ปัจจัยแทรกซ้อนก่อนลต.?

หากเป็นไปตาม ”ไทม์ไลน์” ที่ ”อ.วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ว่าไว้กับบรรดาพรรคการเมือง (7ธ.ค.61) ว่า เมื่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ครม. จะพิจารณาร่าง พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ. ให้มีการเลือกตั้งแล้ว กกต. จะออกประกาศวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร และจำนวน ส.ส. เขต ภายใน 5 วันนับจากประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง

โดยหลังจากมีการประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง คสช.จะปลดล็อกทางการเมืองให้พรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ โดยในช่วงเดือนมกราคม 2562 จะมีการเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.-ต้องยื่นรายชื่อนายกรัฐมนตรีในบัญชี ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปลดล็อกพรรคการเมืองธันวาคม 2561 ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 มกราคม 2562 เพื่อให้พรรคการเมืองเริ่มหาเสียงได้ …ซึ่งสอดรับกับ ”พุทธิพงษ์ ปุนณกันต์” โฆษกรัฐบาล บอกว่า “คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้ง พ.ศ. …เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา คาดว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จะประกาศในวันที่ 2 มกราคม 2562 ถ้า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมาในวันดังกล่าว พรรคการเมืองจะสามารถหาเสียงได้ทันที”.

นั่นก็หมายความว่า นอกจากในวันนี้ (2ม.ค.62) การหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ จะต้องแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะคอยตรวจสอบตามที่มีการคุยกับ กกต. พรรคการเมือง วันที่ 19 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมาแล้ว ยังถือเป็นจุดสตาร์ทไปสู่ไทม์ไลน์แรกของปีใหม่ กับกระบวนการเลือกตั้ง ส.ส.

น่าสนใจ คือกระบวนการที่จะ คู่ขนานกันไปคือ ปีกของ ”สภาสูง” วุฒิสภาฯ ที่วันนี้ (2 ม.ค.) กกต. จะทำการส่งรายชื่อผู้เข้ารอบ ส.ว. 200 ให้กับ คสช. ไปคัดเลือก 50 คน + สำรอง 50 คน หลังจากที่ ระหว่างวันที่ 16-27 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา กกต. ได้ทำการคัดเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ และ คสช.ได้ตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. จำนวน 9-12 รายขึ้นมาทำการพิจารณารายชื่อ โดยมีกำหนดต้องส่งรายชื่อผู้เข้ารอบ ส.ว. 400 คน ให้ คสช. คัดเหลือ 194 คน + สำรอง 50 คน ซึ่งมีตามตำแหน่งแล้ว 6 คน ได้แก่ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม โดยต้องส่งในวันที่ 9 ก.พ. 62

จากนั้น คสช. พิจารณา ส.ว. 50 คน (ตามที่ กกต. สรรหา) + 194 คน (คสช. คัดเลือก) + 6 คน (เป็นโดยตำแหน่ง) เสร็จ และนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ภายในวันที่ 27 เม.ย. 2562 หลังจากนั้นรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน  ซึ่งจะเป็นช่วงหลังวันประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.มาแล้ว 3 วัน โดยคำนวณจากวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 ที่จะประกาศผลภายใน 60 วัน คือวันที่ 24 เม.ย. 62

ทั้งนี้ในส่วนของ ส.ว.ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในกระบวนการปกตินั้น วันที่ 15 ก.พ. 2562 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะต้องหยุดพิจารณากฎหมายทุกอย่าง หากยังมีร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณา ต้องรอให้มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และ ส.ส. กับ ส.ว. ชุดใหม่มาดำเนินการ

โดยตามที่ “อ.วิษณุ” อธิบายไว้กับพรรคการเมือง ยังลงรายละเอียดว่า ถัดจากวันนี้ ไปในวันที่ 4 ม.ค.62 กกต.จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครส.ส.,จำนวนส.ส., จำนวนส.ส.แต่ละจังหวัด เขตเลือกตั้ง สถานที่รับสมัครแบบบัญชีรายชื่อ  จากนั้นพรรคการเมืองต่างๆจะไปเตรียมตัว โดยระหว่าง วันที่ 14-18ม.ค.62 จะมีการเปิดรับสมัคส.ส. และพรรคต้องแจ้งชื่อผู้ที่พรรคจะเสนอเป็น”แคนดิเดตนายก” 3 รายชื่อ ให้กกต.ประกาศต่อสาธารณะ จากนั้น วันที่ 25 ม.ค.62 จะมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อของทุกพรรค..

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเลือกตั้งหนนี้ ในด้านหนึ่งก็ยังน่าจับตาถึง”ความปกติ”ที่”ไม่ปกติ”ไม่แต่ จุดความ”ได้เปรียบ-เสียเปรียบ”หรืออาจถึงขั้น”เอาเปรียบ”ระหว่าง”ผู้เล่น”ที่ยังสวมบท”กรรมการ”กับ”ผู้เล่น”ที่อยู่คนละขั้วข้าง.. หากแต่เป็นเรื่อง ”ปัจจัยแทรกซ้อน” ในภาวะ “อำนาจคสช.” ที่ยังคงอยู่ไปจนกว่าจะส่งไม้ต่อ ครม.ชุดใหม่หลังเลือกตั้ง ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเส้นทาง ”การเลือกตั้ง” กรณีหากไม่เป็นไปตาม ”โมเดลการเมือง” ที่วางไว้

ที่ทั้งหลายทั้งปวง ถูกมองไปถึง ”ความสัมพันธ์” กับ ภาพการ “ดีไซน์” ระบบการเลือกตั้งใหม่ เป็นแบบ“จัดสรรปันส่วนผสม” ใช้บัตรใบเดียวเลือกตั้ง ส.ส. 2 ระบบ โดยการนับ ทุกคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง ส.ส. 350 เขต ก่อนนำไปหาคะแนนที่พึงมี และคะแนนสำหรับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่สรุปแล้ว วิธี “การเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม  ถูก “ออกแบบ” มาเพื่อสกัดกั้น ไม่ให้พรรคการเมืองใดได้รับเลือกตั้ง ส.ส. เกินกึ่งหนึ่ง หรือ 250 ที่นั่ง จาก 500 ที่นั่ง ขณะที่ในทางกลับกัน พรรคการเมืองฝ่ายอำนาจคสช.ถูกมองว่าเตรียมแผนไว้ ”สองก๊อก” โดย ”โฟกัส” ไปที่เก้าอี้ ”นายกฯ” ก่อนการจับรวมพรรคการเมือง โดย ”ก๊อกแรก” หากจะประเมินจากยอดรวม พรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุน คสชได้เสียงรวมกันไม่ถึง กึ่งหนึ่งหรือ 250 คน จึงไปที่ก๊อกสอง” ในการใช้250 ส.ว. เข้ามามีส่วนร่วมกับ ส.. 500 คน ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี 

โดยในแผนก๊อกแรกนั้น จะประเมินจากผลสัมฤทธิ์ของ ”สมศักดิ์-สุริยะ” ว่าจะนำพลังประชารัฐ ทำแต้มตามแรงดูดได้ตามโพลที่สำรวจไว้ 150 ที่จะไปผนวกรวมกับพรรคตัวแปรพรรคอะไหล่ทั้งกลาง-ใหญ่ ได้เกินครึ่งคือ 250 หรือไม่

ที่ในกระบวนเหล่านี้หากไม่สัมฤทธิ์ในทิศทาง ก็อาจเหตุเกิดปัญหาทางเทคนิคที่จะโยงไปสู่ปัญหาการจัดการอันขลุกขลักที่ร้ายแรงสุดคือส่งผลให้โรดแม็ปเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ตั้งไว้ จะเกิดความไม่แน่นอนอีกขึ้นหรือไม่?

ข่าวน่าสนใจ

Close