กลับไม่ได้-แพ้คือตาย?

@จับอาการหงุดหงิดไปจนถึงขั้นกราดเกรี้ยวลำเลิก “ถ้าไม่ดันชาติหน้าก็ไม่ได้เป็นนายกฯ” หรือเสียงบ่นก่นด่า “ใจแคบ” จากกองเชียร์ฟากฝั่งก๊กของ “ลุง” ทั้ง “ลุงตู่” “ลุงกำนัน” และแกนนำ “พลังประชารัฐ” กับอาการ เล่นนอกบทของ “เด็กดื้อภาค2” ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กรณี “จดหมายรัก” ปันใจจาก ที่ยืนยันซ้ำอีกครั้งวันวาน (11มี.ค.) ว่า ไม่สนับสนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯ หรือ สืบทอดอำนาจ แถมสำทับซ้ำจาก “เสี่ยหนู” “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ก็ไม่เอานายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ส.ส.

@อาการ “กระเพื่อม” ออกมาจากฟากฝั่ง “ลุงกำนัน” ถึงขั้น ต่อว่าแรงตั้งข้อกังขา “อภิสิทธิ์” ว่ามีดีลอะไรกับ “ทักษิณ” หรือเปล่า และประกาศว่าผู้คนใน กปปส. จะไม่หนุนประชาธิปัตย์ ที่ทำให้ “อภิสิทธิ์” ต้องออกมาย้ำตอนดึก (11มี.ค.) อีกครั้งว่า ไม่มีทางไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย ที่ก็ไม่เคลียร์ในท่าทีของ “อภิสิทธิ์” ว่ายังกั๊กในการไม่เอา “ลุงตู่” แต่สามารถรวมพลังประชารัฐ ผิดกับอาการของ “ลุงตู่” เองที่ดูจะนิ่งตอบแบบชิลๆ ว่า “ไม่สนใจ ปล่อยเขาไป”

@กระนั้นก็น่าสนใจใน “สัญญาณ” บางอย่างที่ถูกส่งผ่าน “นายกลุงตู่” (11มี.ค.) ที่พูดเป็นนัยว่า “ผมสัญญาว่า จากนี้ต่อไป ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ผมคิดว่าจะต้องมีคนทื่ต้องนำพาประเทศชาติไปตรงโน้น ไปด้วยความรับผิดชอบ ด้วยจิตสำนึก ด้วยเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เข้ามาทำอะไรต่างๆสักอย่างด้วยวัตถุประสงค์อื่น”และว่า “ตนอาจจะเป็นคน เสียงดังโวยวาย แต่ก็ทำและรับผิดชอบ เพราะเป็นทหาร ก็เป็นอย่างนี้และต้องทำให้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จกลับบ้านไม่ได้ คำว่ากลับบ้านไม่ได้ คือถ้าอยู่สนาม อยู่ชายแดน ถ้ามีรบ มีปะทะ ถ้าแพ้ก็กลับมาไม่ได้ ก็ตายอย่างเดียว นั้นคือสิ่งที่ตั้งมั่นมาตลอด วันนี้ไม่ได้สู้กับใคร เราต้องหยุดความขัดแย้งให้ได้ “

@และยังขยาย ที่ตัวเองเคยพูดไว้ที่ว่าในสนามรบต้องชนะเท่านั้น แพ้ไม่ได้ ต้องทำให้สำเร็จ ว่า “ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะสั่งให้กลับหรือไม่ ถ้าผู้บังคับบัญชาดูแล้วไม่คุ้มค่า แต่ถ้าผมอยู่แนวรบข้างหน้า ภารกิจแรก ถ้าไม่สำเร็จ ตนก็ต้องทำให้สำเร็จ แต่ถ้าเสี่ยงแล้ว ผู้บังคับบัญชาข้างหลังพิจาณาแล้วว่าเป็นการเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า เขาอาจสั่งถอนก็ได้ ตนก็ต้องถอน ตนเชื่อมั่นในตรงนี้”

@กระนั้นในเชิงตัวเลข “สมการการเมือง3ก๊ก” กับการเลือกตั้งก็น่าสนใจว่า แม้พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เครือข่ายพรรคเพื่อฯตามยุทธศาสตร์ “แตกแบงค์พัน” จะถูกยุบไป (7มี.ค.) จนก๊กพรคเพื่อฯออกอาการแกว่ง ต้องงัดแผนให้คนทษช.ออกไปเดินสายปูพรมปลุกให้เลือก “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” แต่ผลสำรวจโพลก็ยังออกมาว่าพรรคเพื่อไทยยังมาอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ ที่มีอนาคตใหม่ ภูมิใจไทยไล่เบียด แต่ชื่อของ“พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯก็ยังมาเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน..

@แต่ก็น่าสนใจกับทิศทางวิเคราะห์อีกมุมจากหนึ่งใน “กุนซือ” การเมืองของ “บิ๊ก คสช.” ที่ ว่า จากโพลที่ว่าหากคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยถ้ารวมกับพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็จะเกินครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร และถ้ารวมกับผลโพลคะแนนของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคอนาคตใหม่แล้วก็อาจมีคะแนนเสียงรวมกันเกิน 376 เสียง ซึ่งเพียงพอที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ดังนั้นจึงทำให้ความคาดหมายเดิมที่เสียง ส.ว. 250 เสียง เป็นฐานเสียงใหญ่ โดยพรรคพลังประชารัฐทำคะแนนเสียงเพียง 126 เสียง ก็สามารถเลือก “ลุงตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีได้ จะถูกท้าทายครั้งสำคัญ

@อย่าลืมว่าอาการ “เสี่ยหนู” ระยะหลัง ที่กลายเป็น “ตัวแปร” ออกมาประกาศท่าทีว่า ส.ว. ไม่ควรออกคะแนนเสียง เพราะควรเปิดโอกาสให้ผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากประชาชนเป็นผู้สรรหานายกรัฐมนตรีกันเอง แถมสำทับว่าถ้าพรรคพลังประชารัฐไม่ได้คะแนนเสียงข้างมาก พรรคภูมิใจไทยก็จะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย ก็ยิ่งน่าคิดว่า หรือวันนี้สถานการณ์ไหลมาตรงจุด ที่ ปชป. และภูมิใจไทย กำลังเล่นบท “ผู้ถือดุลการเมือง” ที่หากสองพรรครวมกันสนับสนุนก๊กไหนก๊กนั้นก็จัดตั้งรัฐบาลได้

@ยิ่งหากสำทับซ้ำเกิดว่า “ก๊กเพื่อไทย” ที่ประเมินแล้ว ว่ายังไงก็ยากที่จะนำจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งหนนี้ ตัดใจเปิดดีลตกลง “เทคะแนน” ให้ ปชป. หรือ ภท. ให้เป็นนายกฯเพื่อสกัด “ลุงตู่” ให้หลุดจากวงจรไปก่อนแล้วค่อยกลับมาว่ากันใหม่ ตามประสานักการเมือง ก็ยิ่งที่ฝ่าย “ลุงตู่” พลังประชารัฐ ไม่น่าจะมองข้าม

@กระนั้นเอาเข้าจริงก็ไม่ควรลืมว่า แม้จะเหลือวันชี้ชะตาอีก 12 วันกาบัตรเลือกตั้ง แต่ “ชีวิตจริง” หลังจากนั้นคือ “นายกลุงตู่” ยังถืออำนาจเต็มสองมือทั้งนายกฯ และ หัวหน้า คสช. ไปอีก 3-4 เดือนจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ที่ไม่ควรลืมเช่นกันว่าหลังวันที่ 24 มี.ค. ผ่านไปยังมีกระบวนการตรวจสอบรับรองผลเลือกตั้ง และยังมีเรื่องที่คาราคาซังที่หลายพรรค “ตัวเต็ง” ที่โดดเด่นบนหน้าปัด ไม่ว่าจะเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย และอีกหลายราย ถูกร้องเรียน เอากันถึงขั้น “ยุบพรรค” ไว้มากมาย ที่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าจับพลัดจับผลูจะประสบชะตากรรมอย่างไร (อ่าน :ส่องชะตากรรมพรรค-นักการเมืองถูกร้องรอคิวสอย)

@ทั้งหมดทั้งมวลน่าติดตามว่า ถึงเวลาเอาเข้าจริงไม่ว่านักการเมืองจะสบช่องโอกาสเปิดดีลกันยังไง แต่ “ธง” ที่ถูกปักไว้ว่านายกฯคนต่อไปยังไงก็ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็ยังเป็น “ธง” ที่ไม่มีทางเปลี่ยนไปจากที่ “ดีไซน์” ไว้ เฉพาะยิ่งช่วงรอยต่ออำนาจหลังเลือกตั้งที่ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่สำหรับ “นายกลุงตู่” สัญญาและประกาศไว้ในฐานะทหารแล้วว่ามีหน้าที่ต้องทำให้สำเร็จ ถ้าแพ้ก็กลับบ้านไม่ได้ ก็ตายอย่างเดียว.

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close