เคาท์ดาวน์รัฐบาล คสช.?

ขณะที่ห้วงเวลานับถอยหลังเคาน์ดาวน์อีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้านี้ก็จะหมดปี สำหรับ ”ปีจอ” หมาดุ 2561 สู่ปีกุน ”หมูป่า” 2562 ที่ตามคำทำนายของบรรดาโหราพยากรณ์ …บอกว่าปี 2562 สถานการณ์การเมืองบ้านเราและต่างประเทศ ยังคงสับสนอลหม่านด้วย “ความขัดแย้ง” เกือบทุกมิติ การเมือง-เศษฐกิจ-ปากท้อง และภัยธรรมชาติ

โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น รัฐบาล ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ยังคงเป็น ”รัฐบาลปกติ”หาใช่ ”รัฐบาลรักษาการ” อย่างเช่นภาวะปกติ แม้ จะเข้าสู่โซนเลือกตั้ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลบังคับใช้แล้ว และมีการปลดล็อกการเมือง 11 ธ.ค. 61 ทีต้องนับต่อ 150 วัน ให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง อย่างเร็วที่กำหนดไว้ 24 ก.พ. อย่างช้าสุด 5 พ.ค. 62 ตามที่ ”วิษณุ เครืองาม” ว่าไว้คือ ”รัฐบาล คสช. ยังมีอำนาจเต็มไม่ได้เป็นรัฐบาลรักษาการ เนื่องจาก ตามรัฐธรรมนูญกำหนดเงื่อนไขการเป็นรัฐบาลรักษาการก็ต่อเมื่อ นายกรัฐมนตรีสิ้นสภาพ เช่น ตาย ลาออก ครม. จึงต้องพ้นไปด้วยครม. พร้อมใจลาออก มีการยุบสภา รัฐบาลอยู่จนครบวาระ 4 ปี และตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 60 รัฐบาลปัจจุบันจะทำงานแม้การเลือกตั้งจะเสร็จสิ้นจนผ่านพ้นไปแล้ว โดยจะยังมีอำนาจเต็มจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณรับหน้าที่ ซึ่งในวันนั้นสถานภาพของ ครม. และ คสช. จึงจะสิ้นสุดลง”

เป็นรัฐบาล คสช. ที่ ”พล.อ.ประยุทธ์” เองแสดงท่าทีชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2561 ที่ผ่านมาแล้วว่า สนใจการเมือง เป็นทหารที่เป็นนักการเมือง และเป็นนักการเมืองเต็มตัว และ มีข่าวแต่ต้นตั้งแต่มีการตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยมี ”สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ผองเพื่อนและลูกศิษย์เป็นผู้ก่อร่างสร้างรูป บวกกับฝ่ายการเมืองอย่าง ”กลุ่มสามมิตร” ของ ”สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และ ”สมศักดิ์ เทพสุทิน” ที่ปฏิบัติการดูด เหล่าบรรดานักการเมืองจากป้อมค่ายการเมืองพรรคใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ เข้ามามากมาย หรือแม้กระทั่งการร่วมเป็นหลังอีกแรงของ ”กลุ่มบ้านริมน้ำ” ของ ”สุชาติ ตันเจริญ” เป็น ”รัฐบาลลุงตู่” ที่หากนับสิริรวมอายุตั้งแต่การเข้ายึดอำนาจจาก ”รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ตั้งแต่วันที่ ”ลุงตู่” ยังเป็น ”ผบ.ทบ.” ที่สั่ง ”ทุบโต๊ะ” ปิดประตูตีแมวนักการเมืองเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 มาจนบัดนี้ ก็กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 5 ในเดือน พ.ค. 62 แล้ว ที่ด้วยสภาพการที่ทุกอย่างต้องดำเนินไปสู่กระบวนการ ทำให้ คสช. ต้องคลายตัวจาก ”อำนาจการเมือง” แม้โดย ”ภาพรวม” จะถูกวิจารณ์ 5 ปีที่ผ่านมาเอาเข้าจริง โดยเป้าประสงค์หลักที่เข้ามาเพื่อ ”ปฎิรูปการเมือง” เปลี่ยนการเมืองให้ไร้ความขัดแย้งกัน อันเนื่องจากผลกระทบที่รุนแรงในห้วง10ปีที่ผ่านมา

เป็นห้วงกว่าสิบปี ที่ต้องไม่ลืมว่า ครั้งกระโน้น มีการเคลื่อนมวลชน”พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ”ออกมา” ขับไล่รัฐบาล ”ทักษิณ ชินวัตร” ที่ครั้งนั้นเป็น ”พรรคไทยรักไทย” ในปี 2548 จน ฝ่ายกองทัพ นำโดย “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” ผบ.ทบ.ออกมาทำรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 และมีการตั้ง ”รัฐบาลขิงแก่” ของ ”พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์” นายกรัฐมนตรี ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ที่มีพรรคพลังประชาชนซึ่งถูกตั้งมาแทน ”ไทยรักไทย” ชนะการเลือกตั้ง มาเป็น ”รัฐบาล” มี ”สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกฯ กระทั่ง ”สมัคร” พลาดถูกกดดันจาก ”ชิมไปบ่นไป” หลุดจากเก้าอี้ ”นายกฯ” จนมีการส่ง ”สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เข้ามาเป็นนายกฯแทนแต่ก็อยู่ได้สั้นๆ ถูกกดดันจากมวลชนและกองทัพจนต้องหลุดเก้าอี้นายกฯแถมพรรคพลังประชาชนก็ประสบชะตากรรม ”ถูกยุบ” เช่น ”ไทยรักไทย” จนตั้งหัวใหม่เป็น ”พรรคเพื่อไทย” เข้ามาเล่นและชนะเลือกตั้ง ชูน้องสาว ”ทักษิณ” ”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกห้วงปี2554 ที่ ”ยิ่งลักษณ์” ก็เผชิญชะตากรรมไม่ต่างจาก ”พี่ชาย” คือโดนม็อบ ”มวลมหาประชาชน” กปปส.ของ ”ลุงกำนัน” ออกมาขับไล่ในปี 2556 ใส่พานสถานการณ์ให้ กองทัพที่นำโดย ”พล.อ.ประยุทธ” แม่ทัพบก ออกมาทำการ รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 และตั้งรัฐบาล ที่มี ”นายกลุงตู่” นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ควบ หัวหน้า คสช. ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก ”รัฐบาล” หลังการรัฐประหารที่ผ่านมา คือ การคงอยู่ในอำนาจต่อหลังการรัฐประหารมาถึง 4 ปีและทำท่าว่าจะ ”ต่อยอด” ไปอีกหลายปี

เป็น ”รัฐบาล คสช.” ที่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับ ว่า มีผลงานโบว์แดง ในมิติด้าน ”ความมั่นคง” ในการบริหารบ้านเมืองให้ปราศจาก ”ความขัดแย้ง” ในมิติ ”ความรุนแรง” โดยใช้ ”ดาบคำสั่ง หน.คสช.” ที่เหนือกว่ากฎหมายใดๆ จัดการเหล่าบรรดานักการเมือง กลุ่มเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะสีแดง สีเหลือง หรือสีใด จนสงบราบคาบ ได้รับความเชื่อถือชื่นชมจาก ”กลุ่มทุน” ที่สนับสนุน ว่า สามารถคลี่คลายความขัดแย้งของบ้านเมืองที่มีภาพการเผาบ้านเผาเมืองวุ่นวายรุนแรงไม่มีใครยอมใครลงไปได้
เป็น ”รัฐบาลคสช.” ที่ปัจจุบัน กำลังคลายตัวเข้าสู่โหมด ”เคาน์ดาวน์” จาก ”อำนาจ” ให้บ้านเมืองเดินไปตามสภาวะปกติ โดย ”คืนอำนาจ” ให้ ”ประชาชน” เจ้าของประเทศ จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น ที่ตั้งไว้ที่ 24 ก.พ. 62

ที่ทุกอย่างจะไปได้สวย หากกระบวนการ ”คืนอำนาจ” ไม่ถูกผสมหรือเคลือบไว้ซึ่ง ”ความกลัว” ในการลงจากอำนาจ บวกกับ ”กลุ่มแสวงประโยชน์” ที่อยู่เบื้องหลัง ที่คิดจะให้ ”สถานการณ์พิเศษ” ลากยาวออกไป โดยจัดให้ ”กติกา” และ ”บทละคร” แห่งอำนาจถูก ”ออกแบบ” ไว้ให้ ”พล.อ.ประยุทธ์” ”ตีตั๋วต่อ” โดยไม่สนใจผลการตัดสินใจเลือก ”ผู้เข้ามาบริหารประเทศ”ของ ”ประชาชน”

ข่าวน่าสนใจ

Close