แทงยังไงก็ได้ไปต่อ?

น่าสนใจกับความงวดใกล้เข้ามาทุกขณะกับความ “ชัดเจน” การนับถอยหลังไปสู่โหมดการเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 หลัง เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 350 เขตทั่วประเทศ เป็นที่เรียบร้อย สัปดาห์ที่แล้ว ที่นำมาซึ่ง “ปฏิกริยากระเพื่อม” จากสองพรรคใหญ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ไม่นับรวมพรรคขนาดกลางเล็กอื่นๆ อันสะท้อนภาพความจริงที่เป็นอยู่และจะเป็นไปกับการจัดการเลือกตั้ง ที่จะเป็นไปตามจังหวะจะโคน ที่ถูกวางไว้ใน “ผลลัพธ์” ดังที่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ว่าไว้ว่าเหมือน “แทงไฮโลเปิดฝา” กับปัจจัยกระบวนการที่ครบถ้วน ทั้ง “กติกา” “กรรมการ” และ “ผู้เล่น”

ไม่ว่าจะเป็น การแสดงให้เห็นถึง ความมีอยู่และการใช้มาตรา 44 ช่วยทะลุทะลวงสารพัดปัญหาในขั้นตอนอันสะดุดที่จะเกิดขึ้น แม้กระทั่งการมีเนื้อหาเข้าไปช่วย “จัดการ” ในกระบวนการที่เชื่อมระหว่าง “รัฐธรรมนูญ60” กับ “กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ” ด้วยข้อเหตุข้ออ้าง “ความไม่ชัด” หรือเหตุแห่งความหวังดีกลัวเจ้าหน้าที่ทำไม่ทัน ก่อนจะนำมาซึ่งอาการ “ตาเจ็บ” ของประธาน กกต.ในการขยับเวลาการแบ่งเขตเลือกตั้งออกมาและมีการแก้ไขจนมีเสียงโวยจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ ที่โดนกันไปอีกคนละหลายที่นั่ง หลังจากก่อนหน้าโดน “พลังดูด” ไปแล้ว

น่าสนใจกับ ห้วงปลายสัปดาห์นี้ ถนนการเมืองจับจ้องวันที่ 7 ธ.ค. ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. กำหนดนัด กกต. ครม. และ สนช. ทีมแม่น้ำ 5 สาย หารือร่วมกับตัวแทนพรรคการเมือง ที่จะตามมาด้วย ความชัดเจนการเข้าสู่การเลือกตั้ง และความชัดเจนใน “จุดยืน” ทางการเมืองของ “นายกลุงตู่” ที่แพลมออกมาแล้วจาก 4 รัฐมนตรี โดย “สุวิทย์ เมษินทรีย์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (2ธ.ค.) ยอมรับว่า มีชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็น 1 ใน 3 รายชื่อที่เสนอเป็น “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” อยู่จริง โดยจะเสนอเป็นรายชื่อนายกฯอันดับ 1 ของพรรค เพราะส่วนตัวก็นับถือในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้พรรคจะพูดคุยในรายละเอียดกันอีกครั้งว่า 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคจะมีใครบ้าง

จากนั้นต้นสัปดาห์ถัดไป 11ธ.ค. เป็นวัน ครบกำหนด 90 วัน เริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. คสช.จะปลดล็อกทางการเมืองให้ทำกิจกรรมได้เต็มรูปแบบ ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในวันที่ 16 ธันวาคม ประเทศไทย ทั้ง “กรรมการ” ทั้ง “ผู้เล่น” เข้าสู่โหมด “คู่แข่ง” ที่ต้องลงพื้นที่ไปโกยคะแนนเสียงประชาชนเพื่อชิงอำนาจการเข้ามาเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ

น่าสนใจว่าโดย “ภาพรวม” ของเกมชิงอำนาจ ชัดเจน อย่างที่มือเก๋าเกมอย่าง “สุริยะ-สมศักดิ์” คุยแบบไม่ได้โม้เลยว่า “กองหนุน” ของ “นายกลุงตู่” ชิง “ความได้เปรียบ” ในทุกด้าน ไล่เรียงตั้งแต่ “กติกา” ที่รัฐธรรมนูญเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เปิดทาง 250 ส.ว. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี บวกตัวเลข “ส.ส.เกรดเอ” ของ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่ขยับขึ้นเป็นตัวเต็งคาดหวังไว้ที่ 150 ที่นั่ง ไม่นับรวม พรรคที่รอแทงไฮโลเปิดฝา อย่างพรรคขนาดกลาง หรือแม้แต่พรรคใหญ่บางพรรคปากบอกว่า “ไม่ร่วม” แต่ถึงเวลาอาจไม่เป็นไปอย่างปากว่า  (อ่าน…สำรวจที่นั่ง พลังประชารัฐ)

ทั้งนี้ไม่นับรวมปัจจัยแฝงในระหว่างรายทางการยังคงอยู่ในอำนาจ กับการปั่นงานระดับ “ยุทธศาสตร์ชาติ” ของทีมเศรษฐกิจ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” วางโครงสร้างผ่านเมกะโปรเจ็กต์ แถมคูขนานไปด้วยการปั่นนโยบาย “วิเศษนิยม” อัดฉีดเงินผ่านมาตรการดูแลปากท้องคนมีรายได้น้อยไม่แต่ “บัตรคนจน” หรือ “ซิมคนจน” ที่จะทะยอย ออกมาเรื่อยๆ มัดใจคนจนฐานใหญ่ของประเทศ พร้อมกับการส่ง 4 รมต. ลงพื้นที่ หรือคิวลงพื้นที่ของ “นายกลุงตู่” และ “ลุมป้อม” รับปัญหาใหญ่น้อย มาเคลียร์ให้ ทั้งเคลียร์ “ปัจจุบัน” และ “อนาคต” เรียกว่า “ครบหลูบ” บนดินใต้ดิน

ความพร้อม และทุกอย่างที่กำลังเดินไปตามบทข้างต้น นี่จึงอาจเป็นที่มาของความสบายใจ “ยิ้มออก” ของ “นายกลุงตู่” เมื่อช่วงเช้า ก่อนบินลงปพบชาวบ้าน จ.ชัยภูมิ แม้ว่าปลายสัปดาห์ที่แล้วจะ หงุดหงิดจากแรงกดดันจาก “ภายนอก” และ “ภายใน” จน “สบถ” ออกมาเป็นภาษาดุๆจนสื่อต้องช่วย “พาดหัว” ให้เช้าวันเสาร์ ที่ต้องทีมงาน ต้องรีบนำสารของเจ้าตัวออกมาขอโทษขอโพยกันไปก็ตาม

ข่าวน่าสนใจ

Close