หนุมานคลุกฝุ่น

@ในจังหวะท่ามกลางเสียงบ่นก่นด่าไปยังการจัดการที่ล่าช้าไม่ชัดเจนไม่ถูกจุดของรัฐบาล และ กทม.จาก ”ผู้คน” ที่ชักไม่สนุก กับสถานการณ์ ”ฝุ่นพิษ” ตลบกลบเมือง บรรยากาศขมุกขมัวราวเขตอุตสาหกรรมหนัก จนล่าสุด กทม. ประกาศปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัยประกาศปิดการสอนชั่วคราว หลายกิจกรรมกลางแจ้งประกาศเลื่อนเพราะไม่มั่นใจ ทัวร์นักท่องเที่ยวก็เริ่มชะลอจะมาเที่ยว …ภาพทิศทางการเมืองของ ”นายกลุงตู่” และคณะ 4 รัฐมนตรี ก็ชัดเจน ว่าพร้อมลงไปเป็น ”หนุมานคลุกฝุ่น” เล่นการเมืองเต็มตัวแล้ว กับภาพการ ประกาศลาออกของ ”อุตตม สนธิรัตน์ สุวิทย์ และกอบศักดิ์” (29) ก่อนจะเดินหน้าการเมืองประชุมกรรมการบริหารพรรค (30) และเคาะสรุป ส่งผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมสรุปบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ที่มีชื่อไล่เรียงตั้งแต่ ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” “อุตตม สาวนายน” “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” โดยจะมีการไปทาบทามในวันพรุ่งนี้ (1ก.พ.) เพื่อสรุปทันการส่งผู้สมัคร 1-8 ก.พ. ตามคิวที่ กกต. กำหนด พร้อมถือโอกาสจัดอีเว้นท์เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพ 30 เขตเรียกว่า พอถอดหมวกปั๊บ 4 กุมาร ก็ลุยงานการเมืองเต็มตัวทันที

@ขณะที่ก็น่าสนใจในภาษากายที่ ”พล.อ.ประยุทธ์” แสดงผ่าน ภาพความพยามยามรีแล็กซ์ผ่อนคลายภาพ ”ผู้นำทหาร” ที่ยากเข้าถึง มาเป็นภาพ ”นักการเมือง” ที่ยอมให้ประชาชน และสื่อเข้าถึงอริยาบทเป็นกันเองกับภาพการแวะจิบกาแฟและพูดคุยกันแบบสบายๆ ในทุกเรื่องแม้แต่ประเด็นท่าทีความรู้สึกกับการเมืองที่รับว่าต้องปรับตัวอีกแยะโดยเฉพาะต้องอดทนมากกว่านี้ และก็รู้ว่าต้องโดนขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว เมื่อตัดสินใจลงการเมืองซึ่งก็พร้อมและไม่กลัวว่าจะเปลืองตัว ก่อน ”ส่งสัญญาณ” ค่อนข้างชัดถึงสเต็ปก้าวที่ อยู่ในห้วงรอขันหมากจากพรรคพลังประชารัฐและอีกหลายพรรคที่ติดต่อทาบทาม เรียกว่า ท่าทีของ ”นายกลุงตู่” ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเดินหน้าใส่เกียร์ห้าของ 4 กุมาร พรรคพลังประชารัฐ ถือ เป็นความชัดในจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางฝุ่นที่ขมุกขมัวใจกลางเมืองกันเลยทีเดียว โดยถัดจากนี้เมื่อมีการมาทาบทามหาก ”นายกฯลุงตู่” ตอบ ”ตกลง” ตามทิศทางที่ประกาศไว้ว่าจะ ”ไปต่อ” ในฐานะ ”นายกฯบัญชีรายชื่อ” เท่านั้น สิ่งที่จะติดตามมานอกจากการถูก ”คู่แข่ง” ต่างพรรคทวงถาม ”สปิริต” และ เรียกร้องถึงความ ”ได้เปรียบเสียเปรียบ” คือ การถูกจับจ้องทุกย่างก้าวในการทำหน้าที่ ”นายกรัฐมนตรี” ในรัฐบาล คสช. ที่ไมว่าจะขยับไปทางไหนทำหรือสั่งการอะไรก็ ”มีผลทางการเมือง” ทั้งสิ้น ที่ ”พล.อ.ประยุทธ์” ดูเหมือนจะทราบดี จากการที่สั่งการให้ ฝ่ายกฎหมาย ดูข้อปฏิบัติต่างๆรวมถึงการใช้สื่อ ออกรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทางโทรทัศน์ทุกช่องทุกวัน

@แต่ที่น่าสนใจ คือความที่ ”พล.อ.ประยุทธ์” ยังคง ”นายกรัฐมนตรี” ในรัฐบาลที่ยังมี ”อำนาจเต็ม” ในการสั่งการให้คุณให้โทษกับข้าราชการ ที่แตกต่างจาก ”รัฐบาลรักษาการ” หลังการ ”ยุบสภา” ของบรรดาฝ่ายการเมือง ที่มักได้เห็นภาพ ”สุญญากาศอำนาจ” ระหว่างก่อนการเลือกตั้ง ที่หนนี้ยิ่งหมวกอีกใบ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็น ”หัวหน้า คสช.” ที่จะอยู่ไปจนถึงมีรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งมีคณะรัฐมนตรี

@ เป็น “หัวหน้า คสช.” ที่มีอำนาจ สามารถสั่งการเป็นกฎหมายใช้บังคับให้คุณให้โทษได้ทันทียิ่งกว่ากฎหมายปกติ ดังได้เห็นจาก ”คำขู่” ใช้ม.44 ไปยังข้าราชการ ต่อกรณีการแก้ไขปัญหา ”ฝุ่นพิษ” ที่ยิ่งทอดเวลาความหวาดกลัวของประชาชนออกมามากเท่าไหร่ “รัฐบาล” ”พล.อ.ประยุทธ์ และ กทม.” ยิ่ง ”อันตราย” ในการตกเป็น ”จำเลยที่1และ2” ที่ทุกฝ่ายจะพุ่งเป้าไปหา โดยเฉพาะ ”ข้อครหา” ที่กำลังดังขึ้นทุกขณะตอนนี้กับกรณี ”ฝุ่นพิษ” คือการมองเรื่องนี้เป็นปัญหาวิกฤตระดับไหน มองภาพการแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่

@ซึ่งเคส ”ฝุ่นพิษ” นี้ควรต้องยอมรับว่า ถือเป็น ”ภัยพิบัติสาธารณะ” ที่ผู้ที่ต้อง ”แอ๊คชั่น” คือ ”รัฐบาล” คือ ต้องมีการประกาศใช้มาตรการอย่างเข้มงวดที่เอกชนประชาชนต้องให้ความร่วมมือ ยิ่งเมื่อ ”นายกลุงตู่” ตอนนี้ถือดาบ ”อำนาจ” ทั้งสองมือ คือ ”อำนาจนายกฯ” และ ”อำนาจหัวหน้า คสช.” ก็ยิ่งถูกคาดหวังการจัดการที่รวดเร็วเด็ดขาด ภายใต้ความเข้าใจในสภาพ

น่าสนใจยิ่งว่า กรณี ”ฝุ่นพิษ” ที่กำลังเกิดขึ้นเวลานี้ ทางหนึ่งถือเป็นการทำ ”ข้อสอบ” สำคัญสำหรับการ ”ไปต่อ” ทางการเมืองของ ”ว่าที่นายกฯ” และคณะ ที่เป็น ”เนื้อเดียวกัน” กับรัฐบาล คสช. ปัจจุบัน ที่หาก ”ตอบโจทย์” ทำ ”ข้อสอบ” ผ่านไปได้ก็ถือว่าการ ”คลุกฝุ่น” นี้คุ้มค่า และจะเป็น ”คุณ” กับหนทางการเมืองที่กำลังเข้าสู่โซนเลือกตั้ง แต่หาก ”ทำไม่ได้” ทำได้ช้า หรือทำได้ไม่ดี ทั้งที่มีอำนาจเต็มแบบยกกำลังสองอยู่ในมือ ก็จะเป็น ”โทษ” กับภาพและทิศทางการเมืองในการ ”ไปต่อ” ของ ”พล.อ.ประยุทธ์” อย่างแรงเช่นกัน.

 

 

 

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close