สืบทอดอำนาจ?

ยิ่งงวดใกล้วันเลือกตั้ง (24มี.ค.) เข้ามาเท่าไหร่ ยิ่งได้เห็นกลเม็ดของพรรคการเมืองในการชิงเหลี่ยม เพื่อเป็นแรงผลักเปิดช่องโอกาสตนและพวกพ้องไปสู่อำนาจให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในจังหวะที่ “รัฐบาล คสช.” พยายามที่จะคลายตัวจากการควบคุมในกลไกอำนาจจากโหมด “ความมั่นคง” สู่โหมดการเมืองแบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ที่ทุกประการในชีวิตจริงตามธรรมชาติของอำนาจการต่อรองทางการเมืองที่ ขึ้นอยู่กับ “สมการ” ดังปรากฎการณ์ “ชิ่ง” ชิงจังหวะที่ปรากฎผ่าน “อภิสิทธิ์” แห่งพรรคประชาธิปัตย์และ “อนุทิน” แห่งพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศแสดงจุดยืนราวกับนัดกันมา ว่า พร้อมเป็นฝ่ายค้านแต่จะไม่หนุน “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ และเรียกร้องให้วุฒิสมาชิกเคารพประชาชน โดยงดออกเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี หรือไม่ก็ให้สนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นเสียงข้างมาก เรียกว่ามาครบเซ็ต แถม “อภิสิทธิ์” ยังเดินสายขอเป็น “ทางเลือกที่สาม” ลอยตัวออกมาจากภาพ “ความขัดแย้ง” ที่อีกก๊กเป็น “ฝ่ายประชาธิปไตย” แต่มีปัญหาโปร่งใส อีกก๊กเป็น “ฝ่ายอำนาจทหาร” ที่ไม่ได้มาโดยวิถีทางประชาธิปไตยและทำท่าว่าจะ “สืบทอดอำนาจ” ต่อไปหลังเข้ามากุมสภาพประเทศมาแล้ว 5 ปี ควรต้องยอมรับว่าการแสดงท่าทีทางการเมืองของทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยดังว่า ย่อมส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในสภาพ “สามก๊ก” ได้ชัดเจนที่สุด และทำให้การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งทั่วไปอาจต้องปรับสูตรกันใหม่หรือไม่ เป็นสามก๊ก ที่ประกอบด้วย ก๊กพลังประชารัฐ อันเป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นตามธงเพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ถัดมาเป็น ก๊กเพื่อไทย ก๊กที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งผูกโยงเกี่ยวข้องอยู่กับ “ทักษิณ ชินวัตร”

และสุดท้าย คือก๊กประชาธิปัตย์ โดย “ก๊กพลังประชารัฐ” อย่างที่ทราบ ว่าตามแพลนที่วางไว้ จะมีฐานเสียง ส.ว. 250 เสียง พร้อมที่จะโหวตสนับสนุนให้พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกโดยในชั้นการโหวตเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ก๊กนี้แค่มีเสียงในสภาผู้แทนราษฎร 126 เสียงขึ้นไป ก็จะมีคะแนนเสียงรวม 376 เสียงขึ้นไป เป็นเสียงข้างมากในการเลือกนายกรัฐมนตรี กระนั้นด้วยระบบรัฐสภาทำให้การจะมีเสียงในสภาล่าง เพียง 126 เสียง จะไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เพราะในการบริหารราชการแผ่นดินนั้นต้องมีเสียงในสภาล่างเกินครึ่งหนึ่ง คือ 251 ขึ้นไป ทำให้ พลังประชารัฐต้องมีเสียงร่วมกับพรรคพันธมิตรในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ 251 ขึ้นไปซึ่งแน่นอนย่อมต่างไปจากอีกสองก๊ก ถ้าหากจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องมีเสียงให้ได้ 376 เสียง และต้องมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 251 เสียงด้วยสมการที่ว่าภายใต้ “พรรคกองหนุน” และ “พันธมิตรกองหนุน” และพรรค 250 ส.ว. “ก๊กพลังประชารัฐ” จึงถูกมองว่าได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาลผสม และดูยังไงนายกคนต่อไปก็ไม่พ้นไปจาก “ลุงตู่” หากแต่ชีวิตจริง ที่ การคลายมนตร์ คสช. เพื่อสร้างบรรยากาศ ไม่ทำให้ บางพรรคการเมืองที่เคยอยู่ในสมการ “พรรคพันธมิตร” สนับสนุน อย่างประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทยใช้โอกาสจับทิศทางลม ว่า “ตัวเลข” ของ “พลังประชารัฐ” โดยตัวเองเพียวๆอาจไม่มากสักเท่าไหร่ที่จะมีความชอบธรรมในการเป็นพรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้เป็นพรรคแรก ชิงจังหวะประกาศจุดยืน “ปันใจ” ในช่วงเข้าโค้งสุดท้าย ที่ส่งผลกับดุลการเมืองให้บรรดาพรรคพันธมิตรอื่นต้องคิด ไม่นับรวมกองกำลังหนุนที่ถูกวางไว้ก่อนว่าหากตรวจแถวแล้วจะไปต่อได้ไหม (อ่าน : กองหนุน”ลุงตู่”ที่เหลืออยู่เมื่อปชป.-ภท.ตีจาก)

กระนั้นแม้ภาพ “สมการ” จะออกมาในท่วงทำนองน่าห่วงสำหรับฝ่าย “ลุงตู่” แต่ก็น่าสนใจในท่วงท่าของ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่ดูหมือนจะมีความมั่นใจอะไรบางอย่าง และพยายามส่งสัญญาณเชิงนัยยะออกมานิ่มๆตามลุคแต่งตัวภาพลักษณ์ใหม่ทางการเมือง โดยไม่สนใจไปให้ “น้ำหนัก” กับการ “ปันใจ” ของสองพรรค

ไม่ว่าจะเป็นการมองไประยะไกลถึงการจัดองค์ประกอบ ครม. ใหม่หลังเลือกตั้ง
ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรร ส.ว. จากบรรดาคนกันเอง
ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายถึงเจตนาความจำเป็นแห่ง 250 ส.ว. 5 ปีแรก
ไม่ว่าจะเป็นการ อธิบายถึงข้อกล่าวหาจากฝั่งการเมืองต่อแผนการสืบทอดอำนาจของ คสช.
หรือแม้การอธิบายถึง ความเป็นนายกฯที่ไม่ได้เป็น หัวหน้าคณะรัฐประหาร
ที่ไม่นับรวมโพลสำรวจที่ชื่อ “นายกรัฐมนตรี” ก็ยังคงเป็น “พล.อ.ประยุทธ์”
หรือแม้กระทั่งผลวินิจฉัย กกต. ล่าสุด กรณี “โต๊ะจีน” พรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ผิด

ที่ประมวลรวมล้วนแล้วแต่เป็นการบอกอยู่ในทีแล้วว่ามีความหมายอย่างไรในทิศทางการเมือง

ดังนั้นเอาเข้าจริง แม้จะมีเอฟเฟ็กซ์จากท่าทีของ “อภิสิทธิ์” “อนุทิน” อยู่บ้าง แต่ในทิศทางตาม “ธง” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ประกาศให้ “สัญญา” ว่าภารกิจยังไม่จบ จะทำให้สำเร็จไม่เสียของ ประมาณว่ายังสู้ต่อ ก็ยังคงน่าจับตาว่าจะปัจจัยตัวแปรใดเกิดขึ้นหรือไม่ ในก่อนหรือหลังวันที่ 24 มี.ค. ที่อำนาจ คสช. ก็ยังมีอยู่ต่อไปถึงการ “แตะมือ” รัฐบาลใหม่…

 

 

 

 

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close