พลิกคว่ำคะมำหงาย 

@ในจังหวะที่ปี่กลองการเลือกตั้งกำลังดำเนินไปไปสู่ขั้นตอนที่ “ประชาชน” จะเป็นผู้ตัดสินใจใครมาเป็น “ผู้แทน” พรรคไหนน่าสนใจ นายกฯคนไหนใครจะมา….โดยกระบวนการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขต การส่งส่งบัญชีรายชื่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และ บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินมาจนถึงวันสุดท้าย (8ก.พ.) ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา..แต่พลันกลับกลายเกิดประเด็นร้อนแรงที่ส่งผลสั่นสะเทือนไปทุกทิศทางการเมืองไทยจากปม การเสนอชื่อ “บุคคลระดับสูง” ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันสูง เป็นนายกฯบัญชีรายชื่อ ของ พรรคไทยรักษาชาติ (8ก.พ.) ท่ามกลางความตะลึงงันของทุกฝ่ายจนข่าว”พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีตอบรับคำเชิญ “พรรคพลังประชารัฐ” เป็น “นายกบัญชีรายชื่อ” ที่ก่อนหน้านี้ถูกจับตามองตลอดกับครหา “สืบทอดอำนาจ” และสุ่มเสี่ยงคาดหมายกันว่าจะกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” นับตั้งแต่ “ตอบรับ” ไปจนกว่าการเลือกตั้งจะสะเด็ดน้ำ..กลับกลายเป็นประเด็นรอง “เอาท์” ไปจาก “โฟกัส” ของผู้คนไปแถมยังทำท่าว่ากระแสจะพลิกกลับมาสนับสนุน ในบริบทบางประการกับเหตุการณ์สำคัญนี้..

@กระทั่งกลางดึกคืนวันเดียวกัน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ประกาศว่าการดำเนินการนี้ไม่สามารถทำได้และถือเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง..ทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อคในเวลาต่อมาไปถึง “ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย” ที่ทำให้เกิดการนำเสนอบัญชีรายชื่อที่เกิดขึ้น..นี้ต้อง “รับผิดชอบ” ต่อสถานการณ์ “ผลกระทบ” จากกรณีดังกล่าว…

@โดยเฉพาะเป็นที่จับตาว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวมทั้งระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ที่ห้ามผู้สมัครพรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง ที่อาจมีผลถึงขั้นยุบพรรค หรือไม่..ซึ่ง กกต.ได้มีการนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในประชุมวันนี้ (11ก.พ.) และวันพรุ่งนี้ (12ก.พ.) เพราะ กกต.มีหน้าที่ ต้องประกาศรับรองรายชื่อแคนดิเดตนายกฯโดยเร็ว ก่อนครบกำหนด 7 วันในวันที่ 15 ก.พ. เนื่องจากต้องการให้พรรคการเมืองสามารถนำภาพแคนดิเดตนายกฯ ไปใช้ในการหาเสียงได้เร็วขึ้น ตามที่ก่อนหน้านี้เลขาธิการ กกต.ขอให้ทุกพรรครอการประกาศรับรองรายชื่อจาก กกต.ก่อนค่อยเริ่มใช้ภาพแคนดิเดตนายกฯ หาเสียง

@ที่ก็สอดรับกับการเคลื่อนไหวของทั้ง “นายศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และ “นายไพบูลย์ นิติตะวัน” หน.พรรคประชาชนปฏิรูป ที่เรียกร้องให้ กกต.เร่งดำเนินการกับพรรคไทยรักษาชาติในความผิดฐานฝ่าฝืนระเบียบ กกต. หมวด 4 ข้อ 17 ที่ห้ามผู้สมัครพรรค การเมือง นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อลงโทษกรรมการบริหารพรรค หรืออาจไปถึงขั้นยุบพรรค การเมือง   (อ่าน : ส่องข้อกม.และหนทาง ทษช.?)

@กระนั้นก็น่าสนใจ ว่า ในท่ามกลางข่าวการหาทางลงของ ทษช. ไม่ว่าจะข้อเสนอให้ทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ ก่อนยุติบทบาทพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือยุบพรรค

@ที่แน่นอนย่อมกระทบต่อยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่ ทษช.ถูกมองว่า “สัมพันธ์” กับ “ยุทธศาสตร์แยกกันเดินรวมกันตี” กับพรรคเพื่อไทย โดย ส่งผู้สมัคร 175 เขต แม้จะแพ้แต่ก็จะได้คะแนนเพื่อนำไปคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อให้มากที่สุด โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งผู้สมัคร 250 เขตเลือกตั้ง เน้นในส่วนของ ส.ส.เขต หาก ทษช.ยุติบทบาท ก็ย่อมกระทบแผนที่จะไปถึงเป้า ส.ส. 250 จึงมีคนเสนอแนวจะมีการประกาศลาออกและยุติบทบาทเฉพาะกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวข้อง แต่คงสมาชิกภาพไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.

@ ขณะเดียวกันก็น่าสนใจ..และควรติดตาม ต่อไปในทิศทางโดยรวมจากสัญญาณแนวโน้มของการเดินไปสู่เลือกตั้งที่ปรากฎในห้วงสองวันที่ผ่านมาอย่างมีนัยยะสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือมากมายทั้งกับตัว ผู้บริหารพรรค ทษช. หลายคนและกับภาพอารมณ์ความวิตกกังวลจากการเคลื่อนขยับยุทโธปกรณ์ของกองทัพ (10ก.พ.) ที่เกิดเสียงร่ำลือไปในทางลบ กับทิศทางการเมืองไทยที่กำลังไปสู่ครรลองในระบอบส่งมอบ “อำนาจ” ให้ประชาชนตัดสิน โดยจะมีใครใช้ภาวะความสับสนุนนี้ ไปสู่การการพลิกคว่ำขมำหงายทางการเมืองกันอีกหรือไม่?

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close