รัฐบาลเฉพาะกาล?

หากจำ “อารมณ์” ช่วงก่อนปลายปี 2561 ได้ จะเห็นว่าบรรดาพรรคการเมืองนักการเมือง อยู่ใน ”โหมดเลือกตั้ง” เพราะด้วยความชัดเจนของ ”โรดแมป” ที่เดินมาสู่การเตรียมไปสู่การเลือกตั้ง หลัง จากที่ ประกาศใช้ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 11 ธ.ค. 61 แถมด้วยการ ”ปลดล็อกการเมือง” และการออกมาอธิบาย ”ไทม์ไลน์” ไปสู่การเลือกตั้งจาก ”รองนายกวิษณุ” ที่ทำให้แม้  “พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็ตกอยู่ในห้วงอารมณ์ “สนใจการเมือง” แสดงออกว่าเตรียมแต่งตัวรอ เพื่อมีเทียบเชิญไปนั่ง ”แคนดิเดตผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ” ของพรรค มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองมุ่งไปสู่การเลือกตั้งกันอย่างชัดเจน ที่รวมถึง “พรรคพลังประชารัฐ” ที่จัดโต๊ะจีนระดมทุน มีการเปิดตัวทีมงานกันอย่างยิ่งใหญ่

เรียกว่าอารมณ์ความรู้สึกเวลานั้น ประชาชนคนไทย รู้สึกอินไปกับ การติดตามความเคลื่อนไหวของแต่ละพรรคการเมืองใหญ่เล็ก ถึงขนาดมองไปถึง สูตรสมการตัวเลขการเมือง รัฐบาลผสม กันแล้ว โดยหลายคนจรดจ่อไปที่วันเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 24กุมภาพันธ์ ที่ รัฐบาล คสช.พูดย้ำตลอดว่าอย่างเร็วที่สุด โดยคาดกันว่าเปิดมาปีใหม่วันที่ 2 มกราคม จะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง จากนั้น กกต. จะประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน และประกาศวันรับสมัคร ซึ่งคาดการณ์ว่ากลางเดือนมกราคม ที่จะได้ทราบว่าใครถูกเสนอชื่อเป็น นายกฯของแต่ละพรรค

แต่ปรากฏว่า เปิดทำการ พ.ศ. ใหม่ 2562 มา ได้ไม่กี่วัน กำหนดวัน การเลือกตั้ง ที่ “ชัดเจน” ข้ามปี ก็กลายเป็น ”ไม่ชัดเจน” และคลุมเครือ แบบคนละเรื่องเดียวกัน จากการออกมาแถลงถึง “ความจำเป็น” ของรัฐบาล ที่ต้องคำนึงถึงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4-6 พ.ค. 62 ซึ่งทำให้วันเลือกตั้งอาจต้องขยับออกไปอีก 1 เดือนโดยไปตกที่วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. กระทั่งเกิดเสียงเตือนจากอดีต กกต. ”สมชัย ศรีสุทธิยากร” ไปยัง กกต. ให้ระวังจะกลายเป็น ”แพะรับบาป” แทนรัฐบาลคสช. ต้องรับผิดทั้งแพ่งและอาญา หากการเลือกตั้งที่เลื่อนไปในวันดังกล่าว จนถูกร้องต่อศาล รธน. ว่าเกินไปจากที่รัฐธรรมนูญกำหนดใน ม.268 ที่กำหนดกรอบเวลาให้จัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน ซึ่งนับจาก 11 ธ.ค. ถึง 9 พ.ค. 62 ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็น ”โมฆะ”

ที่ไม่แปลกว่า ทิศทางที่จะไปสู่การเป็นโมฆะของการเลือกตั้ง ถูกมองอย่างระแวง ว่า จะเป็นเหตุให้ รัฐบาล คสช. ”อยู่ต่อ” ในอำนาจไปได้อีกยาวไม่มีกำหนด หรือ หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณายาวนาน อาจไม่มีการเลือกตั้งใหม่ในปีนี้ หรือหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะมีการเลือกตั้งใหม่อีกเมื่อไร ไม่มีใครทราบได้ เพราะบทเฉพาะกาลไม่มีกำหนดเงื่อนเวลาในสถานการณ์นี้

สถานการณ์แบบที่ วันเลือกตั้งไม่ชัดเจน ทำให้ เกิดการเคลื่อนไหวของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ออกมาเรียกร้อง ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น มีการไปรวมตัวชุมนุมของกลุ่มเคลื่อนไหว แถลงการณ์ที่แยกราชประสงค์และอีกหลายพื้นที่ เมื่อวานนี้ (8ม.ค.) ขู่หาก เลื่อนเลือกตั้ง หลัง 10 มีนาคม อาจถึงขั้น ล้มเลือกตั้ง ขณะที่มีรายงานข่าวว่า อาจพบกันครึ่งทาง ให้ กกต. ไม่เสี่ยงถูกฟ้องที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้ตามกรอบ 150 วันตามกฏหมาย ที่ กกต. ต้องประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส. ภายใน 60 วัน หากเลือกตั้ง 10 มีนาคม ก็จะอยู่ในกรอบ วันที่ 9 พ.ค. พอดี

และแม้ว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่าประกาศผลหลัง 150 วันได้ ไม่เกี่ยวกัน เช่นเดียวกับ ประธาน สนช. และ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ บางท่าน ก็ออกมายืนยันว่า “ทำได้” ทำให้มีการมองถึงความเป็นไปได้ในทางออก ว่าเพื่อไม่ให้กระทบกับทุกฝ่าย ถ้าจัดการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ให้ กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง ภายใน 9 พ.ค. ซึ่งจะหมายถึง ภายใน 45 วันยังอยู่ใน 60 วันที่ต้องประกาศผลหลังวันเลือกตั้ง และ 150 วันที่ต้องจัดการเลือกตั้งนับแต่ พรป.เลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้

กระนั้น ในจังหวะความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ก็มี ”สัญญาณ” ปรากฏในท่วงทำนองที่ถูกตั้งคำถาม หรือ การเลือกตั้งจะเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนด ไม่ว่าจะเป็น การรอพระราชกฤษฏีกาเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพระราชอำนาจ ยังไม่ได้โปรดเกล้าลงมา ทำให้ กกต. ไม่สามารถประกาศวันเลือกตั้งได้ การออกหนังสือแจ้งระงับการเตรียมเลือกตั้งของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย (7ม.ค.) การแจ้งยกเลิกหมายการแถลงนโยบายของพรรคพลังประชารัฐออกไปแบบไม่มีกำหนดโดยอ้าง ”พายุปาบึก” (6ม.ค.) ที่ไม่นับรวมถึงกระแสข่าวบางพรรคการเมืองชะลอการปล่อยหัวจ่าย เพราะรับสัญญาณ จากข่าวลือการพูดถึง “รัฐบาลเฉพาะกาล” ที่ “พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ” เคยเสนอไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว ยิ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มีข้อเสนอคล้ายๆกันจาก ”ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์” ที่เห็นว่ายังไม่ควรมีเลือกตั้งในช่วงก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (อ่าน :ส่องแนวคิด “รัฐบาลเฉพาะกาลบิ๊กจิ๋ว”)

กระนั้น บางฝ่าย โดยเฉพาะผู้คนในรัฐบาล คสช. ยังเชื่อว่าในสภาพการขณะนี้หากไม่อึมครึม หรือบานปลายมากจนกลายเป็น ”เงื่อนไขพิเศษ” สูตรข้อเสนอ ”รัฐบาลเฉพาะกาล” ก็จะไม่เกิดขึ้น และน่าจะมีการเลือกตั้งตามกรอบเวลาในรัฐธรรมนูญ 150 วัน โดยเมื่อ พระราชกฤษฏีกาโปรดเกล้าลงมาเมื่อไหร่ กกต. จึงจะกำหนดวันเลือกตั้งได้ ซึ่งจะไม่เกินไปจากวันที่ 8 พ.ค.

ทั้งหมดทั้งมวลต้องติดตามต่อว่า “สัญญาณ” เปลี่ยนอารมณ์ ชะงักงันรั้งรอ จะเป็นเพียงแค่เหตุผลสำคัญดังที่ รัฐบาล คสช. ว่าไว้ หรือมากไปกว่า ด้วยเหตุปัจจัยการประเมินผลที่จะออกมาหลังเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปจากที่คิดและประเมินไว้ หรือมากไปกว่าในระดับที่กลายเป็น ”เงื่อนไข” ให้ทุกอย่างพร้อมเปลี่ยนแปลงไปจากเป้าหมายเดิมที่ถูกจัดวางไว้

 

ข่าวน่าสนใจ

Close