สัญญาณ..ลองของ?

น่าสนใจกับอาการ ”เปิดหน้าไพ่” ในภาวะ ”แทงไฮโลเปิดฝา” ชัดขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ป เมื่อวันวาน (4 ธ.ค.) หลัง ครม. มีมติ ”เทกระจาด แจกกระจาย” หลายหมื่นล้าน ทั้งช้อปช่วยชาติ ช่วยเกษตรกรสวนปาล์ม-สวนยาง ขึ้นเงินตอบแทน อสม. และอีกมากมายที่อยากแจกแบบ ”คืนความสุข” ส่งท้ายปลายปีให้แบบประทับใจ ”ประชาชน” ของ ”ซานต้าคลอสตู่”… แถมยังมีคิว เตรียมไปตรวจราชการที่ จ.บึงกาฬ และประชุม ครม. อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.หนองคาย ระหว่างวันที่ 12 – 13 ธ.ค.จากนั้นจะไปลาว และกลับมาลงพื้นที่ที่ จ.เชียงใหม่

โดยหนนี้ ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้า คสช. และนายกฯ มาแบบทำท่าจะ ”บอกใบ้” เปิดไต๋อยู่ในที ทั้ง ”สัญญาณ” และ ”จังหวะเวลา” รวมไปถึงการจะตัดสินใจเป็น ”แคนดิเดตนายกฯ” 1ใน3รายชื่อของ พรรคการเมืองใด ว่า ต้องเป็นพรรคที่มี ”แผนยุทธศาสตร์” และ ”ทำงานสอดคล้องกันได้” โดยตัวเองมี ”ธง” อยู่ในใจอยู่แล้ว ที่เมื่อนักข่าวซักไซ้รไล่เรียง ดูท่าไม่พ้นไปจากพะยี่ห้อ ”พรรคพลังประชารัฐ” ที่มี ”4รัฐมนตรี” ที่เคยร่วมงานกัน เข้าไปกรุยทางไว้

ที่น่าสนใจอันเป็น ”สัญญาณสำคัญ” คือหนนี้ ”พล.อ.ประยุทธ์” มีการพูดขยายความชัดถึง ”พระราชพิธีสำคัญ” นั่นคือ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ที่มี 2 ช่วง คือ การทำงานของรัฐบาลเพื่อเตรียมงานเข้าสู่ช่วงพระราชพิธี และช่วงที่ 2 เมื่อโปรดเกล้าฯกำหนด ลงมาแล้ว โดยยอมรับว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นก่อน ”พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ที่ก็ย่อมหมายไปถึงหลังวันที่ 24 ก.พ. 62 ที่ถูกปักหมุดวันเลือกตั้งไว้ตามโรดแมป…ที่ก่อนหน้านี้มีการประเมินถึงการยืดได้หดได้ถึงวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 62

 

 

น่าสนใจอีกประการคือ ครั้งนี้ ”พล.อ.ประยุทธ์” ดูคล้ายจะมีอาการกังวลเล็กน้อย ถึง ”กระบวนการ” และ ”เส้นทาง” ข้างหน้า ในการกลับมาเป็น “นายกฯ” หลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะ ขั้นตอนที่ต้องผ่าน “สภา” โดยยอมรับว่า ยังไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงจะได้เป็นนายกฯหรือไม่ เพราะกลไกไม่ใช่ว่าเลือกตนแล้วจะได้เป็นเลย ต้องมีการพิจารณาในสภา ซึ่งในนั้นจะยอมรับกันหรือเปล่าตนก็ยังไม่รู้เช่นกัน

น่าสนใจว่า โดยความมุ่งหมาย ไม่ว่าจะเป็น ”สมศักดิ์-สุริยะ” ที่คุมทัพยุทธศาสตร์เลือกตั้งของ “พลังประชารัฐ” ก็ล้วนอยาก “ตั้งเป้า” ที่นั่ง ส.ส. ให้ไปถึง 251 ขึ้นไป จึงจะเป็นรัฐบาลเพราะถ้ามี ส.ส. เป็นเสียงข้างน้อยในสภา จะไม่สามารถบริหารประเทศได้ เพราะออกกฎหมายสำคัญไม่ได้ และจะถูกคว่ำด้วยมติไม่ไว้วางใจ …ที่แน่นอน ”ความเป็นจริงของชีวิต” กับ ”รัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบไว้เพื่อพวกเรา” นั้นยากที่ พรรคการเมือง ใดจะทำยอดได้ถึง 251 โดยลำพัง หากไม่มี ”ตัวช่วย” พรรคอื่นๆ จับขั้วร่วมกันโดยเฉพาะการจับขั้วกับพรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์

อันเป็นที่มาของข่าวปล่อยกระหึ่ม ”ดีลลับ” แลกกระทรวงเกรดเอ กับการให้มาสนับสนุน การตั้งรัฐบาล ”ลุงตู่ภาค2” ระหว่าง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ผ่านไปยัง “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” แห่งประชาธิปัตย์ก่อนจะกลายเป็น ”ท่าที” ยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องไปร่วมกับ พลังประชารัฐ จาก ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่แถมสำทับว่าอาจไม่ไปร่วมวงถก 7 ธ.ค. กับ ”พล.อ.ประยุทธ์” ที่มีหมวกเพิ่มอีกใบ นอกจากการเป็น ”หน.คสช.” และ ”นายกฯ” จากการมีชื่อเป็น แคนดิเดต 1 ใน 3 รายชื่อของพลังประชารัฐ

เป็นวันที่ 7 ธ.ค. ที่ไม่ควรลืมว่า เดิมทีจะเป็นวันพูดคุยหารือเพื่อสรุปสถานการณ์ไปสู่ ”การปลดล็อก” ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมหลังกฎหมาย พ.ร.ป. ส.ส. มีผลบังคับใช้ 11 ธ.ค. ตามที่ระบุในคำสั่ง คสช. ในเงื่อนเวลาที่ตั้งไว้ แต่ปรากฏว่านัยยะความหมายที่ถูกส่งผ่านหนังสือเชิญจาก กกต. คล้ายจะบอกว่าให้มาฟัง “แผน” ของ คสช. ในการเดินไปสู่การเลือกตั้ง จนกลายเป็นปฏิกริยาจากพรรคการเมืองที่จะไม่มาร่วมประชุม โดยอ้างว่าถูก”เอาเปรียบ”จาก ”คู่แข่ง” ที่ยังสวมหมวก ”กรรมการ” ผู้วางกฎกติกา

นี่เป็นเพียง ”ฉากแรก” ในปฏิกิริยาสะท้อนผ่าน ก่อนถึงวันที่ 7 ธ.ค. เพียงแค่มีข่าวว่า ”พล.อ.ประยุทธ์” จะเป็น 1 ใน 3 ชื่อ ”แคนดิเดตนายกฯ” ของ ”พรรคพลังประชารัฐ” ที่ทางหนึ่ง ก็คล้าย ”นักการเมือง” กำลังจะ ”ลองของ” กับอำนาจ คสช. อยู่ในที ทั้งที่เอาเข้าจริงอำนาจ คสช. นี้ ก็จะยังมีอยู่ และอาจถูกนำออกมาใช้ได้ ไปจนถึงวันส่งมอบอำนาจให้ ครม. ชุดใหม่ ที่จะเข้ามาหลังเลือกตั้ง

 

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close