัน” ด้วยอีกขาในศึกชิงคะแนนกากบาท จาก “ประชาชน” เสียงตัดสินที่ทรงพลังที่สุด..

ทำให้ “คนไทย” ได้เห็นปฏิบัติการของ “นักการเมือง” ที่มาในรูปแบบ ลดแลกแจกแถม “ประชานิยมเต็มสตรีม” การเดินเกมลับลวงพราง ทุบและดูด ดิสเครดิตเตะตัดขา ต่อรองทิ้งทุ่น วางกับดัก ทั้งการแสดง “ไม่เป็นลูกไล่” ติ๊ดชิ่งเขย่าสมการต่อรองตั้งรัฐบาล “ไม่สืบทอดอำนาจ-ไม่ร่วมประชาธิปไตยไม่สุจริต” แต่หัววัน และทั้งการ “ลำเลิก” อดีต “ผู้จัดการรัฐบาล” เปิดเบื้องหลังการถ่ายทำกลเกมตั้งรัฐบาลในค่ายทหารในอดีต แม้กระทั่งล่าสุดฉาก “แปลงร่าง” บนเวทีปราศรัยผ่านจอจาก “นายกฯขุนทหาร” เป็น “แคนดิเดตนายกฯนักการเมือง”..ไม่นับรวม “องค์ประกอบอื่น” ที่อยู่ใน “ธงอำนาจ” เรียกว่าได้เห็นกันครบลูปก็ครั้งนี้…

กระนั้นในความเป็นจริงที่เป็นปัจจุบันไปจนถึงหลังเลือกตั้งจนกว่าจะมี “นายกฯ” หรือ “คณะรัฐมนตรี” แล้วซึ่งไม่มีใครรู้ว่า “เมื่อไหร่” เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ภายใต้ “คสช.” ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตาม “ระยะเวลา” ที่ “กฎหมาย” เขียนกำหนด หากแต่ขึ้นอยู่กับ “สถานการณ์” หน้างานที่พลิกผัน ที่มักแทนค่าด้วย “โหมดความมั่นคง” ได้ตลอด…ดังที่ “วิษณุ เครืองาม” อธิบายว่าคือ “อภินิหารทางกฎหมาย”

ที่ก็อย่าลืมว่า เอาเข้าจริงเกมทั้งหมด ยังอยู่ภายใต้กระดานอำนาจของ “รัฐบาล คสช.” ที่ รัฐประหารชิงอำนาจมาจาก “นักการเมือง” รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ที่มาจากการเลือกตั้งโดย “รัฐบาลลุงตู่” อยู่มาได้ 5 ปีแล้ว และทราบกันในทีว่า “คณะนี้” ต่างจาก “รุ่นพี่” ที่ทำ “เสียของ” จึงมี “ธง” ว่าจะ “ไปต่อ” ในคราบ “ประชาธิปไตย” ผ่านการจัดให้มีพิธีกรรม “เลือกตั้ง” ที่ “ผู้คน”ถอดรหัสว่าคือการ “สืบทอดอำนาจ”

ดังนั้นเกม “เลือกตั้ง” ที่เลื่อนแล้วเลื่อนเล่าจนมาลงตัวที่ 24 มี.ค.62 หลังจากที่ “ฝ่ายอำนาจ” จัดตั้งรูปแบบการไปต่อผ่านภาพ “พรรคพลังประชารัฐ” ซึ่งมี 4 รมต.ไปเป็นตัวตั้ง ที่ก่อนหน้ามีระบบการจัดการผ่านแรง “ดึงดูด” บรรดา “นักการเมือง” เขี้ยวลากดิน จากหลายขั้วข้างเข้าแม้กระทั่งการดูดคนของ “ฝ่ายปฏิปักษ์” อย่างพรรคเพื่อไทย มาแล้ว จนมาถึงการหาเสียงมาถึงห้วงโค้งสุดท้าย

ที่จาก “โพลปิดลับ” ของหน่วยความมั่นคง หรือ “โพลเปิด” ที่จ้างมหาวิทยาลัยสำนักโพลทำ ยังพบว่า คะแนนของพรรคเพื่อไทยยังมาวินอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย “ประชาธิปัตย์” ที่ถูกเบียดที่สองจากอนาคตใหม่ ที่ได้ฐาน “คะแนนใหม่” จากคนรุ่นใหม่ประมาณ 8 ล้าน และ “คะแนนตกน้ำ” ของพรรคไทยรักษาชาติ มาอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่คะแนน “แคนดิเดตนายกฯ” ชื่อของ “ลุงตู่” ยังมาวินตลอด

แต่ที่น่าสนใจในจังหวะที่บวกลบคูณหาร สารตะ คะแนนที่รัฐธรรมนูญ ออกแบบ ให้ “เสียงกระจาย” แบบจำกัดและมีตัวผันแปรในการคิด “ดักทาง” มากมาย ไปหลายพรรคการเมืองเพื่อกลายเป็นรัฐบาลผสม คือมีการพบว่านอกจาก “คะแนนใหม่เด็กเยาวชน” ที่จะเพิ่งมีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกประมาณ 8 ล้านคน ยังมี “คะแนนบริสุทธิ์” หรือ “พลังเงียบ” คือ “ประชาชน” ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคเลือกใครคือเอือมไม่เอาทั้ง “นักการเมืองน้ำเน่า” สืบทอดอำนาจ และ ความขัดแย้งกีฬาสี แบบยังไม่รู้จะเลือกใครอีกประมาณ 40% ที่ทุกพรรคหมายมั่นปั้นมือ

ทำให้มีการประเมินว่า ด้วยเหตุนี้หรือไม่ที่ทำให้ทุกพรรคพยายาม “ปั่นเรตติ้ง” ในช่วงโค้งสุดท้ายหักศอกแบบพร้อมได้เสีย เกกันหมดหน้าตัก เอากันทุกช่องวิธีการไม่ว่าจะเป็น “อภิสิทธิ์” ประชาธิปัตย์ ที่ถึงขั้น “ยอมหักสะบั้นไมตรี” กับ “สองลุง” แบบม็อตโต้ฮิต “ทิ้งลุงมาหาพี่” หรือแม้กระทั่ง “พรคพลังประชารัฐ” ที่ทั้งรีบออกโปรฯเทหมดหน้าตัก “เพิ่มค่าแรง 300 เป็น 425 บาท” และยังให้ “ลุงตู่” ทุ่มทุนสร้างสุดๆ “แปลงร่าง” เปิดตัวครั้งแรกผ่านเวที โดยมาเป็นคลิปMVเพลง “คนดีไม่มีวันตาย” ฉายภาพความแน่นปึ๊กกับ “บิ๊กแดง” ในช็อตยืนรอรับกลางสายฝน…พร้อมปราศรัยแนะนำตัวในนามแคนดิเดตของพลังประชารัฐ บนเวทีที่สุโขทัย(14 มี.ค.)และยังมีข่าวว่าอาจจะตัดสินใจ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ปั่นแต้มอีกรอบขึ้นเวทีแบบตัวเป็นๆวันที่ 22 มี.ค. ไม่นับรวม “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ที่นอกจากพยายามเก็บทุก “คะแนนตกน้ำ” ฐานที่หายไปจากการถูกยุบของ ทษช.แจกไปยังพรรคพันธมิตร ก็ยังหวังคะแนนที่ยังไม่ตัดสินใจเหล่านี้ผ่านนโยบายเศรษฐกิจที่พยายามเกทับรัฐบาลคสช.(อ่าน : ไม้เด็ด ไม้ตายพรรคการเมืองเจาะพลังเงียบ)

ข้างต้นจึงทำให้ไม่แปลกที่นอกจาก “ลุงกำนัน” ที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแล้วหันมาดู “ลุงตู่” จะเฉยๆเหมือนเช่น “สุดารัตน์” เพื่อไทย ที่ตอนแรกก็งงๆ แต่ที่สุดก็ดูจะไม่ตื่นเต้นให้น้ำหนักอะไรกับการเขียน “จดหมายรัก” ถึงประชาชนของ “บทพระเอก” ของ “อภิสิทธิ์” ที่ว่าจะไปถึงขั้น “เดดล็อก” อะไร ดังที่ “สุดารัตน์” วาดแผนผัง3ก๊ก ปชป. เพื่อไทย พลังประชารัฐ โพสต์เป็นทวิตเตอร์ล่าสุด(14มี.ค.)ตั้งคำถามลอยๆว่าในเมื่อ เพื่อไทย ประกาศไม่ร่วมกับพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ประกาศไม่รวมกับเพื่อไทย แล้วประชาธิปัตย์วางแผนจะร่วมกับใคร?

และหากจะว่ากันตามจริง การแสดงจุดยืนของ “อภิสิทธิ์” ก็เป็น “จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์” ที่มีอยู่แล้ว อย่าลืมว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าใครปชป. พปชร. หรือ เพื่อไทย จะมาวิน หนึ่ง สอง สาม จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ ที่ถึงจะเห็น “ผู้ชนะ” ที่ถึงตอนนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็ดำเนินตาม “หลักการ” คือถ้าไม่มาที่หนึ่งก็ต้องเป็นฝ่ายไปร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐหรือใครก็ได้ที่ไม่ใช่เพื่อไทย และก็ต้องสนับสนุน “นายกฯ” ของพรรคนั้นอยู่ดี…

ดังนั้น “บทบาท” การออกมาแสดงจุดยืนแต่หัววันครั้งนี้ของ “อภิสิทธิ์” และพรรคประชาธิปัตย์ จึงถูกมองไปในทาง ว่าเป็น จังหวะในฉากชิงแต้มที่ “หล่นน้ำ” หรือ “พลังเงียบ” พวกที่เบื่อทั้งลุง เบื่อทั้งทักษิณ และเบื่อกีฬาสี ที่เอาเข้าจริงถึงที่สุดเมื่อผ่าน “พิธีกรรมเลือกตั้ง” ไปแล้ว ก็ต้องไปเข้าแถว เดินไปตาม “ธง” ตามโรดแมปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้หรือไม่

แต่ก็อีกนั่นแหล่ะการเมืองเป็นเรื่องชิงเหลี่ยมจังหวะถ้าจับพลัดจับผลู ใครในขบวนแถวอำนาจ จะพลิกมาได้เปรียบได้ความชอบธรรมขึ้นมา ก็เผลอไว้ใจไม่ได้เช่นกัน.

 

 

 

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close