เลื่อนสุดจนสะดุด?

แม้จะทำท่าว่ามี “ความชัดเจน” จนน่าจะเป็นข้อสรุปในที่สุดได้ หลังการเลื่อนแล้วเลื่อนเล่า โดยทั้ง “นายกลุงตู่” และ “รองนายกลุงป้อม” ลงมาเล่นเองการันตีเอง ว่ายังไงการเลือกตั้งก็ต้องไม่เกินไปจากวันที่ 9 พ.ค. 62 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด 150 วัน และออกมาขยายภาพอธิบายความหมายประสา “มือกฎหมายรัฐบาล” โดย “อ.วิษณุ” ในที่สุด (17ม.ค.) หลังโยนไปโยนมากับ กกต. ว่า การเลือกตั้งที่ตรงในใจ น่าจะเป็นวันอาทิตย์ 24 มี.ค. 62 โดยอ้างว่า กกต. สามารถ “รับไหว” กับเวลาที่จะเหลือเพียง 45 วันในการจัดการให้การเลือกตั้งเสร็จสรรพไม่เกินเดตไลน์ 9 พ.ค. จากเดิมที่หากวันเลือกตั้งเป็น 10 มี.ค. ตามที่ “ม็อบคนอยากเลือกตั้ง” ออกมาเรียกร้อง กกต. จะมีเวลาจัดการเลือกตั้งแบบสบายๆ 60 วัน ส่วนวันที่ 17 มี.ค. นั้นมีรายงานว่ารัฐบาล คสช. ไม่อยากไปแตะเพื่อเลื่อนการสอบแกตแพตของเด็กๆ ออกไปอีกหลังถูกเลื่อนหนีมาจากวันที่ 24 ก.พ. จนถูกเด็กและผู้ปกครองบ่นไปยกใหญ่แล้ว

น่าสนใจว่า “แรงเสียดทาน” ที่ยิ่งนานวันยิ่งขยายวงกว้างแบบ “สร้างอารมณ์ร่วม” จากผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนการเลือกตั้ง ของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่แม้วันนี้ (18มี.ค.) ก็ยังยืนยันจะเคลื่อนไหวกดดัน รัฐบาล คสช. กกต. ให้ประกาศและดำเนินการอย่างชัดเจนกับการเลือกตั้งตามโรดแมป ที่ไม่ควรเลื่อนอีก ต่อไปตามนัดหมาย 19 ม.ค. โดยขยายกระจายไปยังหัวเมืองต่างจังหวัด จนทำให้ “บิ๊กแดง” ต้องออกมาปรามแรงๆถึง 2 รอบกับ “คนหน้าเดิม” ว่า “อย่าล้ำเส้น” เมื่อมีการพูดพาดพิงไปถึง “พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง” ที่เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ ที่รัฐบาลเป็นเพียงผู้รับพระราชทานนำมาประกาศ จนทำให้ “นายกลุงตู่” และ “รองนายกลุงป้อม” ต้องออกมาประกาศย้ำถึงการเลือกตั้งว่ามีแน่ไม่เกิน 9 พ.ค.แต่ที่น่าสนใจคือความบานปลายที่อาจจะเกิดขึ้นในจังหวะเร้ารุกจากภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะ “ม็อบอยากเลือกตั้ง” หรือ “ทักษิณ” ที่ประกาศแนวรบแบบ “เปิดหน้า” (14ม.ค.) ด้วย good monday เดิมท้าทายอำนาจรัฐบาลคสช.แบบ “โชว์เหนือ” ในประเด็นมอนิเตอร์เศรษฐกิจโลก ที่ทำท่าว่าจะถูกผูกโยงกลายมาป็นประเด็น “ความมั่นคง” ที่ทำท่าว่าจะ “ขยาย” ไปสู่ “เงื่อนไขใหม่” ที่ทำให้ต้องขยับเวลาออกไปตามเหตุเฉพาะหน้าอีกหรือไม่ในระยะถัดไป ที่ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้ง ที่ถูกเลื่อนมาแล้วหลายระลอกตั้งแต่ที่ยังไม่เข้าเงื่อนไขเวลาวันที่ 11 ธ.ค. ที่ พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ และมีการพูดถึงวันที่ 24 ก.พ. ขึ้นมาจากรัฐบาล คสช. นั้นเป็นประเด็น “ย้อนศร” ที่กลายเป็นการตั้งข้อสงสัยฝ่ายอำนาจมากมายที่อาจไม่แปลกว่าหนนี้แม้ยังไม่ประกาศบ่งชัดทางการ แต่ก็เหมือนบ่งชัดว่า“ดึงเช็ง” กันสุดๆ แล้วได้แค่นี้คือวันที่ 24 มี.ค. แต่ความเคลือบแคลงระแวงในฝ่ายเกี่ยวข้อง รัฐบาล คสช. กกต. ก็ยังทำให้หลายฝ่ายยังรั้งรอ

ยิ่งเมื่อพิจารณาดู “เงื่อนเวลาที่เหลือ” ที่ให้ 7 กกต. มือใหม่ ดำเนินการ “ให้เรียบร้อย” เพียง 45 วันก็ยิ่งแปร่งปร่าแบบ “น่าเป็นห่วง” ในความเสี่ยงหลังวันที่ 24 มี.ค. ที่มีการปิดหีบ 17:00 น. แล้ว ดังที่ “ที่ปรึกษารองนายกฝ่ายความมั่นคง” เตือนว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นอันเป็นธรรมดาหลังวันเลือกตั้งคือ-การคัดค้านการเลือกตั้ง-การออกใบเหลือง-ออกใบแดง-การจัดเลือกตั้งซ่อม – การประท้วงเลือกตั้ง ซึ่งน่าสนใจว่าสิ่งเหล่านี้ “น่าห่วง” เพราะจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม ที่อาจไปทับเขตงานพระราชพิธี ซึ่งจะมีการเริ่มงานตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2562 ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ที่ช่วงนั้นอาจจะมีการประท้วงเลือกตั้งกันขนาดไหน ไม่มีใครรู้ แต่จะบังควรหรือไม่ (อ่าน:ปัจจัยเสี่ยงกรอบเวลาวันเลือกตั้ง24มี.ค.?)

ทั้งหมดทั้งมวลน่าสนใจเช่นกันว่า อาการเลื่อนไปเรื่อยๆเราไม่เมื่อยเราไม่เหนื่อยของรัฐบาล คสช. ที่กุมทุกสภาพกลไกในองค์กรอิสระไม่แต่เฉพาะ กกต. ในจังหวะ “เปลี่ยนผ่านอำนาจ” ที่หนแรกที่ถูกวิจารณ์ถึง “ความยังไม่พร้อม” ในการปรับตัวสู่ “โหมดนักการเมือง” ของ “นายกลุงตู่” มาจนถึงล่าสุดกับสภาพการและสถานการณ์ที่กำลังปรากฎ เริ่มมีหลายคนย้อนกลับไปนึกถึงคำที่ “อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคยถูก คสช. ให้ฝ่ายนิติบัญญัตรีเซ็ตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ อ.บวรศักดิ์ เคยพูดไว้ว่า “เพราะเขาอยากอยู่ยาว”?

 

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close