แคนดิเดตนายกฯประเทศไทย?

@นับเนื่องจากวันที่ 4 จนมาถึงวันนี้ 8 ก.พ. ถือว่าเป็นอันครบถ้วนบริบูรณ์ความ กับ กระบวนการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ บัญชีรายชื่อ 350 และ 150 ที่จะรวมเป็น “สภา500” พร้อมแต่ละพรรคที่เสนอบัญชีรายชื่อ “นายกรัฐมนตรี” ที่ถือว่า วันนี้เป็นเดดไลน์ และเป็น “ไฮไลท์” จริงๆกับการตัดสินใจของหลายฝ่ายหลายพรรค ทั้งผู้นำเสนอและผู้ถูกนำเสนอชื่อที่สิริเบ็ดเสร็จรวมแล้วมีแคนดิเดตนายกที่ถูกเสนอชื่อจากพรรคการเมืองพรรคละ1ท่านบ้าง 3 ท่านบ้างรวมๆ 20 รายชื่อ… (อ่าน : สแกนแคนดิเดตนายกฯแต่ละพรรค)

@กระนั้นเหตุการณ์ที่ถือเป็น “ไฮไลท์” และถือเป็น “หน้าประวัติศาสตร์สำคัญ” ของการเมืองไทย สำหรับการเลือกตั้งหนนี้ ที่นอกเหนือไปจาก กลไกที่กำลังดำเนินไปตาม รัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดรูปแบบวิธีการเลือกตั้งที่แตกต่างจากการเลือกตั้งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมากับการสร้างค่ายกลมากมาย เพื่อปิดช่องกลโกงการทุจริตเลือกตั้งในอดีต แต่ด้านหนึ่งเปิดช่องให้กับ “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. โดยตรง หากแต่จะเป็นการเลือกทางอ้อม ที่จะมีสภาสูง 250 ส.ว. มาร่วมเป็นฐานรองรับกับสภาล่าง 500 ส.ส. และรวมถึงที่หลายคนต่างจับตามาที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ในการกำหนด “ตอบรับ” เทียบเชิญ เป็น “นายกรัฐมนตรีบัญชีรายชื่อ” ของ “พรรคพลังประชารัฐ” ในวันนี้(8ก.พ.)…

@นั่นคือ “บัญชีรายชื่อนายกฯ” ของพรรคไทยรักษาชาติ ที่ปรากฎชื่อของ “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคโดย “ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช” หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมกรรมการบริหารพรรค ได้เข้ายื่นรายชื่อ โดยรายชื่อใส่ในเอกสารปิดผนึกเขียนว่าลับ และต่อมาเปิดชื่อ “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพียงรายชื่อเดียว

@โดยระบุว่าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคมีการเสนอชื่อ ส่วนรายละเอียดในการเชิญ ไม่เหมาะที่จะพูดแทนท่าน แต่ท่านได้ทำงานให้สังคมมาโดยตลอด เช่น โครงการทูบีนัมเบอร์วัน และเป็นผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถือเป็นพระเมตตาที่ท่านได้เสียสละมาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเหตุผลที่กรรมการบริหารพรรคได้กราบทูลเชิญท่านเพราะประวัติผลงานของท่านมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งบุคคลิก แนวคิด สอดคล้องกับแนวคิดของพรรคคือ ทันสมัย ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก

@โดยยืนยันว่า ไม่ใช่ “รัฐบาลแห่งชาติ” แต่เป็นการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ทุกอย่าง..ส่วนเรื่องการการจัดตั้งรัฐบาล หากถามตอนนี้อาจจะเร็วไป ย้ำยืนยันว่าพรรคยังมีจุดยืนแนวคิดด้านประชาธิปไตยและสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจ และยืนกรานอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนา แก้ปัญหาที่ประสบในปัจจุบัน

@ขณะที่ในด้านของ “พล.อ.ประยุทธ์” ในเวลาไล่เรี่ยกันได้ออกแถลงการณ์ “ตอบรับ” คำเชิญ ให้เป็น “นายกบัญชีรายชื่อ” ของพรรคพลังประชารัฐ ว่า ขอตอบรับการเชิญโดยยินยอมให้พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ผมมิได้มุ่งหวังจะสืบทอดอำนาจใด ๆ เพียงแต่มุ่งหวังถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยรวมเป็นสำคัญอย่างแท้จริง โดยจะเร่งบริหารและพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป และมีความคาดหวังว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ เราจะได้รัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล ไม่มีการใช้วัฒนธรรมการเมืองเดิมๆ ที่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือตำแหน่งเพื่อกลุ่มของตนเอง เพื่อให้ได้คนดี มีความสามารถมาบริหารราชการ โดยทุกคนต้องเสียสละทำงานเพื่อส่วนรวมเท่านั้น ทั้งนี้ตนพร้อมจะร่วมมือทำงานกับทุกพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์และจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน”

@ข้างต้นเป็น “ปรากฎการณ์การเมือง” ครั้งสำคัญ สำหรับ บัญชีรายชื่อนายกฯจากสองพรรคการเมือง ไทยรักษาชาติ และ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในบทดำเนินถัดไปที่ล้วนขึ้นอยู่กับกลไกการเลือกตั้ง

@ที่ทั้งหมดทั้งมวลตามขั้นตอนถัดจากนี้เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ “คุณสมบัติ” ผู้ถูกเสนอชื่อและรวมถึงในรายละเอียดอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของ กกต. ซึ่งถัดไปจากนี้เหลือเวลาอีกราวเดือนเศษ วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. ก็จะเป็น อำนาจ-หน้าที่ ของ “ประชาชน” จะเป็น “ผู้ตัดสิน” ว่าจะเลือก “ผู้แทนราษฎร” จากพรรคไหนเข้าไปทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ และจะเลือกใครมาเป็นประมุขฝ่ายบริหารตามกลไกที่รัฐธรรมนูญกำหนด.

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close