เข้าวินตามโรดแมป?

หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ ที่ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี อธิบายไว้กับพรรคการเมืองว่าหลังประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งอันเท่ากับ ”ปลดล็อก” ให้พรรคเริ่มหาเสียงได้อย่างเป็นทางการ…ถัดไปตั้งแต่พรุ่งนี้ 4 ม.ค. 62 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส.,จำนวนส.ส., จำนวนส.ส.แต่ละจังหวัด เขตเลือกตั้ง สถานที่รับสมัครแบบบัญชีรายชื่อ …

จากนั้นพรรคการเมืองต่างๆ จะไปเตรียมตัว โดยระหว่าง วันที่ 14-18 ม.ค. 62 จะมีการเปิดรับสมัคร ส.ส. และพรรคต้องแจ้งชื่อผู้ที่พรรคจะเสนอเป็น ”แคนดิเดตนายก” 3 รายชื่อ ให้ กกต. ประกาศต่อสาธารณะ จากนั้น วันที่ 25 ม.ค.62 จะมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อของทุกพรรค…

ทั้งนี้หากกลับไปไล่เรียง กระบวนการจัดการของกกต.ที่เขียนกรอบอยู่ใน พรป.เลือกตั้งส.ส. ตามมาตรา 12 ที่กำหนดไว้ว่า ภายใน 5 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใช้บังคับ ให้กกต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง คือ 1.กำหนดวันเลือกตั้ง 2.กำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยเริ่มรับสมัครไม่เกิน 25 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใช้บังคับ 3.จำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี 4.กำหนดสถานที่ที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ

และที่น่าสนใจอีกคือ มาตรา 15 กรณีมีเหตุจำเป็นอันมิอาจเลี่ยงได้เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปพร้อมกันทั่วราชอาณาจักรตามวันที่ กกต. ประกาศกำหนด และ กกต. มีมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ว่าการดำเนินการเลือกตั้งต่อไปตามกำหนดวันเดิมจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือเรียบร้อย กกต. จะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ก็ได้ แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่เหตุดังกล่าวสิ้นสุดลง

ส่วนการจัดการเลือกตั้ง มาตรา 26 บัญญัติให้กกต.ดำเนินการกำหนดจำนวน ส.ส. ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้งตามวิธีการ คือ
1.ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสส. 350 คน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวนราษฎรต่อ ส.ส. 1 คน
2.จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อ ส.ส. 1 คนตามข้อ 1 ให้มี ส.ส. ในจังหวัดนั้นได้ 1 คน โดยให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
3.จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อ ส.ส. 1 คน ให้มีสส.ในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีก1คนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิก 1 คน
4.เมื่อได้จำนวนสส.ของแต่ละจังหวัดตามข้อ 2 และ 3 แล้ว ถ้าจำนวน ส.ส. ยังไม่ครบ 350 คน จังหวัดใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตามข้อ 3 มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมี ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 1 คน และให้เพิ่ม ส.ส.ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน 350 คน
5.จังหวัดใดมีการเลือกตั้ง ส.ส.ได้เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวน ส.ส.ที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน

ขณะที่ หันมาดู การหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.และพรรคการเมืองได้มีการกำหนดเงื่อนไขบางประการเอาไว้ เช่น มาตรา 71 ห้ามโฆษณาหาเสียงทางวิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามที่ กกต. กำหนด มาตรา 72 การหาเสียงสามารถดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามที่ กกต. กำหนด แต่ห้ามไม่ให้ผู้ใดหาเสียงภายใน 3 วันก่อนวันเลือกตั้ง

นอกจากนี้ มาตรา 75 กำหนดห้ามไม่ให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส. ด้วยวิธีไม่ว่าจะเป็นให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดอีกด้วย และหากเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ขีดเส้นวันเลือกตั้งไว้ที่ 24 ก.พ. เช่นเดิม โดยไม่มีสถานการณ์ใดแทรกซ้อน วันที่ 4-16 ก.พ. 62 จะเป็นวันลงคะแนนนอกราชอาณาจักร 562
17ก.พ.62 วันลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 วันเลือกตั้งทั่วไปจ
จากนั้น 24 เม.ย. 62 กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง
จากนั้น 8 พ.ค.62 ในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา
8 พ.ค ภายใน พ.ค. 62 เลือกประธานสภา เลือกนายกฯ แต่งตั้ง ครม.
ภายใน พ.ค. 62 ครม. ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณตน เป็นผลให้ ครม. และ คสช. พ้นจากอำนาจ
ที่ในประเด็นนี้ รัฐบาล คสช. โดย ”อ.วิษณุ” ระบุว่า ได้หารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุดเดิม คณะกรรมการกฤษฎีกา และ กกต. ยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะไม่อยู่ในสถานภาพ “รัฐบาลรักษาการ” เนื่องจากไม่เข้าตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้ ”รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สิ้นสุด และต่อไปก็ไม่สิ้นสุด ดังนั้นแม้จะเข้าโหมดเลือกตั้ง และเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว ครม. ชุดนี้ก็ไม่ใช่รักษาการ” ซึ่ง รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ ครม.ชุดนี้ เป็น ครม. ต่อไปจนถึงวันที่ ครม. ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อถึงวันนั้น ครม. และ คสช. จะสิ้นสุดลงพร้อมกัน

แต่ที่น่าต้องติดตามคือระหว่างรายทางของการเปิดให้มีการหาเสียง และช่วงการหาเสียงของบรรดาพรรคการเมืองต่างๆในระหว่างที่มีรัฐบาล คสช. บริหารต่างหาก เพราะต้องไม่ลืมว่าภาพร่างความเป็นมาเป็นไปของ ”พรรคพลังประชารัฐ” เป็นเงาภาพเดียวกันกับ รัฐบาล คสช. และเป็นภาพเดียวกับ ”พล.อ.ประยุทธ์” ทั้งใน ”เจตจำนง” ตั้งแต่ ”รัฐธรรมนูญ” และรายละเอียดในกระบวนการสืบทอดไปต่อ ถึงขนาดที่ ”สมศักดิ์ เทพสุทิน” บอกว่าดีไซน์มาเพื่อ ”พวกเรา” หรือที่ว่าภาษาการเมือง บอกว่า หากเหมือนแทงไฮโลเปิดฝาว่า “พรรคพลังประชารัฐ” ที่สนับสนุน ”พล.อ.ประยุทธ” เป็นนายกฯจะเข้าวินตามแผนโรดแมปที่วางไว้ ส่วนถัดไปจากนั้นว่า ”พล.อ.ประยุทธ” จะไปต่อ และยืนระยะต่อได้โดยไม่ช้ำขนาดไหนค่อยว่ากันอีกยกก็เท่านั้น!!!

ข่าวน่าสนใจ

Close