เลื่อนจนพร้อม?

น่าสนใจกับ “ปฏิกิริยา” และ “สัญญาณ” การเลื่อนการเลือกตั้งที่ส่งผ่านออกมาจากรัฐบาล คสช. ชัดเจนขึ้นทุกขณะคู่ขนานไปกับอาการเคลื่อนขยับของ “กลุ่มเคลื่อนไหว” ฝ่ายปฏิปักษ์ตรงข้ามอำนาจรัฐอย่าง “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” และอีกหลายกลุ่มที่ออกมา “จับไต๋” ท้วงติง ความพยายามประวิงเวลาลากยาวต่อ.. แม้จะเกิดภาพการ “โยนกลอง” กันไปมาของ รัฐบาลคสช.กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีหน้าที่กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมาก็ตาม

โดยล่าสุด (7ม.ค.) มีการออกข่าวเปิดภาพหนังสือสั่งการด่วน จากกรมการปกครอง มีคำสั่งยกเลิกแผนเตรียมการเลือกตั้ง ที่เคยสั่งการแล้ว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงโดยอ้างว่า กกต. ได้ประสานงานมาว่า ราชกิจจานุเบกษายังไม่ได้ประกาศ พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป! โดยหนังสือนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งที่ เป็นเรื่องสำคัญมาก และที่ระบุว่าเรื่องนี้เกิดจากการประสานงานมาจาก กกต. ทั้งที่ การขอรับพระราชทานพระราชกิจฎีกาไม่ใช่หน้าที่ของ กกต.

นอกจากนี้ข่าวยังระบุว่า เพราะ ราชกิจจานุเบกษายังไม่ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ทำให้น่าสนใจว่า มีการทูลเกล้าพระราชฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป แล้วหรือไม่? และได้ตราพระราชฎีกาแล้วหรือ? เพราะข้อความจากเอกสารทำให้เข้าใจได้ว่า มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว แต่ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าเช่นนั้นใครไม่นำลงประกาศ?

ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถ้าข่าวนี้เป็นความจริง ก็แสดงว่าไม่มีการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เพราะเมื่อคำนวณเวลาตามที่กฎหมายกำหนดขั้นตอนต่างๆจากวันนี้ไป ก็ไม่พอที่จะเตรียมการเลือกตั้งแล้ว!!ซึ่งทำให้หลายฝ่ายจับตาว่ารัฐบาลจะขอพระราชทานพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อใดจากเดิมคาดหมายว่าจะมี “พระราชกฤษฎีกา” วันที่ 2 ม.ค. 62

ที่ควรทราบว่า รัฐบาล “มีหน้าที่” ในการ “ขอรับพระราชทาน” พระราชกฤษฎีกา เพราะเป็น “พระราชอํานาจ” ของพระมหากษัตริย์ ที่จะ “ทรงตราพระราชกฤษฎีกา” และเป็นพระราชอำนาจที่เด็ดขาด! ทำให้มี “คำเตือน” จากหลายฝ่ายว่า ไม่บังควรที่จะอ้าง “กําหนดการเลือกตั้ง” ไปเกี่ยวข้องกับ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก”

เพราะพระราชพิธีเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักพระราชวังซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามกฎหมายที่ตราใหม่แล้ว และ “การขอรับพระราชทานพระราชกฤษฎีกา” ให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วน “การออกประกาศกำหนดการเลือกตั้ง” และการรับสมัคร ตลอดจนการจัดการเลือกตั้งเป็นอํานาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ ซึ่งจะประกาศได้ก็ต่อเมื่อมี “พระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งทั่วไป” แล้ว

น่าสนใจว่า แม้กระนั้นในโหมด “การเมือง” ที่ปรากฎ นอกจากประเด็นความไม่ต้องการให้เกิดการไป “ซ้อนทับ” กำหนดการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกระหว่างช่วงวันที่ 4-5-6 พฤษภาคม 2562 แบบ 15 หน้า 15 หลัง อันเป็น “เหตุผลหลัก” ของรัฐบาลในการขยับวันเลือกตั้งออกไปเป็น 24 มีนาคม 2562 ขณะที่ กกต. ก็ยังก้ำกึ่งอาการ “เพลย์เซฟ” ที่วันที่ 10 หรือ 17 มี.ค. 62 แล้ว..ยังมีประเด็นอื่นที่ถูกมองไปถึง “ความไม่พร้อม” โดยฝ่าย “ผู้เล่น” ที่ยังสวมหมวกเป็น “กรรมการ” ข้ามปี อีกหรือไม่ ?

โดยเฉพาะความไม่พร้อมที่นำมาซึ่ง “อาการลังเล” กันแบบข้ามปีที่จะประกาศชัดๆของ “นายกลุงตู่” ในการกระโจนลงสู่การเมืองแบบภาคปฏิบัติ ตามเทียบเชิญ “บัญชีชื่อนายก” ของพรรคกันเองโดย “คนกันเอง” ..ในท่ามกลางข่าว “กิ้งกือตกท่อ” กรณี “4รัฐมนตรี” โดยเฉพาะในรายของ “อุตตม” ที่ส่อแววมีปัญหา “คุณสมบัติ” การเป็นหัวหน้าพรรค ที่อาจถูกขยายจนกระทบไปถึงสถานะของ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่ อุตส่าห์เปิดตัวกันมาเป็นอย่างดีหรือไม่…

น่าสนใจในบรรทัดถัดไปว่านอกจาก “สัญญาณ” เลื่อนเลือกตั้งที่จะขยับออกมาชัดเจนที่กำลังอยู่ให้ห้วงจังหวะ ว่าจะแบบ “สั้น” หรือ “ยาว” ใน “กรอบเวลา” ตามรัฐธรรมนูญข้างต้น รวมถึงการขึ้นอยู่กับวันประกาศพระราชกฤษฎีกา ภายใต้ข้อถกเถียงการจัดเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ที่ต้องแล้วเสร็จภายใน 150 วัน หรือรวมอีก 60 วัน ในการรับรองผลการเลือกตั้ง ที่ “วิษณุ เครืองาม” รับว่ายังไม่มีใครชี้ชัดแต่ก็พร้อมจะ “เพลย์เซฟ” ตามวันที่ กกต. เสนอ หาก กกต. มั่นใจว่าจัดการทั้งหมดได้ทัน..(อ่าน : ส่องข้อกังวลกม.ทำไมต้องกกต.”เพลย์เซฟ”)

ดังนั้นจึงน่าสนใจว่าจาก “เจตนา” การเลื่อนหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านภาพ “ความยังไม่พร้อม” ด้วยเหตุผลมากมาย อันนำมาสู่ข้อคลางแคลงหวาดระแวง “การอยู่ต่อ” โดย “วิธีการอื่น” อันนำมาซึ่งปฏิกริยาเคลื่อนไหวคัดค้านจากกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆจึงพึงควรระวัง “ปัจจัยเหตุอื่น” ที่อาจแทรกซ้อนใน ท่วงทำนองความขัดแย้งอันหมายถึงการนำไปสู่ภาวะ ที่ยังมิอาจหลุดพ้นไปจาก “โหมดความมั่นคง” ของฝ่ายอำนาจปัจจุบันได้นั่นเอง.

ข่าวน่าสนใจ

Close