ได้เวลาเลือกตั้ง?

@ถือเป็นการ “เบิกฤกษ์” เข้าสู่โซน “การเลือกตั้ง” อย่างเป็นทางการกับการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วประเทศตรงกับ “วันตรุษจีน” วันนี้ (4ก.พ.) เป็นวันแรกไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เรียกว่าหนนี้ เป็นการเปิดรับสมัครกันแบบที่เกร็งกันไปทุกฝ่าย กับข้อกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ ลงรายละเอียดการปฏิบัติทุกขั้นตอนอย่างรัดกุม แม้กระทั่งรูปแบบของกองเชียร์ที่มาเชียร์ก็มีกติกาเข้มชนิดต้องเชียร์เป็นเวลาและเชียร์ให้ถูกที่ถูกคนถูกเวลากันเลยทีเดียว

@โดย วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ ถือเป็นการรับสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ส.ส. ทั่วประเทศ ที่ ส.ส. แบบแบ่งเขต จะจัดรับสมัคร ตามสถานที่ที่ กกต. จัดให้รับสมัคร เช่น ที่ กทม. จัดที่ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ บัญชีนายกรัฐมนตรี แต่ละพรรคจะต้องไปยื่นที่ สำนักงาน กกต.ศูนย์ราชการ กรุงเทพ

@โดยครั้งนี้ ส.ส. ทั้งหมดจะมี 500 คน เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คนบัตรเลือกตั้งมีใบเดียว ให้ลงคะแนนเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต ตามหมายเลขที่จับได้ในวันรับสมัคร แต่ละเขต แต่ละพรรค จะมีเลขไม่เหมือนกัน ซึ่งตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ระบุให้ คะแนนจากผู้สมัคร แบ่งเขต จะเป็นคะแนนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะนำไปคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ (อ่าน :กติกาเส้นทางเลือกตั้ง62)

@สำหรับพรรคใหญ่ที่ถูกจับตาว่าจะเป็นพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาล อย่าง พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ เพือไทย ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนถึงวันเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ปรากฎภาพความชัดในการส่ง บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี โดยประชาธิปัตย์ส่ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หนึ่งเดียว เพื่อไทยมีชื่อของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และ “ชัยเกษม นิติสิริ” ส่วนพลังประชารัฐมีชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” และ “อุตตม สาวนายน”

@โดยในส่วนของ “พล.อ.ประยุทธ์” นั้นยังคงต้องรอการ “ตอบรับ” อย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ (1ก.พ.) มีการเปิดทำเนียบรับขบวนขันหมากจากพรรคพลังประชารัฐไปและ “พล.อ.ประยุทธ์” ขอเวลาตัดสินใจซึ่งมีเวลาไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. ที่จากแนวโน้มท่าที “นายกลุงตู่” ก็คงตัดสินใจลง “บัญชีรายชื่อนายกฯ” ของพลังประชารัฐ หลังจากที่ก่อนหน้าประกาศว่าจะเป็นนายกฯแบบบัญชีที่พรรคเสนอไม่เป็นแบบเสนอจากข้างนอก

@ที่แน่นอน สัญญาณที่ออกมาย่อมเป็นไปในทางที่หายฝ่ายประเมินนั่นคือ “ตกลง” ซึ่งทำให้เกิดกระแสกดดันตั้งแต่วันศุกร์ ที่ทำให้ ก่อนหน้าที่จะมีเทียบเชิญ “นายกลุงตู่” จากที่เก็บอารมณ์นิ่งๆมาพักใหญ่แล้ว กับ “องค์ลง” หลุดสบถ “เมิงลองมาไล่สิ” ออกมาระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อ จนโลกโซเชียลนำไปกระจายทวิตเตอร์แฮทแท็กสูงสุด กระทั่ง “ลุงตู่” ต้องแก้เกม ออกมาขอโทษที่สบถคำไม่สุภาพออกไป

@@เพราะอย่าลืมว่า พรรคพลังประชารัฐเอง หากไม่ได้ “นายกลุงตู่” มาชูโรง “นายกฯ” ก็ยิ่งไปกันใหญ่กับทิศทางของผลเลือกตั้ง ที่ฝ่ายการเมืองที่กลายเป็น “คู่แข่ง” ในสนามเลือกตั้งย่อมทราบ และพร้อมจะเป็นแรงลมหนุนกระแสกดดันให้ “นายกลุงตู่” ลาออก หากเมื่อถึงเวลา “พล.อ.ประยุทธ์” ตอบรับเป็น “นายกฯบัญชีรายชื่อ” ที่จะส่งผลถึง ความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง เมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังคงเป็น “นายกฯ” และ “หัวหน้า คสช.” ที่สามารถให้คุณให้โทษข้าราชการที่ดูการเลือกตั้ง ในระหว่างการเลือกตั้ง

@ถัดจากนี้ต้องติดตามว่านอกจากโฉมหน้าค่าตาผู้สมัคร ส.ส. ของแต่ละพรรค แล้ว ปัจจัยชี้วัดอีกตัวคือ “บัญชีชื่อนายกฯ” ที่จะออกมาอย่างเป็นทางการก่อนวันที่ 8 ก.พ. จะเป็นอย่างไร และหลังจากผลเลือกตั้งออกมา ตามที่นักวิชาการเตือนคือหากพลังประชารัฐทำท่าว่าจะคะแนนก้ำกึ่งว่าจะน้อยกว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจเป็นประชาธิปัตย์ หรือดูจะปริ่มๆเมื่อบวก 250 ส.ว. แล้ว หนทางข้างหน้าในการ “ไปต่อ” ของ “ลุงตู่” ก็ดูท่าจะเหนื่อยไม่น้อย.

 

ข่าวน่าสนใจ

Close