ชมฟรี!สุดยอดผลงานระดับโลก”ศิลปะผ้าปักจีน”ถึง16พ.ค.นี้

“คุณหญิงหน่อย” ทึ่ง!สุดยอดศิลปะผ้าปักจีน “ความงามสิ่งทอบนเส้นทางสายไหม” ผลงานระดับโลก –ชมฟรี!จนถึง 16 พ.ค.นี้ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนฯ

เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับ “ความงามสิ่งทอบนเส้นทางสายไหม” นิทรรศการสุดยอดศิลปะผ้าปักจีน” ซึ่งศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนฯ ศูนย์การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีนและบริษัทหมิงหรุ่ยมณฑลกวางตุ้งหุ้นส่วนจำกัด ได้ร่วมกันจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนฯ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ / ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม / ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย คุณหลาน ซู่หง อุปทูตฝ่ายวัฒนธรรมสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนฯ คุณไช่ หมินเฉียง และศิลปินปักผ้าของจีนอีกหลายคน นอกจากนี้ยังได้รับเกียติจากหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น Lhong1919 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเอ็มบัสซี่ ตลอดจนสื่อมวลชนไทย-จีน และประชาชนที่ให้ความสนใจจำนวนมาก เข้าร่วมในพิธีเปิดงานดังกล่าวจำนวนมาก

 

สำหรับผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ เป็นสุดยอดผลงานของศิลปินปักผ้าที่มีชื่อเสียงของ “ไช่ หมินเฉียง” และ “หลี่ ซุนเลี่ยง” ซึ่งเป็นสองในสี่ของนักปักผ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน ได้นำการปักผ้าแบบดั้งเดิมมาผสมผสานกับการปักผ้าแบบสมัยใหม่ จึงทำให้ผลงานทุกชิ้นได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังเป็นการผลักดันส่งเสริมการสืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมการเย็บปักถักร้อยของจีนอีกด้วย นิทรรศการที่จัดขึ้นนี้ ถือเป็นการจัดแสดงนิทรรศการในต่างประเทศอีกครั้งหนึ่ง ต่อเนื่องจากปี 2016 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และปี 2017 ประเทศมอสโก เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้สัมผัสและเรียนรู้ศิลปะการเย็บปักถักร้อยของประเทศจีนอย่างใกล้ชิด ภายในงานทางศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนฯ ยังได้มีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเย็บปักถักร้อยแบบจีน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการปักผ้าจากประเทศจีน ซึ่งมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมถึง 60 ท่าน ทั้งยังได้รับคำชมจากผู้เข้าร่วมอบรมและหวังให้มีการจัดกิจกรรมประเภทนี้เรื่อยๆ ภายหลังการอบรมเสร็จสิ้น ผู้เข้าอบรมจำนวนหนึ่งได้นำความรู้ไปเผยแพร่แก่เพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว โดยถือว่าประชาชนกลุ่มนี้ได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่วัฒนธรรมจีน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น และจากที่ได้เดินชมศิลปะผ้าปักจีนที่นำมาแสดงส่วนตัวรู้สึกทึ่งและชื่นชมอย่างยิ่ง โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงเรียกว่าเป็น “สุดยอดในโลก” นับเป็นโชคดีของคนไทยที่ได้ชมผลงานอันเป็นสุดยอดฝีมือของผลงานการปักผ้าไหมและขอให้การจัดงานความงามสิ่งทอบนเส้นทางสายไหม ประสบความสำเร็จ และเป็นประโยนชน์แห่งการถกทอความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไทยจีนต่อไป

ด้าน “ไช่ หมินเฉียง” ศิลปินและคณบดีสถาบันวิจัยศิลปะการปักผ้าแห่งชนชาติจีน กล่าวว่า ผลงานที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้เป็นการใช้เทคนิคการปักแบบชั้นสูงและใช้เทคนิคการใช้เข็มในหลากหลายรูปแบบทั้งของแต๊จิ๋วและของข้างนอก ร่วมกันผสมผสานจนเป็นผลงานอันยอดเยี่ยม เราได้สัมผัสว่าการเจริญก้าวหน้าอย่างเฟื่องฟูของเศรษฐกิจจีนนั้นพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก แต่หัตถกรรมมากมายกำลังถูกเครื่องจักรอุตสาหกรรมเข้ามาแทนที่ ถึงแม้จีนจะมีสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของภาคส่วนศิลปวัฒนธรรม แต่ช่างเย็บปักมากมายกลับทิ้งทักษะงานศิลปะพื้นบ้านหันไปประกอบอาชีพอื่นๆ ทำให้ช่างเย็บปักที่มีฝีมือลดน้อยลงมาก เยาวชนรุ่นใหม่น้อยคนมากที่สนใจเข้ามาประกอบอาชีพมุ่งเน้นงานฝีมือในลักษณะนี้แล้ว โดยศิลปะเย็บปักลวดลายของจีนมีความงดงามเหลือชั้น จึงเห็นว่ามีความจำเป็นต้องพัฒนาและเก็บรวบรวมเพื่ออนุรักษ์ศิลปะเหล่านี้เอาไว้ จึงเป็นต้นตอของสาเหตุที่ทำให้ทุกคนได้เห็นผลงานอันงดงามนี้

“ผลงานที่นำมาจัดแสดงมีเอกลักษณ์พิเศษอย่างหนึ่งเรียกว่ามีความยิ่งใหญ่ประณีตและมีความตั้งใจมากในการจัดทำ อย่างเช่นต้นฉบับส่วนใหญ่ผลงานก็มาจากผลงานชินอมตะตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงนำเอาต้นฉบับมาและ ทำการปักเย็บเป็นภาพใหม่และมีความละเอียดมากโดยที่ใช้เส้นด้าย นำมาผ่าเป็นครึ่งๆออกมาจนถึงขนาดเล็กสุดคือ “เศษ1ส่วน32” ของเส้นด้ายหนึ่งเส้น ก่อนนำมาปักเย็บทำให้ผลงานมีความประณีตและสวยงามมาก และจุดเด่นอีกอย่างคือขนาดของผ้าที่มีขนาดใหญ่ต้องใช้เวลานานและความละเอียดสูง ในการประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจความทุ่มเทความมุ่งมั่นในการพัฒนาศิลปะแขนงนี้”

ศิลปิน “ไช่ หมินเฉียง” ยังกล่าวว่า สำหรับผลงานที่โดดเด่นและใช้เวลานานที่สุดในการปักคือ “พระราชวังอาฝาง( 阿芳馆)” ซึ่งเป็นผลงานที่วาดขึ้นโดย “หยวนเจียง” จิตรกรสมัยราชวงศ์ชิง ผลงานชิ้นนี้เป็นการนำหัวกระทิของทั้ง 6 ประเทศในพระราชวังอาฝางมาเป็นหัวข้อ ใช้เวลา 9 เดือนกว่าในการสืบหาต้นแบบของผลงาน ใช้เทคโนโลยีในการสร้างผลงานให้เสร็จสมบูรณ์ในเทคนิคขั้นเริ่มต้นระยะแรกและต้นแบบการเย็บปัก การปักทั้งสองฝั่งยาวมากกว่า 7 เมตร ต้องขึงด้วยเหล็กท่อนที่มีความยาว 9 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม. รวมน้ำหนักของเหล็กท่อนและผ้ากว่า 100 กิโลกรัม ใช้ช่างทั้งหมด 10 คน ใช้เวลาปักนานกว่า 3 ปีถึงจะสำเร็จ สำหรับผลงานชิ้นนี้ก่อนหน้านี้ได้นำไปจัดแสดงที่ กรุงมอสโก ประเทศฝรั่งเศส และมีผู้เสนอราคากว่า 10 ล้านหยวน (ราว 50 ล้านบาท) และภาพนี้ยังเคยลองทำซ้ำแต่ทำไม่สำเร็จ แม้จะเป็นช่างฝีมือกลุ่มเดียวกันก็ตาม

พร้อมกล่าวว่า ปัจจุปันคนที่ทำงานปักแบบนี้มีเพียง 1ใน100 เพราะไม่ใช่งานปักดอกไม้ทั่วไป แต่ว่าต้องมีศิลปะด้วย ผลงานแต่ละชิ้นมีการปรับแก้ปรับแต่งรายละเอียดทุกขั้นตอนในการปัก แต่เดิมในอดีต 20-30ปีก่อน ผู้หญิงชาวจีนจะปักไหมเป็นเกือบทั้งหมด แต่ในยุคสมัยใหม่ไม่ค่อยมีแล้ว ปัจุปันคนที่ปักไหมแบบนี้อาจึงเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ปี การจะปักให้ได้ละเอียดแบบนี้จึงต้องหาคนกลุ่มเดิม ซึ่งคาดเดาว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้านี้ จะไม่มีคนที่ทำงานละเอียดแบบนี้แล้ว เพราะการฝึกคนใหม่ 100 คน อาจจะได้คนที่ทำเป็น 1 คน นอกนั้นปักได้แบบทั่วไป สำหรับกลุ่ม “หมิงหรุ่ย” เป็นบริษัทเอกชนได้รวบรวมคนที่มีความรู้ความสามารถรวบรวมศิลปินที่ปักได้ประมาณ 70-80 คนเท่านั้นโดยเป็นผู้หญิงล้วน

สำหรับศิลปิน “ไช่ หมินเฉียง” เป็นคนแต๊จิ๋วโดยกำเนิด ได้ศึกษาเล่าเรียนด้านศิลปะ เมื่อเรียนจบได้กลับไปทำงานเป็นดีไซเนอร์ในโรงงานทอผ้าไหม ตั้งแต่ปี 1977 จนถึงปัจจุปัน โดยเริ่มต้นจากการร่างภาพ ก่อนศึกษาวิธีการปักแต่ละขั้นตอนกว่า 40 ปี

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถชมนิทรรศการผ้าปักจีน “ความงามสิ่งทอบนเส้นทางสายไหม” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถึงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2561 นี้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-246-1666

ข่าวน่าสนใจ

Close