นายกฯตำบลกระสุนตก?

น่าสนใจใน “สัญญาณ” ความคมชัดในทิศทางจุดยืนทางการเมืองตามลำดับถัดจาก 7 ธ.ค. ซึ่งจะมีการนัดหมายนักการเมืองมาพูดคุยปม “ปลดล็อกทางการเมือง” ก่อนที่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ 11 ธ.ค. ที่ถูกส่งผ่าน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระหว่างการลงพื้นที่พบชาวบ้านที่ จ.ชัยภูมิ ครั้งแรกหลังมีแนวโน้มชัดที่จะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ที่ว่าจะได้คำตอบอะไรทางการเมืองที่ชัดเจนหรือไม่ ว่า “ไม่มีตอบอะไรทั้งสิ้น เป็นการเข้าไปรับฟังเฉยๆ” และที่บางพรรคการเมืองประกาศไม่เข้าร่วมนั้น ถ้าไม่มาแสดงว่าไม่อยากเลือกตั้งไม่เคารพกติกา จะอยู่กันได้ไหม หรือจะมาเป็นรัฐบาลได้ยังไง และยังยืนยันว่าจะมีพระราชพิธีสำคัญแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นวันไหน เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา ก็ต้องทำบ้านเมืองให้เรียบร้อย

ในประเด็นการ “ปลดล็อก” ไม่ควรลืมว่า ที่ผ่านมาทางฝ่าย คสช. มีการออกมาพูดกว้างๆว่าจะปลดล็อกหลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ คือหลัง 11 ธ.ค. แต่หลายฝ่ายคาดว่าจะมีการปลดล็อกหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส. ออกมา ซึ่งน่าจะเป็นช่วงปลายเดือนธันวาคม เรียกว่าดึงเช็งจนถึงที่สุด เพราะฝ่ายกุนซือ คสช. น่าจะประเมินได้ ว่า สถานการณ์การเมืองหลังปลดล็อกการเมือง อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ฝ่าย คสช. กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” ยิ่งเมื่อพรรคพลังประชารัฐ มีการเปิดตัว “นายกลุงตู่” อยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคอย่างเป็นทางการก็ยิ่งกว่า “ตำบลกระสุนตก” (อ่าน..การปลดล็อกการเมือง)

ที่ก็น่าสนใจในจังหวะที่มีการส่งสัญญาณต่อเนื่อง “ลุงตู่” เป็นแคนดิเดตนายกฯจากทั้ง “สุวิทย์ เมษินทรีย์” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และจากทั้งฝั่งการเมือง “สุริยะ-สมศักดิ์” แม้กระทั่งกุนซือของพี่ใหญ่ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” “ไพศาล พืชมงคล” ที่ออกมา (3ธ.ค.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Paisal Puechmongkol ว่า ดูอาการขับเคลื่อนของพรรคการเมืองทั้งสามก๊กแล้ว คู่แข่งนายกรัฐมนตรีน่าจะมี 4 คนคือ
1 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
2 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
4 นายอนุทิน ชาญวีรกุล

 

 

ที่ก็สอดรับในจังหวะที่ทางหนึ่ง พลังประชารัฐ โดย 4 รัฐมนตรี แม้จะมีการแพลมชื่อออกมาเรียกเรตติ้งก่อน “นายกลุงตู่” จะลงไปพื้นที่แผ่นดินแม่ จ.ชัยภูมิ แต่ในทางหนึ่งก็ต้องระมัดระวังเงื่อนไขมากมายที่จะเกิดขึ้นในความต่างระหว่าง “นายกฯคนนอก”กับ “คนใน” อันเป็นที่มาของ การรักษาจังหวะ ของ “สนธิรัตน์” ที่รับว่า การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. อยู่ในบัญชีพรรคเป็นนายกฯอันดับ 1 นั้น ยังเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค ในส่วนพรรคยังไม่มีกระบวนการตัดสินใจในการคัดเลือกผู้หนึ่งผู้ใดขึ้นมา ซึ่งตนมองว่า “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงตรงนั้น แต่เมื่อถึงเวลาพรรคก็จะดำเนินการ แต่ขณะนี้ตนกำลังมองหาบุคคลที่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯยังมองได้เรื่อยๆ จนถึงเวลาหนึ่งพรรคก็ต้องตัดสินใจ และว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งด้วยการกาบัตรใบเดียว ในบัตรใบเดียวต้องเลือกถึง 3 อย่าง 1.ตัวผู้สมัคร 2.พรรค 3.เลือกนายกฯ พรรคจึงต้องเลือกคนที่ประชาชนต้องการมากที่สุด และมีความเป็นไปได้จะทำไพรมารีโหวตคัดบุคคล 3 รายชื่อในบัญชีนายกฯของพรรค เพื่อวัดความนิยมจากประชาชน ขณะนี้พรรคต้องมีความพร้อมในเรื่องนโยบายหาเสียง เนื่องจากเหลือเวลาอีกไม่นาน”

น่าสนใจในจังหวะถัดไปจากนี้ ที่ในความไม่ชัด ที่แฝงความชัดเจนตั้งแต่ การออกแบบรัฐธรรมนูญ และการเปิดฝาแทงไฮโลการเมือง เพื่อ “รัฐบาล” ที่มี “นายกฯ” ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” จะเป็นไปตามสคริปต์หลังจาก “การปลดล็อก” หรือไม่ ที่ “นายกฯลุงตู่” น่าจะประเมินได้ไม่มากก็น้อยจากวงประชุมกับนักการเมือง วันที่ 7 ธ.ค.

 

 

ข่าวน่าสนใจ

Close